
สมุทรสาครหวั่นน้ำท่วมกว่า 5 พันโรงงาน
ประชาคมมหาชัยเตรียมรับมือน้ำใหญ่ หวั่นท่วมกว่า 5 พันโรงงาน เชื่อข้ามถ.พระราม2 ตัดเส้นทางลงใต้ สวดยับรัฐบาลไม่เหลียวแล
ประชาคมมหาชัยเตรียมรับมือน้ำใหญ่ หวั่นท่วมกว่า 5 พันโรงงาน เชื่อข้ามถ.พระราม2 ตัดเส้นทางลงใต้ สวดยับรัฐบาลไม่เหลียวแล
เทศบาลเมืองสมุทรสาครเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมโดยกุลวัชร หงส์ดู นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาครเป็นประธาน ซึ่งมีภาคประชาสังคมเข้าร่วมอย่างคับคั่งกว่า 30 คน อาทิ เครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ ส.ส. ผู้แทนโรงพยาบาล ประธานสภาหอการค้าจังหวัด ผู้ประกอบการ ผู้แทนธนาคารพาณิชย์ ส.ว. และทั้งหมดได้เห็นพ้องร่วมกันว่าน้ำเหนือที่กำลังไหลหลากมาจากตอนเหนือจะทำให้พื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายกับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีมากกว่า 5 พันแห่ง รวมถึงทำลายผลผลิตด้านการเกษตรและกิจการประมงอีกจำนวนมาก ดังนั้นทั้งหมดจึงต้องร่วมมือกันช่วยเหลือตัวเอง เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลเท่าที่ควร
ทั้งนี้บรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่สามารถให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ รวมถึงไม่สนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือในการเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สมุทรสาครกล่าวว่าขณะนี้ประชาชนมหาชัยต่างตั้งคำถามเหมือนๆกัน 4 ข้อคือ 1.น้ำจะท่วมหรือไม่ 2.ถ้าท่วมแล้วท่วมแค่ไหน 3.ท่วมนานเท่าไร 4.จะเอาน้ำออกอย่างไร แต่โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าน้ำมาแน่โดยสูง 1-3 เมตร ซึ่งจะท่วมถนนพระราม 2 ทำให้ถนนลงสู่ภาคใต้ถูกตัดขาด ซึ่งเป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องตอบว่าจะทำอย่างไร และหากมีการอพยพประชาชนจะเอาไปไว้ที่ไหนเพราะที่นี่ไม่ใช่มีแค่คนไทยแต่มีแรงงานข้ามชาติอีกจำนวนมาก
“ผมไม่อยากให้คนมหาชัยตื่นขึ้นมาแล้วหมดตัวเหมือนกับหลายๆพื้นที่ที่เกิดขึ้น รัฐบาลอย่าโหดร้ายกับเรานักเลย ควรที่จะรีบบอกชาวบ้านให้รู้ตัวได้แล้ว หากถนนพระราม 2 ท่วม น้ำก็ท่วมสมุทรสาครทั้งเมือง ผมอยากให้ผู้รู้ช่วยกันตอบคำถามทั้ง 4 ข้อนี้ ในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 6 พ.ย.นี้ ผมจะตั้งคำถามกับรัฐบาล เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยบอกความจริงกับรัฐบาล ทำให้น้ำท่วมเรื่อยมา”นายวิชาญ กล่าว
ขณะที่ผู้แทนภาคประชาชนและภาคธุรกิจหลายคนได้แสดงความคิดเห็นว่า ที่ผ่านมาชาวมหาชัยยังรู้สึกประมาทเนื่องจากเชี่อว่าอยู่ในพื้นที่ติดทะเลและน้ำเหนือที่ไหลมาจะลงทะเลอย่างรวดเร็ว แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วสถานการณ์น้ำครั้งนี้ไม่เหมือนกับในอดีตเนื่องจากในช่วงพฤศจิกายนจนถึงธันวาคมเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงทำให้กลายเป็นกำแพงน้ำกั้นไม่ให้น้ำเหนือไหลลง นอกจากนี้น้ำยังไม่สามารถระบายไปทางทิศตะวันตกที่ติดกับจ.สมุทรสงครามได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวสูงกว่าและหากมีการผันน้ำลงไปทางแม่น้ำแม่กลองก็จะทำให้สวนผักผลไม้ในพื้นที่อำเภออัมพวาและดำเนินสะดวกต้องได้รับความเสียหายมากเนื่องจากน้ำจะแช่อยู่ ดังนั้นทางออกที่จะช่วยบรรเทาปัญหาได้มากที่สุดคือการระบายน้ำผ่านคลองต่างๆที่ไหลในแนวดิ่งลงทะเล
“เราเสียเปรียบภาคตะวันออก เพราะที่นั่นหลังจากสร้างสนามบินสุวรรณภูมิก็มีเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องสูบน้ำทันสมัย แต่ของเรากลับไม่มีเลย มีแต่ของเก่า ดังนั้นพวกเราต้องช่วยตัวเองก่อน แม้ตอนนี้ข้อมูลยังสับสนมาก แต่ขอให้ฟันธงไว้ก่อนว่าน้ำมาแน่ ถ้าไม่ฟันธงก็ไม่คิดแก้ปัญหากัน”นายกุลวัชร กล่าว
นอกจากนี้ในที่ประชุมหลายคนได้แสดงความหนักใจที่ทางจังหวัดยังไม่มีความกระตือรือร้นที่จะเตรียมมือรับสถานการณ์เพราะเชื่อว่าน้ำเหนือคงมาไม่ถึง ทั้งนี้ที่ประชุมเสนอให้มีการเข้าพบหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และตั้งศูนย์วอรูมขึ้น โดยมีการจัดแบ่งภารกิจด้านต่างๆกัน ขณะที่เทศบาลนครสมุทรสาครได้เตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงขึ้น 6 แห่ง ในส่วนของเครือข่ายภาคประชาชนก็เตรียมเข้าไปให้ความรู้และความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติที่มีอยู่หลายหมื่นคน







