
ขรก.ทุลักทุเล ลุยน้ำมาทำงาน
การเปิดทำงานวันแรกของข้าราชการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ทั้งอาคารเอและอาคารบี เมื่อวันที่ 1 พ.ย.
การเปิดทำงานวันแรกของข้าราชการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ทั้งอาคารเอและอาคารบี เมื่อวันที่ 1 พ.ย.
แม้จะมีข้าราชการมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เดินทางมาทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เต็มไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากปริมาณน้ำสูงบนถนนแจ้งวัฒนะเกือบ 1 เมตร ยังไม่มีแนวโน้มลดลง การเดินทางยังจำเป็นต้องอาศัยรถเมล์ประจำทาง โดยพนักงานขับรถเมล์จะปล่อยให้ลงบริเวณสะพานข้ามแยกซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมไม่ถึง
บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานหลายแห่ง ประกอบด้วย บริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม บริษัท ไปรษณีย์ไทย ศาลปกครอง รวมทั้งศูนย์ราชการซึ่งมีพนักงานและข้าราชการหลายหน่วยงานที่มีสำนักงานตั้งอยู่ภายในอาคารศูนย์ราชการ ที่จำเป็นต้องเดินทางมาทำงานตามปกติ ต้องเดินทางอย่างยากลำบาก ส่วนหนึ่งต้องใช้บริการรถร่วม ขสมก. มาลงบริเวณสะพานข้ามทางเข้าศูนย์ราชการ แล้วเดินลุยน้ำเข้าไป หรือรอโดยสารเรือที่ทหารนำมาให้บริการข้ามฝั่ง ซึ่งสามารถขนคนได้เพียง 23 คนต่อเที่ยวเท่านั้น
ในส่วนของบริษัท กสทฯ บริษัท ไปรษณีย์ไทย และบริษัท ทีโอที มีรถบรรทุกที่ใช้ติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์และรถบรรทุกส่งพัสดุไปรษณีย์ รับส่งพนักงานจากเชิงสะพานข้ามแยกคลองประปาฝั่ง จ.นนทบุรี เข้าไปส่งถึงด้านในสำนักงานซึ่งยังแห้งอยู่โดยเดินข้ามมายังฝั่งกรมศุลกากรที่น้ำยังท่วมไม่ถึงด้านในและเปิดประตูด้านข้างให้พนักงานและข้าราชการจากกองทัพไทยและดีเอสไอเดินเข้ามาทำงานได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโรงอาหารชั้นใต้ดินของศูนย์ราชการได้ปิดให้บริการ ไม่มีพ่อค้าแม่ขายเข้ามาเปิดร้านค้าเหมือนปกติ ทั้งๆ ที่เป็นวันเปิดทำงานวันแรก ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงาวังเวง ทำให้ข้าราชการที่เดินทางมาทำงานและไม่ได้เตรียมข้าวมาเป็นอาหารกลางวัน ต้องเข้าไปหาซื้อน้ำและขนมจากร้านสะดวกซื้อภายในอาคาร ซึ่งมีสินค้าวางจำหน่ายบางชนิดเท่านั้น ยกเว้นน้ำดื่มที่ขาดแคลนมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว
ส่วนธนาคารพาณิชย์ที่เปิดให้บริการในศูนย์ราชการซึ่งมีถึง 5 แห่งก็ได้ปิดให้บริการ ยกเว้น ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งตลอดทั้งวันแทบไม่มีลูกค้าเข้าใช้บริการ ส่วนสำนักงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมแม้จะเปิดการทำงาน แต่ให้ข้าราชการย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปภ.แทน ในศูนย์ราชการ อาคารเอนั้น ยังมีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่ข้าราชการเดินทางมาทำงานอย่างทุลักทุเลกว่าจะเดินฝ่ากระแสน้ำเข้ามาได้ ทำให้หลายคนเลือกหอบแฟ้มกลับไปทำงานที่บ้านแทน
ฝั่งข้าราชการทำเนียบรัฐบาลไม่ต่างกับข้าราชการกระทรวงอื่นที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัยโดยทั่วกันยิ่งการทำงานต้องปรับบทบาทไปช่วยสนับสนุนงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอุทกภัย (ศปภ.) ด้วยแล้ว ทั้งช่วยสนับสนุนข้อมูลป้อนให้นายกฯ รองนายกฯ คอยแก้ไขปัญหาน้ำ
น้าควร เจ้าหน้าที่ยานพาหนะ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาศัยอยู่ที่แฟลตย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอนนี้ถูกล้อมรอบด้วยน้ำสูงเกินเอว ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าคลื่นเพื่อมาให้ถึงทำเนียบรัฐบาลโดยเร็ว เพราะจะต้องรับส่งข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจำนวนหนึ่งเพื่อไปปฏิบัติงานในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) โดยที่ไม่รู้ว่ามอเตอร์ไซค์จะน็อกเมื่อไร
“ไม่รู้ว่ามอเตอร์ไซค์จะน็อคเมื่อไหร่ วานนี้น้ำยังไม่สูง ยังไม่เข้าท่อไอเสีย ก็ต้องไปลุ้นกันเย็นนี้ ( 1 พ.ย.) ทำไงได้ครับ เพราะมีหลายชีวิตที่เราต้องรับส่งให้ไปปฏิบัติงานกู้น้ำท่วมที่ศปภ. ก็ต้องออกมาครับ”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ ประจำทำเนียบรัฐบาล เป็นอีกรายที่อยู่ในหมู่บ้านเสนา ย่านบางเขน ตอนนี้น้ำท่วม ต้องฝ่าน้ำหารถเพื่อมาทำเนียบรัฐบาลและไปที่ ศปภ. ที่ย้ายไปที่กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้เดินทางมาลำบากและตัดสินใจแอบใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่หลับนอน โดยมีกลุ่มข้าราชการที่เข้าใจหัวอกต่างเก็บเรื่องเป็นความลับ
ขณะที่การทำงานของข้าราชการทำเนียบรัฐบาลที่ไปทำหน้าที่สนับสนุน ศปภ. เริ่มหดหายลงจากน้ำท่วม บางรายต้องอพยพครอบครัวไปต่างจังหวัด จนเหลือข้าราชการทำเนียบรัฐบาลที่มาช่วย ศปภ.ไม่ถึง 20 คน จนมีเสียงครวญจากข้าราชการชั้นผู้น้อยว่า ควรจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้ข้าราชการที่มีใจเต็มร้อยในการช่วยงาน ศปภ. ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไร้วี่แวว







