posttoday
โรงงานกทม.ฝั่งตะวันตกเสี่ยงจม ผวจ.สมุทรสาครยันไม่เจาะพระราม2

โรงงานกทม.ฝั่งตะวันตกเสี่ยงจม ผวจ.สมุทรสาครยันไม่เจาะพระราม2

05 พฤศจิกายน 2554

พงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคตะวันตกของกรุงเทพมหานคร (กทม.)

พงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคตะวันตกของกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ตั้งแต่ จ.นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวมทั้งในพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันตก เช่น เขตบางขุนเทียนและบางบอน ของ กทม. มีโรงงานตั้งอยู่จำนวนมาก และมากกว่า 60% เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ภายนอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่และเก่าแก่ โดยส่วนใหญ่เป็นโรงงานสิ่งทอ ตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ฟอกย้อม และโรงงานอาหารเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีโรงงานอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมอีกส่วนหนึ่ง เช่น เขตประกอบการอุตสาหกรรมกลุ่มโรงงานฟอกหนัง ขณะนี้ได้ลดกำลังการผลิตลงเหลือ 50-60% เพื่อพร้อมรับสถานการณ์หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินและระบบโลจิส ติกส์ไม่เอื้ออำนวย

ขณะที่เขตประกอบการบึงโคล่อินเตอร์ซิตี้ร่วมทุน เขตหนองจอก เสริมคันดิน 1.3 เมตร และมีการเสริมกระสอบทราย แนวกั้นซีเมนต์เพิ่มเติม ส่วนเขตประกอบการวงแหวนชัชวาลแฟคตอรี่และวงแหวนแสงประทีป บางขุนเทียน ได้เก็บสารเคมีเพื่อชุบโลหะจำนวนหนึ่งไว้อย่างดีแล้ว

ทั้งนี้ หากในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม คาดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นภายนอกนิคมอุตสาหกรรมจะมากกว่าโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมฯ เพราะมีโรงงานทั้งเล็กและใหญ่ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสถานการณ์ปัจจุบันค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะน้ำทางฝั่งตะวันตกไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ซึ่งแต่ละโรงงานมีการป้องกันพื้นที่โรงงานเป็นอย่างดี เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัวเหมือนป้องกันบ้าน

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตกมีอยู่จำนวน 3 นิคมฯ ใน จ.สมุทรสาคร ได้แก่ 1.นิคมฯ สมุทรสาคร มีจำนวนโรงงาน 110 โรง คนงาน 1.6 หมื่นคน มูลค่าการลงทุน 2.23 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมประเภทอาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ เส้นใย ยาง พลาสติก 2.นิคมฯ สินสาคร มีจำนวนโรงงาน 49 โรง คนงาน 3,000 คน มูลค่าการลงทุน 168 ล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมกระดาษและการพิมพ์ ยาง พลาสติก และ 3.นิคมฯ มหาราช มีจำนวนโรงงาน 2 โรง คนงาน 410 คน มูลค่าการลงทุน 40 ล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมเครื่องหนัง ขนสัตว์ และเครื่องแต่งกาย

จุลภัทร แสงจันทร์ ผวจ.สมุทรสาคร เปิดเผยถึงการเตรียมการป้องกันโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยเบื้องต้นได้แจ้งเตือนไปยังโรงงานทุกแห่งให้ป้องกันตัวเองด้วยการเสริมกระสอบทราย หรือเสริมคันดิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ดำเนินการไปแล้ว เพราะทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลา ส่วนการป้องกันสารเคมีอันตรายภายในโรงงาน ซึ่งจากที่รับรายงานมายังไม่มีเรื่องดังกล่าวจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เพราะส่วนใหญ่โรงงานที่ตั้งในพื้นที่เป็นอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป

ด้านแนวป้องกันโรงงานได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ทางจังหวัดได้สั่งการขุดลอกคูคลองต่างๆ เพื่อให้ระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด และ 2.ในส่วนของโรงงานได้ให้โรงงานต่างๆ ทำคันป้องกันเฉพาะโรงงานของตัวเอง ทั้งนี้การดูแลลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่จะรับผิดชอบตามสิทธิที่แรงงานควรได้รับตามกฎหมาย รวมทั้งแรงงานต่างด้าวก็ต้องได้รับสิทธิเช่นเดียวกัน หากมีการอพยพแรงงานต่างด้าวจะออกไปอยู่นอก จ.สมุทรสาคร

“แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายและอยู่ใน จ.สมุทรสาคร ยอมรับว่ามี แต่จังหวัดได้ขึ้นทะเบียนไปแล้ว 9 หมื่นคน และที่ผ่านมาแม้จะมีผิดกฎหมาย ทางจังหวัดก็พยายามเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ส่วนการย้ายแรงงานต่างด้าวข้ามจังหวัดนั้น ทางกระทรวงแรงงานจะเป็นผู้ดำเนินการ และคาดว่าน่าจะมีการยกเว้นระเบียบเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย” ผวจ.สมุทรสาคร กล่าว

จุลภัทร กล่าวว่า ยังไม่มีแนวคิดเจาะถนนพระราม 2 เพื่อระบายน้ำ แต่ใช้แนวทางระบายลงทะเลให้เร็วที่สุด เพราะถนนพระราม 2 เป็นถนนที่สำคัญของประเทศต้องรักษาเอาไว้ ซึ่งกรมทางหลวงได้มารายงานว่ามีเครื่องสูบน้ำ รวมถึงเตรียมความพร้อมในการระบายน้ำไว้แล้ว หากน้ำข้ามมาจริงก็จะพยายามระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด คือ ถ้าเข้ามาในเขต อ.เมือง และใกล้กับแม่น้ำท่าจีน ก็จะพยายามระบายลงให้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม ส่วนการรักษาถนนพระราม 2 กรมทางหลวงก็ต้องหาแนวทางรักษาด้วยการทำคันต่างๆ ซึ่งตนได้ให้กรมทางหลวงติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่ ทั้งนี้ จังหวัดได้พยายามช่วยระบายน้ำที่มาจากคลองภาษีเจริญ รวมถึงคลองอื่นๆ เพื่อบรรเทาและช่วยถนนพระราม 2 และตนก็ได้มอบหมายให้แขวงการทางดูแลเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ แผนสำรองหากเกิดกรณีถนนพระราม 2 ถูกตัดขาด ตรงนี้เป็นหน้าที่ของกรมทางหลวง ซึ่งจังหวัดจะดูแลแค่ในโซนจังหวัด ทั้งนี้ ไม่ได้เป็นการปัดความรับผิดชอบ คงต้องหาทางอื่น ซึ่งตนได้เตือนไปหลายครั้งให้รักษาถนนไว้ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำกัน และหน้าที่ตนก็ไม่สามารถก้าวข้ามไปถึงกรมทางหลวง นอกจากนี้ ทางรัฐบาลก็ไม่ได้มีการสั่งการอะไรลงมา นอกจากตนสั่งการในพื้นที่เอง ว่าให้เตรียมทางสำรองไว้ ซึ่งแขวงการทางก็ต้องไปดำเนินการ

สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงการบริหารน้ำในส่วนของฝั่งตะวันตกของเจ้า พระยา ว่า ขณะนี้ยังเป็นการบริหารในภาพรวม โดยในระหว่างน้ำทะเลลดระดับลง ทางกรมชลประทานจะเร่งสูบน้ำออกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปลงสู่แม่น้ำท่าจีน ไปจนกว่าจะเริ่มเห็นคันคลอง จึงจะเริ่มบริหารการระบายน้ำตามแผนที่กรมได้วางไว้ ที่จะระดมเครื่องสูบน้ำออกจากบล็อคต่างๆ ตั้งแต่ คลองพระพิมล คลองเจ้าพระยาบันลือ และคลองทุ่งมหาสวัสดิ์

ในส่วนของระดับน้ำคาดว่าที่ จ.สมุทรสาคร จะไม่สูงถึง 3 เมตร แต่ระดับน้ำจะอยู่ที่ 11.5 เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่แบนปลายน้ำอย่างไรก็ตามเพื่อความชัดเจนกรมฯได้เร่งสำรวจพื้นที่เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำ และความเร็วของน้ำเพื่อจะได้วางแผนระบายน้ำปลายทางที่จะออกทะเลได้ดียิ่งขึ้น  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท