posttoday
ตามล่า ภาษีหุ้นชินฯ สุดท้าย“หญ้าแพรกแหลกราญ”

ตามล่า ภาษีหุ้นชินฯ สุดท้าย“หญ้าแพรกแหลกราญ”

19 กุมภาพันธ์ 2553

ถึงตอนนี้การไล่ล่าภาษีการซื้อขายหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น ของครอบครัวชินวัตรมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า ยากลำบาก

ถึงตอนนี้การไล่ล่าภาษีการซื้อขายหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น ของครอบครัวชินวัตรมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า ยากลำบาก

แม้คตส.จะสรุปว่า กรณีที่นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซื้อหุ้นชินคอร์ป จำนวน 329.2 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 4749 บาทจากบริษัท Ample Rich Investment Limited ซึ่งอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปในคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีข้อสรุปค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าผลประโยชน์จาก "ส่วนต่าง" ราคาหุ้นเกือบ 1.6 หมื่นล้านบาท ที่ 2 พี่น้องครอบครัวชินวัตรได้รับนั้น เข้าข่ายที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 40(2)

เพราะถือเป็นรายได้ที่เกิดจากการทำงานเนื่องจากบุคคลทั้งสองเป็นกรรมการในบริษัท Ample Rich

บุคคลทั้ง 2 จึงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2550 โดยมีภาระภาษีที่ต้องเสียรวมกันกว่า 5.8 พันล้านบาท เมื่อรวมเบี้ยปรับ เบี้ยเพิ่มตามกฎหมายประมวลรัษฎากรก็ตกประมาณ 1.21.25 หมื่นล้านบาทเป็นอย่างต่ำ

ทว่าในส่วนของการไต่สวนกรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง และกรมสรรพากร ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเรียกเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ซึ่งในเบื้องต้นมีผู้ถูกกล่าวหา 8 คน ประกอบด้วย นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร นางไพฑูรย์ พงษ์เกษร รองอธิบดีกรมสรรพากร นางเบญจา หลุยเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง ผู้อำนวยการสำนักอุทธรณ์ภาษี สรรพากร,น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สรรพากร และนายกฤช วิปุลานุสาสน์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายกรมสรรพากร รวมถึง นางปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้ทำหนังสือหารือมายังกรมสรรพากร

ถึงตอนนี้ข่าวลึกชนิดไม่ต้องใช้สมองกรองอีกต่อไปนั้น พบวว่าคณะอนุกรรมการสอบสวนในกรณีนี้ ที่นายสัก กอแสงเรือง เป็นประธาน มีมติไม่สั่งฟ้องนายศุภรัตน์,นายศิโรตม์ และนางไพฑูรย์ ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “รวิฐา พงศ์นุชิต” รองอธิบดีกรมสรรพากร

เหตุผลคือ ทั้ง 3 คนมิได้มีส่วนร่วมในการตอบข้อหารือในการเสียภาษีแม้แต่น้อยสำนวนผลสอบของอนุกรรมการ ว่าไว้ดังนี้

ปลัดกระทรวงการคลังไม่เกี่ยวข้อง เพราะแม้จะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการในกระทรวงการคลัง แต่ในการทำหนังสือตอบข้อหารือออกไปว่าการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปไม่ต้องเสียภาษีนั้นจะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสรรพากร จึงไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำหนังสือตอบข้อหารือผู้เสียภาษี

นางไพฑูรย์ ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการตอบข้อหารือผู้เสียภาษีเช่นเดียวกัน เพราะในช่วงที่กรมสรรพากรทำหนังสือตอบข้อหารือกรณีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปออกไปนั้น นางไพฑูรย์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักอุทธรณ์ภาษี

ส่วนกรณีที่นางไพฑูรย์เดินทางไปชี้แจงกรรมาธิการการเงินการคลังวุฒิสภาว่า กรณีที่นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ไปซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาตลาดไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ถ้าในอนาคตมีการขายหุ้นออกไปในราคาที่สูงกว่าราคาตอนที่ซื้อมาถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) ช ต้องนำมาเสียภาษี ซึ่งต่อมาปรากฏว่านายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ได้นำหุ้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ฯจึงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมายนั้น

ปรากฎตามหลักฐานว่า ในช่วงที่คณะกรรมาธิการทำหนังสือถึงนายศิโรฒม์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ไปชี้แจงกรณีที่กรมสรรพากรไม่ดำเนินการเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปนั้น แต่นายศิโรฒม์ไม่ว่าง จึงได้มอบหมายให้นางไพฑูรย์ในฐานะรองอธิบดีกรมสรรพากรไปชี้แจงกรรมาธิการแทน นางไพฑูรย์ได้ชี้แจงให้คณะกรรมาธิการทราบตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในหนังสือตอบข้อหารือที่กรมสรรพากรตอบไปก่อนหน้า

กรณีของนายศุภรัตน์และนางไพฑูรย์จึงไม่เข้าข่ายองค์ประกอบมาตรา 157 ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะในกฎหมายกำหนดไว้ว่า "จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ ได้มีการกระทำผิดต่อหน้าที่"

แต่นายศุภรัตน์และนางไพฑูรย์ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีซื้อขายหุ้นชินคอร์ปแต่อย่างใด

กรณีที่นายศุภรัตน์และนางไพฑูรย์ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวยืนยันว่านายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ไม่ต้องนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปมาเสียภาษีนั้น ก็เป็นการดำเนินการตามคำสั่งของนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้นายศุภรัตน์มาเป็นประธานในงานแถลงข่าว ร่วมกับนางไพฑูรย์ ในฐานะที่เป็นรองโฆษกกระทรวงการคลัง

ยิ่งนายศิโรตม์ยิ่งไม่เกี่ยวในการละเว้น เพราะผู้ตอบหนังสือคือนางเบญจา เพียงแต่เข้าไปเกี่ยวข้องตามสถานการณ์ที่ต่างกรรมต่างวาระ ทั้งในการชี้แจงกับสื่อมวลชน, เหลือเพียง นางเบญจา, นายกริช,น.ส.จำรัส เท่านั้น ที่ต้องลุ้นกับการโดนสอบสวนทางวินัยอีกคำรบ
เพราะ นายศิโรตน์,น.ส.โมรีรัตน์ ได้ถูกกระทรวงการคลังให้ออกจากราชการไปแล้ว เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวโทษละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่เก็บภาษีจากการซื้อหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น ของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จาก คุณหญิงพจมาน ชินวัตร

ถึงตอนนี้อนาคตของ เบญจา,กริช,จำรัส ต่างยืนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไม่เพียงแต่ต้องโทษทางวินัย เท่านั้น หากแต่อาจโดนอาญา ที่ต้องโทษจำคุก 520 ปี

ครั้นจะสู้ต่อไปเพื่อมิให้กระทรวงเอาผิดทางวินัยก็คงลำบาก เพราะคระกรรมการสอบสวนชุดที่นายอรัญ ธรรมโน อดีตปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานนั้นก็ระบุชัดเช่นกันว่า ผู้บริหารกรมสรรพากรมีการละเว้นการเก็บภาษีการซื้อหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น นอกตลาดหลักทรัพย์ของนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร เพราะการตอบข้อหารือของกรมสรรพากรที่มีไปถึงครบครัวชินวัตรว่าการซื้อขายหุ้นในลักษณะดังกล่าวว่าไม่มีภาระภาษีต้องจ่าย ทั้งๆที่ความจริงแล้วต้องจ่าย

นี่คือผลกรรมของข้าราชการที่ไปหงอให้กับการเมือง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี