
พท.โยนบาปหาแพะบูเมอแรงฆ่าตัวเอง
ผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมเกินกว่าที่หลายคนประเมินไว้ กว่าน้ำจะลดอาจต้องกินไปถึงเดือน ธ.ค. แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมเกินกว่าที่หลายคนประเมินไว้ กว่าน้ำจะลดอาจต้องกินไปถึงเดือน ธ.ค. แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมเกินกว่าที่หลายคนประเมินไว้ กว่าน้ำจะลดอาจต้องกินไปถึงเดือน ธ.ค. แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เทคนิคพูดให้มีความหวังจากเดิม บอกกับประชาชนว่าอีก 2 วัน สถานการณ์น้ำท่วมจะดีขึ้น ล่าสุด เปลี่ยนใหม่ว่า สัปดาห์หน้าทุกอย่างจะคลี่คลาย
ยิ่งนานวันยิ่งเห็นการบริหารงานของรัฐบาลที่เป็นปัญหา ความไม่เป็นเอกภาพ ศปภ.ที่มีทีมงานมาก ให้ข้อมูลผิด ประชาชนสับสน ศปภ.หมดความเชื่อถือ ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ก็ไร้อำนาจแก้ปัญหาและพูดไม่ตรงกับที่ประเมินไว้
ล่าสุดเหตุการณ์ม็อบคลองสามวาที่ วิชาญ มีนชัยนันท์ สส.พรรคเพื่อไทย เอาใจม็อบใช้อำนาจสั่งเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาสูงขึ้นอีก 1 เมตร ทั้งที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพิ่งยืนยันกับสื่อมวลชนไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าว่า ปัญหาม็อบคลองสามวาจบแล้ว โดยรัฐบาลจะเปิดให้ 80 ซม.
สะท้อนว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ล้มเหลวไม่มีอำนาจแก้ปัญหาในยามวิกฤต สส.ใหญ่กว่านายกฯ เกิดภาวะไร้ขื่อแป ทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลผิดพลาดหมด สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนมากกว่าที่คิด
โชคร้ายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ต้องมาเจอภัยธรรมชาติตั้งแต่เริ่มเป็นรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลจัดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ความรุนแรงจากผลกระทบที่เกิดกับประชาชน และภาคธุรกิจก็อาจลดลงได้ครึ่งต่อครึ่ง
เมื่อสถานการณ์ขณะนี้ย่ำแย่กว่าที่คาด ฝั่งตะวันออก ตะวันตกของกรุงเทพฯ เริ่มจมไปทีละเขต น้ำกำลังผ่ากลางกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยใจระทึก พร้อมกับความโกลาหลจากม็อบชุมชนต่างๆ ที่ไม่ต้องการจมน้ำนานกว่าฝั่งอื่น
สิ่งที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะเผชิญหลังน้ำลดคือ การทวงถามความรับผิดชอบจากการแก้ปัญหาที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนเกิดความเสียหายมหาศาล ซึ่งคนเป็นผู้นำรัฐบาลไม่สามารถอยู่เฉยได้หรือกล่าวโทษให้เป็นเรื่องภัยธรรมชาติอย่างเดียว
ย้อนไปดูก่อนสถานการณ์เริ่มวิกฤต พลพรรคเพื่อไทยพยายามหา “แพะ” เพื่อชี้นำให้ประชาชนเห็นว่า ความเสียหายครั้งนี้ไม่ใช่เพราะรัฐบาล หากแต่เป็นเรื่องภัยธรรมชาติ ถือเป็นแพะตัวที่ 1
ต่อมารัฐบาลยังมีข้อแก้ตัวว่าปัญหาน้ำท่วมมาจาก กฟผ. หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในฐานะดูแลเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ที่ไม่ยอมปล่อยน้ำออกมาก่อนจะมีพายุเข้าหลายลูก รอจนน้ำเข้ามาในเขื่อนให้มากแล้วค่อยระบายน้ำออก กลายเป็นมวลน้ำก้อนใหญ่ถล่มกรุง กฟผ.จึงเป็นแพะตัวที่ 2
แพะตัวที่ 3 คือ กรมชลประทาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมกับ แพะตัวที่ 4 ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ ที่ดูแลกรมชลประทาน ซึ่งพรรคเพื่อไทย แกนนำ 111 ไทยรักไทย ที่มาช่วยรัฐบาล ประเคนหมัดใส่กรมชลฯ ว่า กั๊กข้อมูลบอกข้อเท็จจริงแต่ “น้ำท่า” น้ำที่มากับแม่น้ำ แต่ไม่บอกข้อมูล “น้ำทุ่ง” น้ำที่หลากตามท้องทุ่งมวลมหึมาทำให้รัฐบาล ประเมินสถานการณ์ผิด เป็นผลให้นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งจมมิด และไหลเข้าท่วมกรุงเทพฯ ขณะนี้
ข้อกล่าวหาอีกกรณี คือ การที่กรมชลประทาน ซึ่งคุมประตูระบายน้ำ (ปตร.) ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ เช่น ปตร.หนองจอก ปตร.คลองประเวศบุรีรมย์ ไม่ยอมเปิดประตู ทำให้น้ำระบายลงสู่ทะเลไม่เต็มที่
แพะตัวที่ 5 บรรหาร ศิลปอาชา เจ้าของพรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งคุม ธีระ และกรมชลฯ อีกทอด ถูกกล่าวโทษจากพรรคเพื่อไทยว่าเป็น “ขาใหญ่” สั่งปิดการระบายน้ำ ปตร.พลเทพ ที่ จ.ชัยนาท กันไม่ให้น้ำเข้า จ.สุพรรณบุรี ถิ่นบรรหาร ทำให้การแก้ปัญหาของรัฐบาลผิดแผน น้ำระบายลงฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ไม่ได้
แพะตัวที่ 6 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. โดนกระหน่ำทุกทิศจาก ศปภ. นายกฯ ยิ่งลักษณ์ และ สส.พรรคเพื่อไทย ว่า ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ด้วยการยอมให้น้ำเหนือไหลลงสู่คลองแสนแสบในกรุงเทพฯ จนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องประกาศใช้มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยึดอำนาจจาก กทม. ใครฝ่าฝืนคำสั่งมีบทลงโทษตามกฎหมาย แม้กระชับอำนาจได้ ทว่าสถานการณ์กลับหนักกว่าเดิม น้ำมีโอกาสเข้าท่วมกรุงเทพฯ ทุกเขต จากที่ สส.พรรคเพื่อไทย ไม่ห้ามม็อบคลองสามวา จนทำลายปตร.คลองสามวา ซึ่งเป็นด่านหน้ากรุงเทพฯ ไปบางส่วน
ไม่เฉพาะ สส.กทม. กลุ่ม สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นำโดย ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ออกมาซ้ำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ว่า ขวางกระแสน้ำไม่ให้ไหลผ่านกรุงเทพฯ ลง จ.สมุทรปราการ เพื่อระบายสู่อ่าวไทยเร็วๆ ทั้งที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมรับน้ำ แต่น้ำจากเมืองกรุงไม่ยอมมาเสียที
เหตุผลใหม่สดๆ ร้อนๆ คือ การปราศรัยของ จตุพร พรหมพันธุ์ สส.เสื้อแดง พรรคเพื่อไทย ในเวที “ไพร่แดง ลมหายใจที่ไม่แพ้” ที่ อ.เมือง จ.เชียงราย จตุพร บอกว่า เหตุที่น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้มาจากยุคพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกักน้ำเอาไว้เต็มเขื่อนหลายแห่ง ส่วนทหารที่ขอเข้ามาช่วยแก้น้ำท่วม ถ้าล้มเหลวทหารต้องรับไปด้วย 50%
จตุพร ยังบอกว่า รัฐบาลนี้มีแต่คนจ้องล้มให้ได้ภายในเดือน ธ.ค. แต่โชคดีมีน้ำท่วมใหญ่ก่อน ทำให้ล้มไม่ได้
ความหมายของจตุพร แพะตัวที่ 7 คือ พรรคประชาธิปัตย์ แพะตัวที่ 8 คือ กองทัพ
สรุป การที่น้ำท่วมคือโชคดีของรัฐบาลที่ป้องกันไม่ให้ใครมาล้มได้ แต่นี่เป็นโชคร้ายของประชาชนที่เดือดร้อนกันถ้วนหน้า
เหตุผลของจตุพรครั้งนี้ ผูกปม ซ่อนเงื่อนยิ่งกว่าหนังสืบสวนกระฉ่อนโลก เล่นเอาพรรคประชาธิปัตย์ตอบโต้ ถ้าอย่างนั้นประชาธิปัตย์ก็แกล้งแพ้เลือกตั้ง เพื่อต้องแกล้งวางยาให้น้ำท่วม ส่วนกองทัพก็นึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็นแพะกับเกมโยนบาปครั้งนี้ เพราะเป็นฝ่ายปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างแข็งขันตามที่รัฐบาลสั่ง และกองทัพก็ได้รับคำชื่นชมสูงว่าเป็น “พระเอก” ตัวจริง
แพะตัวที่ 9 คือ คมช. ล่าสุดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์แสดงความเสียใจปัญหาน้ำท่วมว่า ช่วงเขาเป็นรัฐบาล เคยคิดทำโครงการขนาดใหญ่ซึ่งมีเรื่องน้ำรวมอยู่ด้วย แต่ถูกปฏิวัติเสียก่อน ทำให้แก้ไม่ได้
กลยุทธ์โยนบาป ปัดพ้นตัว ไม่ยอมรับว่ากลไกการสั่งการในรัฐบาลเองมีความผิดพลาด เพราะแม้แต่คนในรัฐบาล หรือ ศปภ.เองก็ออกมาแฉกันเองว่าทำงานไร้ประสิทธิภาพ ไม่ทันกู้วิกฤต ยังเอาของบริจาคแปะชื่อเป็นของตัวเอง ไม่กระจายของ ปล่อยให้ของบริจาคจมน้ำ
รัฐบาลคงลืมไปว่า “แพะ” ที่แกนนำรัฐบาลกล่าวโทษนั้น ทั้ง กฟผ. กรมชลประทาน พรรคชาติไทยพัฒนา ก็คือกลไกแขนขาของรัฐบาล มีนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด
ทุกอย่างเป็นบูเมอแรงกลับมาทิ่มใส่รัฐบาลเอง แก้ตัว “น้ำขุ่นๆ” อย่างนี้ประชาชนต้องตัดสินเอง







