posttoday
การเอื้อประโยชน์ในคดีที่นอกสำนวนยึดทรัพย์

การเอื้อประโยชน์ในคดีที่นอกสำนวนยึดทรัพย์

22 กุมภาพันธ์ 2553

...สมผล ตระกูลรุ่ง

วันพิพากษาคดีประวัติศาสตร์กำลังจะมาถึงแล้ว ผลจะเป็นประการใด วันศุกร์นี้จะได้รู้กันทั่วโลก แต่จะรู้ผลกันกี่โมงกี่ยาม ยังไม่อาจคาดเดาได้ เพราะไม่รู้ว่าศาลท่านจะอ่านคำพิพากษายาวนานแค่ไหน

ไม่ว่าผลจะเป็นประการใด ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับ ถ้าไม่เห็นด้วย ท่านมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย วิเคราะห์อย่างวิชาการ

กรุณาอย่าใช้อารมณ์ อย่าตำหนิโดยไม่มีเหตุผล ประเภทที่รับจ้างมาด่า ระวังให้ดี เพราะท่านอาจถูกเชิญไปไต่สวนเรื่องการละเมิดอำนาจศาลได้ จึงขอเตือนกันไว้ล่วงหน้า

ผมค่อนข้างมั่นใจว่า จะไม่เกิดเหตุรุนแรงในวันอ่านคำพิพากษา หลังจากนั้นไม่อาจคาดเดาได้ครับ

คำถามที่ท็อปฮิตติดอันดับในเวลานี้ มี 2 คำถาม

จะยึดทรัพย์ไหม?

ถ้ายึด ยึดหมดหรือบางส่วน?

ผมตอบไม่ได้จริงๆ เพราะไม่ได้เห็นสำนวนทั้งหมด รู้แต่ว่าข้อกล่าวหาของอัยการสูงสุดที่ขอให้ยึดทรัพย์คุณทักษิณ ชินวัตร นั้น คือการที่คุณทักษิณใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจในครอบครัว โดยมี 5 ประเด็นหลักๆ คือ

แก้ไขสัญญาส่วนแบ่งรายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรเติมเงิน

แก้ไขสัญญาส่วนแบ่งรายได้ให้ทีโอที

แปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต

อนุมัติให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้พม่า 4,000 ล้านบาท ให้ซื้อสินค้าจากกลุ่มชิน

อนุมัติดาวเทียมไทยคม 4

ทั้งสองฝ่ายต่างยื่นแถลงการณ์ปิดคดี ยกเหตุผลต่างๆ ต่อศาลแล้ว พยานหลักฐานต่างๆ อยู่ที่ศาลทั้งหมด ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลท่านจะพิจารณา อย่าไปทำหน้าที่แทนท่านเลยครับ

ผมมีเรื่องที่เกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ ซึ่งเป็นประเด็นโดยตรง แต่เป็นเรื่องนอกสำนวน เข้าใจว่าคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อาจหลงลืมหรืองานล้นมือ หรืออาจจะเห็นว่าไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ จึงไม่ได้นำเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาล

เรื่องไอทีวีครับ ปัจจุบันเจ๊งสนิทไปแล้ว

ไอทีวีก่อตั้งขึ้นอันเนื่องมาจากสื่อของรัฐเสนอข่าวในบิดเบือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเมื่อปี 2535 โดยต้องการให้เป็นทีวีสาธารณะ เป็นบริษัทมหาชน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง เพื่อไม่ให้มีการใช้อิทธิพลกับการเสนอข่าว โดยจะต้องมีเนื้อหาที่เป็นข่าวและสาระ 70% บันเทิง 30%

กลุ่มที่ประมูลได้ มีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้นำ โดยเสนอผลประโยชน์ให้รัฐปีละ 1,000 ล้านบาท เป็นเวลา 25 ปี คิดเป็นค่าสัมปทานทั้งสิ้น 2.5 หมื่นล้านบาท ต่อมาได้ดึงกลุ่มเนชั่นซึ่งเป็นคู่แข่งให้เข้ามาร่วมทำรายการ โดยออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 1 ก.ค. 2539

ไอทีวีได้รับผลกระทบจากวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เหมือนกับธุรกิจอื่น ชินคอร์ปจึงได้ซื้อหุ้นจากธนาคารไทยพาณิชย์และผู้ถือหุ้นอื่นๆ เมื่อปลายปี 2543 จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นผู้บริหารไอทีวี

ถ้ายังจำกันได้ ปี 2544 คุณทักษิณเจ้าของชินคอร์ป ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของไทย และได้ใช้อำนาจเข้าแทรกแซงการเสนอข่าวของนักข่าว จนเกิดกบฏไอทีวีขึ้น มีการปลดพนักงานที่ไม่สนองนโยบาย เช่น ไม่ให้เสนอข่าวสนามกอล์ฟอัลไพน์ ยกเลิกรายการวิเคราะห์ข่าวของคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่ไปวิเคราะห์เรื่องการถือหุ้นของหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง

ไม่รู้ว่าคุณสรยุทธยังจำได้หรือเปล่า

เมื่อชินคอร์ปเข้าถือหุ้นใหญ่ จึงสามารถนำไอทีวีเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้เมื่อปี 2545

ต่อมาปี 2547 ชินคอร์ปขอแก้ไขสัญญาสัมปทานโดยยื่นเรื่องต่ออนุญาโตตุลาการ ผลคือ

ให้ลดค่าสัมปทานจากปีละ 1,000 ล้านบาท เหลือปีละ 230 ล้านบาท

แก้ไขสัดส่วนรายการสาระและข่าวกับรายการบันเทิงเป็น 50 : 50

ให้รัฐจ่ายเงินชดเชยให้ไอทีวี 20 ล้านบาท

ไม่ต้องบอกก็เดากันได้ว่า หุ้นของไอทีวีจะขึ้นหรือลง

อนุญาโตตุลาการที่ขาดเรื่องนี้มี 3 ท่าน ใครเป็นใครบ้างคงค้นหาไม่ยาก

ต่อมาศาลปกครองได้พิพากษาให้ยกเลิกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้ไอทีวีจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐปีละ 1,000 ล้านบาท ให้ปรับสัดส่วนเนื้อหารายการให้เหมือนเดิม คือ 70 : 30 และให้ปรับไอทีวีผิดสัญญาสัมปทานที่ปรับผังรายการ

เป็นเงินที่ไอทีวีจะต้องจ่ายให้กับรัฐประมาณ 1 แสนล้านบาท ไม่ต้องบอกนะครับว่า หุ้นของไอทีวีจะมีสภาพเป็นอย่างไร

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของไอทีวี เป็นการยืนยันว่า คุณทักษิณใช้อำนาจหน้าที่ในการเอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง ช่วงแรก ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าของตัวจริง! ไม่ใช่ครับ เป็นพ่อของเจ้าของตัวจริง (เพราะโอนหุ้นชินคอร์ปให้ลูกๆ ไปหมดแล้ว) เข้าแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อ

ต่อมาก็พยายามแก้ไขสัญญาสัมปทาน ให้จ่ายค่าสัมปทานลดลง แก้ไขผังรายการเพิ่มรายการบันเทิง และยังหาเงินจากรัฐด้วยการให้รัฐจ่ายค่าปรับให้อีก

ถ้าใครที่เชื่อว่า เป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ไม่เกี่ยวกับคุณทักษิณ ต้องถือว่าดูถูกคุณทักษิณมากเกินไปแล้ว ขนาดคดีซุกหุ้นที่เห็นชัดว่าผิด แกยังทำให้เป็นการบกพร่องโดยสุจริตได้

ทั้งหลายทั้งปวงที่คุณทักษิณเปลี่ยนแปลงในไอทีวี ก็เพื่อเพิ่มรายได้ของไอทีวี ผลคือ ทำให้ราคาหุ้นของไอทีวีสูงขึ้น และแน่นอน ชินคอร์ปซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของไอทีวี ก็ย่อมมีราคาสูงขึ้นไปด้วย

การใช้อำนาจอย่างนี้นี่แหละครับ ที่เรียกว่า เป็นการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ของชินคอร์ป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท