
ย้ายศูนย์กระจายสินค้าไปชลบุรี
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้ตัดสินใจย้ายระบบคลังสินค้าทั้งหมดไปยังนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้ตัดสินใจย้ายระบบคลังสินค้าทั้งหมดไปยังนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี
ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ในการเก็บสินค้าและการเดินทาง พร้อมทั้งการขนส่งสะดวกสบายและไม่มีปัญหาน้ำท่วม
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทางจังหวัดชลบุรีพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าและโทรศัพท์อำนวยความสะดวกให้แก่ห้างค้าปลีกรายใหญ่หลายบริษัท ที่จะเดินทางเข้ามาใช้อาคารคลังสินค้าในการเก็บสินค้าที่จำเป็นในการอุปโภคและบริโภค เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด กระดาษชำระ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เป็นต้น และรถบรรทุกของห้างค้าปลีกรายใหญ่หลายราย จะได้นำรถบรรทุกอีกหลายร้อยคันขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆ คาดว่าจะสามารถกระจายสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคไปยังพื้นที่ทั่วประเทศได้ 45 แสนหีบต่อวัน
แต่ทว่าสมาคมขนส่งฯ ไม่เห็นด้วยที่จะย้ายศูนย์กระจายสินค้าไปที่ชลบุรี จึงเรียกร้องกิตติรัตน์จัดหาพื้นที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าไปทั่วประเทศ หลังศูนย์ที่ตั้งอยู่ที่พุทธมณฑลถูกน้ำท่วม
วรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย และผู้ประกอบการขนส่งและกระจายสินค้า เข้าพบกิตติรัตน์ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) โดยขอให้รัฐบาลจัดหาพื้นที่ตั้งศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า หลังศูนย์ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 15 ถูกน้ำท่วม
วรวิทย์ ระบุว่า ศูนย์กระจายสินค้าที่ถนนพุทธมณฑลสาย 15 15 ถูกน้ำท่วมสูง จนไม่สามารถใช้การไม่ได้มา 5 วันแล้วหรือตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ต้องหยุดกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ และหากยังไม่มีพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ภายใน 5 วัน จะทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนสินค้าทุกประเภทหลายจังหวัด โดยเฉพาะอาหาร
ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมขณะนี้ทำให้โมเดิร์นเทรดที่มีสัดส่วนกระจายสินค้าไปทั่วประเทศในสัดส่วน 40% ไม่สามารถกระจายสินค้าได้เต็มที่ ขณะที่สมาคมขนส่งฯ ที่กระจายสินค้าให้ร้านค้าปลีกดั่งเดิมหรือโชห่วยมีสัดส่วนกระจายสินค้า 60% หากไม่มีศูนย์กระจายสินค้าหรือต้องหยุดกระจายสินค้านานๆ จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วประเทศ
วรวิทย์ กล่าวว่า ได้เสนอกิตติรัตน์ให้จัดหาพื้นที่ที่มีศักยภาพที่พอจะจัดตั้งเป็นศูนย์กระจายสินค้า เช่น ที่จอดรถโรงงานยาสูบ พื้นที่ของสวนลุมไนท์บาซาร์เก่า และท่าเรือคลองเตย เพราะเป็นพื้นที่เปล่า รถบรรทุกสามารถวิ่งเข้าออกหรือจอดรับสินค้าได้ หากได้พื้นที่แล้วจะแจ้งให้สมาชิก 400 ราย ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กระจายสินค้าต่อไป
วรวิทย์ กล่าวว่า ปกติการขนส่งและกระจายสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าที่พุทธมณฑลจะมีการขนส่งสินค้าโดยรถบรรทุก 500-600 คันต่อวัน หรือคิดเป็นน้ำหนัก 1 หมื่นตันต่อวันซึ่งนับตั้งแต่ศูนย์กระจายสินค้าหยุดให้บริการทำให้สินค้าที่ส่งไปในภูมิภาคต่างๆหายไปแล้ว 5 หมื่นตัน และจะทำให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนได้







