
เตรียม6ศูนย์อพยพรับ32 ชุมชนเมืองปลาทู
กุลวัชร หงษ์คู นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครสมุทรสาคร กล่าวหลังประชุมกับ 32 ชุมชนว่า
กุลวัชร หงษ์คู นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครสมุทรสาคร กล่าวหลังประชุมกับ 32 ชุมชนว่า
ได้ซักซ้อมทำความเข้าใจรับมือน้ำที่กำลังไหลเข้าสมุทรสาคร ซึ่งล่าสุดพื้นที่บางส่วนของ อ.กระทุ่มแบน ได้ถูกน้ำท่วมแล้ว และจะไหลเข้าเมืองมหาชัยในอีกไม่กี่วัน หากท่วมและไหลข้ามถนนพระราม 2 ก็จะทำให้เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ดังนั้น แต่ละชุมชนควรประมาณการให้ได้ว่าน้ำจะท่วมสูงขนาดไหน โดยใช้ถนนพระราม 2 ซึ่งสูงกว่าพื้นที่ชุมชนประมาณ 1 เมตร เป็นเกณฑ์
ทั้งนี้ เทศบาลได้จัดเตรียมเครื่องทำน้ำดื่ม สุขาเคลื่อนที่ และศูนย์พักพิงสำหรับอพยพไว้ 6 แห่ง ทั้งนี้ ในเรื่องของน้ำประปานั้นไม่น่าเป็นห่วง เพราะที่นี่ใช้ประปาจาก อ.บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สูง แต่หากถูกน้ำท่วมก็ยังสามารถดึงน้ำจาก จ.ราชบุรี มาใช้ได้
“ผมเป็นห่วงอย่างเดียวว่าช่วงที่น้ำเหนือไหลมาจะเป็นช่วงเดียวกับที่น้ำทะเลหนุน หากหนุนไม่มากก็ยังพอใช้เครื่องสูบน้ำสูบออกได้ แต่หากน้ำทะเลหนุนสูงพวกท่านก็ต้องอพยพ ซึ่งหากถึงเวลานั้นจริงๆ คงอลเวงน่าดู ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกันไว้แต่เนิ่นๆ” กุลวัชร กล่าว
ฤดี หุ่นสะดี ประธานชมรม อสม.เทศบาลนครสมุทรปราการ กล่าวว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีโรงงานจำนวนมากที่แปรรูปอาหารทะเลและต้องใช้สารเคมีในการล้างพื้นและห้องเย็น ซึ่งมีสารไฮโดรเจนอยู่ ดังนั้นจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะมีการจัดการกันอย่างไรหากมีน้ำท่วม
วรพล ดวงล้อมจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน กล่าวว่า ขณะนี้หอยแมลงภู่ หอยแครง ปลาต่างๆ ตายเพราะน้ำจืดสนิท เช่น ปลากระบอกที่อยู่ชายฝั่งหายหมด ชาวประมงที่เคยหากินชายฝั่งไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ขณะที่กุ้งในบ่อยังพออยู่ได้ เพราะไม่มีการเปิดน้ำเข้า แต่หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อีก1 เดือน กุ้งเหล่านี้จะตายหมดเพราะน้ำไม่มีสารอาหารและความเค็มในบ่อจะเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้ไม่เคยมีใครพูดถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทั้งๆ ที่นาข้าวยังมีการพูดถึงแต่กลับไม่มีใครพูดถึงอาชีพประมงชายฝั่งเลย
เย็นวันที่ 4 พ.ย. คณะผู้บริหารเทศบาลนครสมุทรปราการยังได้เชิญ จุลภัทร แสงจันทร์ ผวจ.สมุทรสาคร และภาคประชาสังคมมาร่วมหารือถึงการเตรียมการรับสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สมุทรสาคร นายสุรจิต์ อชิรเวช ส.ว.สมุทรสงครามเข้าร่วม ทั้งนี้นายจุลภัทรกล่าวว่าในพื้นที่มีระบบคูคลองจำนวนมากจึงสามารถบริหารจัดการให้น้ำลงทะเลได้รวมเร็วมากที่สุด ซึ่งหากมีน้ำท่วมน่าจะอยู่ประมาณ 50 เซนติเมตรซึ่งพอรับได้ แต่ตนก็ได้กำชับให้ทุกฝ่ายเตรียมการไว้แล้วโดยที่ประชุมระบุว่ากรณีเลวร้ายสุดจะจัดศูนย์อพยพไว้ 50 แห่ง รับคนได้ประมาณ 1.5 หมื่นคน







