
กทม.ท่วม1เดือน
พื้นนที่ไข่แดงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังถูกน้ำทยอยเข้าเจาะอย่างต่อเนื่องวันละเขตสองเขต
พื้นนที่ไข่แดงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังถูกน้ำทยอยเข้าเจาะอย่างต่อเนื่องวันละเขตสองเขต
จนเป็นไปได้สูงว่าจะไม่เหลือพื้นที่ใดไม่ถูกน้ำท่วมถึง และเป็นไปได้สูงที่ กทม.จะถูกตัดขาดจากภายนอก โดยเฉพาะเส้นทางลงใต้จากถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นหลักสำหรับการสัญจรและขนส่งสินค้าเข้าออกกำลังวิกฤต
ทั้งนี้ เพราะสถานการณ์น้ำท่วมได้ขยายวงเข้ายึดพื้นที่ฝั่งตะวันตกของ กทม.ลามไปถึงเขตบางบอน บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร คาดว่าไม่เกิน 2 วัน น้ำจะเข้าท่วมถนนพระราม 2
ขณะที่ด้านฝั่งตะวันออกเจ้าหน้าที่กรมชลประทานยังไม่สามารถปิดประตูระบายน้ำคลอง 9 ได้สำเร็จ เนื่องจากถูกประชาชนในพื้นที่ ต.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และละแวกใกล้เคียงชุมนุมต่อต้าน จึงยังคงต้องระบายน้ำลงคลอง 9 ต่อไป ขณะที่คลอง 8 10 11 12 และ 13 แม้จะยังปิดอยู่ แต่น้ำได้เริ่มไหลบ่าผ่านหูช้างแล้วส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงท่วมพื้นที่ กทม.ด้านล่างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ก็ระบุว่า จากข้อมูลที่มี คาดว่าเหตุการณ์น้ำท่วม กทม.จะแย่ที่สุดในวันที่ 15 พ.ย.นี้ เนื่องจากน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และน้ำผุดมาตามท่อ จากนั้นสถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ
“ผมไม่เคยบอกว่าวันที่ 15 พ.ย.นี้ กทม.จะวิกฤต แต่ใช้คำว่าแย่สุด” พิชัย กล่าว
เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร กล่าวว่า จากการประเมินคาดว่าน้ำจะเข้าถึง กทม.ชั้นในบางจุด และบางจุดก็อาจจะไม่ท่วม ขณะนี้น้ำกำลังเคลื่อนตัวจากแยกรัชโยธิน ไปคลองบางซื่อ แล้วจะเข้าถนนรัชดาภิเษกแล้วจะไปเจอแยกพระราม 9 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าเขตราชเทวี อีกฝั่งก็จะเลี้ยวซ้ายเข้าเขตบางกะปิและสะพานสูงต่อไป
น้ำอีกสายหนึ่งมาทางถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน และตลาดนัดสวนจตุจักร ทางฝั่งถนนวิภาวดี แต่จะเคลื่อนตัวได้ช้า โดยเฉพาะบริเวณดินแดง เพราะเป็นเนินสูง การระบายน้ำเข้าคลองบางซื่อเป็นเพียงแก้ไขสถานการณ์เท่านั้น เช่นเดียวกับด้านฝั่งจตุจักร ถนนพหลโยธิน ก็มีลักษณะเป็นเนิน ทำให้น้ำเคลื่อนตัวช้าเหมือนกัน ดังนั้นหากน้ำจะเข้าถึงพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิน่าจะมาจากฝั่งราชเทวีมากกว่า เพราะมีพื้นที่ต่ำ ทำให้น้ำเคลื่อนตัวได้เร็ว ขณะนี้ใน กทม.มีมวลน้ำทั้งหมด 150 ล้าน ลบ.ม. ต้องไหลลงต่ำไปเรื่อยๆ เพื่อออกแม่น้ำ หรือลงทะเล
ทั้งหมดนี้ต้องดูว่าการทำคันกั้นน้ำของ ศปภ.ได้ผลหรือไม่ แต่เชื่อว่า กทม.จะต้องประสบกับสภาพน้ำท่วมไปอีก 1 เดือน แต่น้ำจะค่อยลดระดับลงบ้างทางฝั่งดอนเมืองและรังสิต จ.ปทุมธาน
สมบุญ พืชธนะสุข นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลบึงทองหลาง เปิดเผยว่า ชาวบ้านยอมสลายตัวชั่วคราวหากระดับน้ำของประตูระบายน้ำคลอง 8 9 และ 10 ยังคงสภาพเดิมไว้ และยอมให้เปิดเฉพาะประตูระบายน้ำคลอง 9 การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการตัดสินใจร่วมกันกับนายอำเภอลำลูกกา หากถูกเบี้ยวก็จะกลับมาปิดถนนคัดค้านอีกครั้ง
สำหรับการสกัดน้ำไม่ให้ไหลลงเติมชั้นในของพื้นที่ กทม.นั้น พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม ยืนยันว่าสามารถจะวางกระสอบทรายยักษ์หรือบิ๊กแบ็กจำนวน 6 แสนใบ ระยะทาง 22 กม. ทางตอนเหนือของ กทม.ได้ตามแผน
“เมื่อกั้นตรงนี้แล้วมั่นใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมใน กทม.จะดีขึ้น” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้การวางบิ๊กแบ็กเป็นความหวังว่าจะทำให้น้ำเริ่มลดลง แต่ก็ยังมีการลักลอบทำลายบิ๊กแบ็กอยู่ ซึ่ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ.ยอมรับว่ายังไม่สามารถจัดการได้
ระหว่าง พล.ต.อ.ประชา กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนั้น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาสอบถาม พล.ต.อ.ประชา ถึงการกรีดถุงบิ๊กแบ็กที่บริเวณหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ทาง พล.ต.อ.ประชา ได้ตอบไปว่าได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดเจ้าหน้าที่พร้อมทีมเจ็ตสกีไปลาดตระเวนแล้ว
ความหวังของบิ๊กแบ็กดูจะสวนทางกับสถานการณ์ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งได้แสดงความวิตกว่า น้ำจะขยายวงกว้างไปถึงเขตดินแดง สะพานควาย และจะถึงอนุสาวรีย์ฯ เร็วๆ นี้ และคลองบางซื่อก็มีน้ำเต็มเกินจะรับได้แล้ว
ดังนั้น กทม.จึงได้แจ้งเตือนชุมชนริมคลองบางซื่อ ชุมชนหมู่บ้านอยู่เจริญ ซอยอินทามระ 41 และหมู่บ้านอยู่เจริญ โครงการ 3 เขตดินแดง เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยให้เตรียมอพยพ
นอกจากนี้ ยังประกาศให้เขตบางกอกใหญ่ เฉพาะซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 และแขวงท่าพระ เขตภาษีเจริญในพื้นที่แขวงคลองขวาง บางด้วน บางแวก และบางจาก เป็นพื้นที่อพยพ
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือสนับสนุนการระบายน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทาง ศปภ. โดยทำหนังสือไปถึง 4 ฉบับ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ดังนั้นจากนี้ไปอีก 48 ชั่วโมง กทม.จะทบทวนการทำงานการแก้ไขน้ำท่วมใหม่ หากยังไม่ได้รับความร่วมมืออย่างจริงจังก็คงไม่สามารถอดทนดูความทุกข์ของประชาชนอีกต่อไปได้
ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวผ่านรายการ “ยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ตอนหนึ่งว่า มีปัญหามวลชนในพื้นที่ต่อต้านการปิดประตูระบายน้ำ ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะไม่ปล่อยให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาขัดขวางแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาให้แก่บ้านเมืองอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ คณะทำงานด้านวิชาการได้กำหนดยุทธศาสตร์ป้องกันผลกระทบของน้ำที่จะท่วมในส่วนกลางของ กทม.ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ดังนี้ 1.การวางบิ๊กแบ็กเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแต่นำกระสอบทรายขนาดเล็กไปอุดในรูรั่วให้แน่นขึ้น และ กทม.ก็จะสูบน้ำออกจากพื้นที่ดอนเมืองและถนนวิภาวดีรังสิต คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 12 สัปดาห์
2.ชะลอน้ำในบริเวณคลองหกวาสายล่างตั้งแต่คลอง 810 และเร่งระบายผ่านคลอง 13 รังสิต ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ให้ครบ 27 เครื่องในวันที่ 5 พ.ย.3.ทางกองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดส่งกำลังเข้าช่วย กทม. แก้ไขอุปสรรคขัดขวางการระบายน้ำคลองบางเขน คลองบางซื่อ คลองลาดพร้าว และคลองแสนแสบ รวมทั้งจัดหาเครื่องสูบน้ำเพิ่ม ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจะเริ่มไปเสริมแนวคันกั้นน้ำที่ขาดถึง6 กม. บริเวณแนวถนนหทัยราษฎร์ป้องกันน้ำเข้าสู่ชั้นในพื้นที่ กทม.
สำหรับฝั่งตะวันตกกรมชลประทานจะลดปริมาณน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านประตูน้ำบรมธาตุและพลเทพ ภายในวันที่ 12 พ.ย.นี้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 60 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน รวมทั้งเร่งอุดรอยรั่วตามแนวคันกั้นน้ำทางตะวันตกอีก 14 จุด ให้เสร็จภายในวันที่ 13 พ.ย. ก่อนที่น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้งในช่วงกลางเดือน หากมาตรการต่างๆ เป็นไปตามแผนก็จะทำให้ปริมาณน้ำฝั่งตะวันตกลดลงตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.
“ทาง กทม. กรมชลประทาน และคณะกรรมการวิชาการ ได้ยืนยันว่า ถ้ามาตรการต่างๆ ดำเนินการไปตามแผนเราจะสามารถรักษาพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออกส่วนใหญ่ไว้ได้” ยิ่งลักษณ์ ระบุ
สำหรับการเดินทางเข้าออก กทม. เส้นทางขึ้นเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังต้องใช้ทางเลี่ยงและใช้เวลาเดินทางยาวนาน ขณะที่การกู้ถนนสาย 340 บางบัวทองสุพรรณบุรี เพื่อเดินทางลงใต้ผ่าน จ.นครปฐม ก็ยังไม่เริ่มดำเนินการ







