
น้ำซัดเงินสดซวนเซ
กว่า 1 เดือนที่เกิดวิกฤตน้ำท่วมหนักเกือบครึ่งประเทศ ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
กว่า 1 เดือนที่เกิดวิกฤตน้ำท่วมหนักเกือบครึ่งประเทศ ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
เศรษฐกิจพังพาบ ระบบการเงินพับเพียบ ประชาชนแห่กดเงินผ่านตู้เอทีเอ็มและสาขาธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 67 เท่าตัว หรือคิดเป็นวันละ 2 หมื่นล้านบาท จากปกติที่เบิกถอนเพียงวันละ 2,0003,000 ล้านบาท
ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ยอดขอปิดสาขาธนาคารพาณิชย์ในพื้นที่น้ำท่วมเป็นการชั่วคราวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพราะน้ำท่วมเริ่มส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสาขาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ขณะนี้มีธนาคารพาณิชย์ขอปิดสาขา 13 แห่ง ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย 2 แห่ง และบริษัทเงินทุน 1 แห่ง รวมแล้วแจ้งปิดสาขาทั้งสิ้น 528 สาขา เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 46 สาขา
ส่วนใหญ่เป็นการปิดเพิ่มใน กทม. โดยเฉพาะแถบบางเขน พหลโยธิน รามอินทรา บางแค และเพชรเกษม
และหากพิจารณาพื้นที่ที่ระบบการเงินชอร์ตปรากฏว่า กทม. มากสุด 243 สาขา จากสาขาที่มีทั้งหมด 1,990 สาขา จ.ปทุมธานี 151 สาขา นนทบุรี 69 สาขา พระนครศรีอยุธยา 30 สาขา ฯลฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ปิดมากที่สุด 113 สาขา
ขณะที่ตู้เอทีเอ็มพบว่าปิดรวมทั้งสิ้น 4,689 เครื่อง คิดเป็น 11.3% ของเครื่องเอทีเอ็มทั้งหมดในระบบ 41,666 เครื่อง เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 183 เครื่อง
กทม.ปิด 1,498 เครื่อง จากที่มี 13,996 เครื่อง จ.ปทุมธานี ปิดแทบจะทั้งจังหวัด 1,446 เครื่อง จ.นนทบุรี เอทีเอ็มปิดไป 733 เครื่อง
ธนาคารหลายแห่งต้องจัดให้บริการรถเอทีเอ็มเคลื่อนที่เสริมออกให้บริการแก่ประชาชน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นชัดว่าระบบการเงิน การใช้จ่ายของประชาชนก็ชะงักงันไปกับสายน้ำที่ทะลักท่วมเมือง
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การปิดสาขาของธนาคารในช่วงน้ำท่วมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสินเชื่อมากนัก เนื่องจากในระยะสั้นลูกค้าส่วนใหญ่ได้รับการผ่อนผันให้ยืดการชำระได้ และในระยะยาวจะมีการขอสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูความเสียหายเข้ามามาก จึงมองว่ายอดการเติบโตจะไม่ลดลงมากนัก แต่รายได้จากค่าธรรมเนียมอาจจะลดลง เพราะธนาคารไม่สามารถขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากสาขาในพื้นที่ประสบภัยได้ในช่วงที่ผ่านมา
“เรื่องสินเชื่อคงจะไม่เปลี่ยนแปลงมาก เพราะปัจจุบันสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากศูนย์ต่างๆ ไม่ได้มาจากสาขาเท่าไรนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเรื่องความเสียหายของลูกค้า ซึ่งขณะนี้ยังไม่ชัดเจน ซึ่งหากธนาคารใดที่มีทุนสำรองมากก็ไม่เป็นไร แต่ใครมีน้อยก็อาจได้รับผลกระทบ” บุญทักษ์ กล่าว
ขณะที่ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. บอกว่า จากการหารือกับธนาคารพาณิชย์ในเรื่องสินเชื่อและการบริการทางการเงิน ยังไม่พบปัญหา แต่ยังไม่มีการประเมินผลกระทบและความเสียหายเพิ่ม จนกว่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนอีกครั้งหลังน้ำลด ว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น จากที่เคยคาดไว้มากน้อยเพียงใด แต่เบื้องต้นยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง







