
ปชป.แกลับ รัฐบาลปูอ่อนหัด กักน้ำเต็มเขื่อนหวังปั้นรับจำนำข้าว
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกรณี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกรณี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ระบุว่า รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศขณะที่น้ำเต็มเขื่อนแล้ว พร้อมตั้งคำถามถึง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าบริหารน้ำอย่างไร นั่นเป็นพฤติกรรมที่สอดรับกับการประโคมข่าวของสื่อคนเสื้อแดงที่โยนความผิดให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด เพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวด้านบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายกว่า 2 แสนล้านบาท มีคนตกงานกว่า 2 ล้านคน ประชาชนเดือดร้อน 5 ล้านครัวเรือน รวม 20 ล้านคน ขณะนี้รัฐบาลก็ยังแก้ปัญหาน้ำท่วมผิดพลาดต่อเนื่องและมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจจนทำให้การ บริหารสถานการณ์น้ำล้มเหลว จึงไม่แน่ใจว่าหลังน้ำลดแล้วรัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ เพราะการบริหารที่ผิดพลาดได้สร้างความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองอย่างมหาศาล
นอกจากนี้ สาทิตย์ ยังได้นำกราฟแสดงปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.ซึ่งเป็นวันประกาศยุบสภา ปรากฏว่ามีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ต่ำสุด หลังจากนั้นพายุเข้าปริมาณน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้น โดยในช่วงที่ อภิสิทธิ์ ยังเป็นนายกรัฐมนตรี ปริมาณน้ำอยู่ในระดับ 55% และมีการระบายน้ำตามปกติ 40 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน หลังจากนั้นในวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมายิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีปริมาณน้ำในเขื่อนประมาณ 9,000 ล้าน ลบ.ม. หรือ 66% ของความจุเขื่อน และมีแนวโน้มว่าพายุจะเข้า ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งระบายน้ำจากเขื่อนโดยเร็ว แต่เป็นเพราะมีโครงการจำนำข้าวทำให้เกรงว่าปล่อยน้ำแล้วจะกระทบนาข้าวจนไม่มีผลผลิตไปจำนำ ทำให้ไม่มีการระบายน้ำ กระทั่งปริมาณน้ำไต่ระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายกรัฐมนตรีเปิดโครงการบางระกำโมเดล แก้ปัญหาน้ำท่วม ปริมาณน้ำในเขื่อนสูงกว่า 1 หมื่นล้าน ลบ.ม.แล้ว แต่การระบายน้ำออกจากเขื่อนกลับทำเหมือนอยู่ในภาวะปกติ คือ 40 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และเริ่มระบายน้ำจำนวนมากในช่วงต้นเดือน ต.ค. คือ 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ดังนั้นรัฐบาลจะโทษรัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่ได้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลชุดนี้อย่างชัดเจนมีหลักฐานยืนยันได้
ด้าน ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลควรสืบหาต้นตอคนที่ทำให้เกิดมหาอุทกภัยครั้งนี้แทนการโยนความผิดให้คนอื่น เพราะมีเสียงวิจารณ์มากว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จงใจปล่อยให้น้ำท่วมประเทศ เพราะรู้ว่าปฏิบัติตามนโยบายที่หาเสียงไม่ได้ จึงปล่อยน้ำท่วมนาทำให้ไม่มีผลผลิตจำนำตามโครงการรับจำนำข้าว ทำให้นิคมอุตสาหกรรมจมน้ำเพื่อให้แรงงานตกงานจะได้ไม่ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน รัฐบาลต้องชี้แจงว่าเป็นความจริงหรือไม่ ส่วนกรณีที่รัฐบาลพยายามพูดมาตรการเยียวยาหลังน้ำท่วมโดยใช้งบประมาณ 9 แสนล้านบาทนั้น เป็นความพยายามที่จะทำเหมือนสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่และรัฐบาลต้องสนใจน้ำที่ยังท่วมถึงคอและเอวของประชาชนในหลายพื้นที่ต้องดูแลประชาชนที่ขาดน้ำดื่ม อาหาร สาธารณูปโภคก่อน แต่รัฐบาลกลับบริหารของบริจาคในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ไม่ได้ แล้วประชาชนจะไว้ใจให้บริหารเงิน 9 แสนล้านบาทได้อย่างไร เพราะประชาชนยังขาดแคลนปัจจัย 4 ขณะที่ในพื้นที่น้ำลดก็ยังไม่มีการเยียวยาที่ชัดเจน โดยรัฐบาลพยายามให้ประชาชนสนใจแผนการใช้เงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้พี่น้องที่ประสบภัยแม้แต่ครั้งเดียวสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือต้องเข้าใจถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ก่อนที่จะคิดละเลงเงินสร้างหนี้ให้ประชาชน
ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องเอาชนะน้ำและพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์โจมตีรัฐบาลว่าน้ำท่วมครั้งใหญ่เป็นเพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ปล่อยน้ำจากเขื่อนซึ่งก็ไม่เป็นความจริง เพราะยิ่งลักษณ์เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 26 ส.ค. ตอนนั้นเป็นช่วงของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลรักษาการ เหมือนเป็นความจงใจหรือไม่ที่เก็บน้ำไว้ 9,000 ล้านลบ.ม. เชื่อว่าประชาธิปัตย์จะมาโทษ ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทานดังนั้นต้องยอมรับและตอบคำถามของประชาชนให้ได้ว่าคุณจงใจเก็บน้ำไว้เพราะหวังทำลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช่หรือไม่







