
ใช้ทรายแสนกระสอบ กูทางหลวง 340 กันปิดตายถนนลงใต้
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมเส้นทางลงสู่ภาคใต้ หากเกิดปัญหาน้ำท่วมบริเวณถนนพระราม 2 ว่าจะใช้วิธีการกู้ทางหลวงหมายเลข 340 เส้นทางบางบัวทองสุพรรณบุรี เพื่ออ้อมไปออก จ.นครปฐม เพื่อลงสู่ภาคใต้ได้ โดยได้มอบหมายให้ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งกู้ถนนเส้นนี้ คาดว่าจะใช้กระสอบทรายประมาณ 1 แสนกระสอบ
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมเส้นทางลงสู่ภาคใต้ หากเกิดปัญหาน้ำท่วมบริเวณถนนพระราม 2 ว่าจะใช้วิธีการกู้ทางหลวงหมายเลข 340 เส้นทางบางบัวทองสุพรรณบุรี เพื่ออ้อมไปออก จ.นครปฐม เพื่อลงสู่ภาคใต้ได้ โดยได้มอบหมายให้ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งกู้ถนนเส้นนี้ คาดว่าจะใช้กระสอบทรายประมาณ 1 แสนกระสอบ
ด้านสุพจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำท่วมบนทางหลวงหมายเลข 340 เริ่มลดลงแล้ว แต่ยังอยู่ในปริมาณสูงระดับ 0.80–1.2 ม. ซึ่งจะดำเนินการกู้ถนนโดยใช้ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กและกระสอบทรายขนาดใหญ่เพื่อนำมากั้นเส้นทางถนน จากนั้นจะสูบน้ำออกเพื่อเปิดให้สามารถสัญจรในเส้นทางดังกล่าวได้จำนวน 3 ช่องทาง
ระยะทางที่ต้องกู้มีความยาว 12 กม. เริ่มจากบางใหญ่หน้าหมู่บ้านสมบัติศิริบางบัวทอง เข้าสู่เส้นทางสุพรรณบุรี บริเวณวัดไผ่โรงวัว เพื่อที่จะตัดไปออก จ.นครปฐม เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้ ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันจันทร์ที่ 7 พ.ย.นี้ ซึ่งได้ระดมช่างจากกรมทางหลวง ทั้งจากแขวงการทางในพื้นที่ จ.เพชรบุรี หัวหินประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงเส้นทางคมนาคมใน กทม.ที่จะถูกตัดขาดมากขึ้น โดยเฉพาะพระราม 2 ซึ่งเป็นถนนสายหลักสายสุดท้ายที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ รัฐบาลต้องเตรียมแนวทางรับมือล่วงหน้า หากถนนเส้นนี้ถูกตัดขาดไป ระบบการกระจายสินค้าและการเดินทางของประชาชนจะทำอย่างไร
วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) กล่าวว่า บ.ข.ส.จำเป็นต้องรอดูสถานการณ์น้ำแบบวันต่อวัน และในวันที่ 4 พ.ย.นี้ ยังไม่มีการย้ายขนส่งสายใต้จากโรงเบียร์ฮอลแลนด์ พระราม 2 และยังไม่ย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (กทม.) จตุจักร หรือหมอชิต 2 เนื่องจากมั่นใจว่า หากรัฐบาลสามารถวางบิ๊กแบ็กเสร็จสิ้นภายในวันที่ 4 พ.ย.ได้ จะช่วยสกัดน้ำที่จะเข้ามาภายในสถานีขนส่งได้
นอกจากนี้ นอกจากนี้ บขส.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำ ร่วมกับกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกทม.ยืนยันว่าน้ำจะไม่ไหลเข้าท่วมสถานีขนส่งหมอชิต 2 หรือหากมีการไหลเข้าท่วมจะไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานของ บ.ข.ส. เนื่องจากเป็นพื้นที่สูง
นเรศ บุญเปี่ยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ขสมก. กล่าวว่า ในวันที่ 4 พ.ย. ได้ปรับเส้นทางเดินรถ ขสมก. ทั้งสิ้น 56 เส้นทาง จาก 108 เส้นทาง หรือเป็น 60% ของเส้นทางที่ให้บริการ เพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำท่วมสูง โดยการตัดเส้นทางให้สั้นและจัดเป็นรถ วนรับส่งผู้โดยสาร มากที่สุดบริเวณฝั่งธนบุรี อาทิ บางแค พุทธมณฑล อ้อมใหญ่ หนองแขม รองลงมา คือ บริเวณรังสิต
“เราได้ย้ายอู่จอดรถเมล์หลายแห่งแล้ว อาทิ อู่บางแค พุทธมณฑลสาย 2 ท่าอิฐ บางเขนฯลฯ โดยไปจอดรถที่หมอชิต 2 และขอใช้พื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) อีกทั้งยังจอดรถริมถนนแต่ละสายด้วย” นายนเรศ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์น้ำที่เริ่มเข้ามาสู่ห้าแยกลาดพร้าว ทำให้ ขสมก. ต้องเตรียมวางแผนย้ายรถจากสำนักงานใหญ่ของ ขสมก. บริเวณถนนเทียมร่วมมิตร ห้วยขวาง ไปยังค่ายทหารที่ จ.ราชบุรี หรืออมตะนคร จ.ชลบุรี โดยการย้ายรถเมล์ จะเป็นรถปรับอากาศบางส่วน ส่วนรถร้อนยังคงให้บริการ ทั้งนี้เพราะรถปรับอากาศใช้วิ่งในเส้นทางที่น้ำท่วมสูงได้ไม่เกิน 40ซม. เท่านั้น
พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้อำนวยการงานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีเอ็มซีแอล ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที กล่าวว่า ในวันที่ 4 พ.ย. บริษัทคงให้บริการเดินรถไฟฟ้าใต้ดินตามปกติและเปิดให้บริการทุกสถานี แม้ว่าจะมีน้ำท่วมมาถึงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีพหลโยธิน และจตุจักร แต่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานีเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยให้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบระดับน้ำจากปกติทุก 1 ชั่วโมง
สุรพงษ์ เลาหะอัญญา ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือบีทีเอส กล่าวว่า ได้เตรียมระบบการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งหากน้ำท่วมถนนไม่เกิน 2.15 ม. และไฟฟ้าไม่ดับก็ยังสามารถให้บริการตามปกติ
ทั้งนี้ ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณผู้โดยสารลดลงจากวันละ 5 แสนคนเหลือ 4 แสนคน เนื่องจากมีหลายบริษัทหยุดงานและบางส่วนก็อพยพไปต่างจังหวัด
“ต้องติดตามสถานการณ์น้ำที่สถานีพหลโยธินอย่างใกล้ชิด เพราะน้ำใกล้มากแล้ว โดยสถานีนี้มีทางเข้าออกทั้งหมด 5 แห่ง ติดตั้งผนังป้องกันน้ำแล้วเสร็จ 100% จำนวน 2 แห่ง ติดตั้งผนังป้องกันน้ำบางส่วน 1 แห่ง และเปิดปกติ 2 แห่ง บริเวณทางเข้าออกด้านถนนลาดพร้าวซอย 1 และห้างยูเนี่ยนมอลล์ โดยหากระดับน้ำสูงเท่ากับบันไดขั้นที่ 2 ของสถานี หรือมีความสูงจากถนนประมาณ 40 ซม. จะปิดทางเข้าออกทั้งหมดทันที ซึ่งจากการซักซ้อมการติดตั้งผนังป้องกันน้ำนั้นจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง” พล.ต.ชาติชาย กล่าว
สำหรับสถานีอื่นๆนั้น อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังระดับน้ำ รวมทั้งได้ติดตั้งผนังป้องกันน้ำที่สถานีทุกแห่งประมาณ 50% แล้ว ซึ่งการพิจารณาติดตั้งผนังป้องกันนี้จะต้องให้เกิดความสมดุลกันระหว่างการป้องกันด้านความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร
ส่วนการพิจารณาเรื่องการให้บริการเดินรถไฟฟ้าใต้ดินนั้น มีหลากหลายแนวทางขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ เช่น หยุดให้บริการที่สถานีใดสถานีหนึ่ง โดยที่ขบวนรถไฟฟ้าวิ่งผ่านสถานีนั้นๆ การวิ่งให้บริการเป็นบางช่วง หรือการหยุดให้บริการทั้งหมด
ทั้งนี้ บีเอ็มซีแอลยืนยันที่จะให้บริการให้นานที่สุด เพื่อเป็นเพื่อนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน เช่น สถานีพหลโยธิน ซึ่งใกล้ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว และห้างได้ปิดให้บริการ แต่บีเอ็มซีแอลคงให้บริการที่สถานีดังกล่าวอยู่ โดยขอให้ประชาชนมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการรถไฟฟ้า เพราะเป็นสิ่งที่บริษัทคำนึงเสมอไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยของผู้โดยสาร และความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้าเอง
นวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า รถไฟสายใต้เดินรถได้ 6 ขบวน โดยยังคงเริ่มต้นที่สถานีนครปฐม







