posttoday
วิกฤตผู้นำ..โยนบาปหาแพะน้ำท่วม

วิกฤตผู้นำ..โยนบาปหาแพะน้ำท่วม

01 พฤศจิกายน 2554

น้ำยังไม่ทันลดลง ตอความผิดพลาดบกพร่องของรัฐบาล โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

น้ำยังไม่ทันลดลง ตอความผิดพลาดบกพร่องของรัฐบาล โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ก็ปรากฏให้เห็นหลายเรื่อง แต่ที่สำคัญเริ่มมีการหาแพะรับผิดชอบปัญหาน้ำกว่าหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ที่ท่วมขังตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างลงมาถึง กทม. คำถามในขณะนี้จึงอยู่ที่ว่าอุทกภัยครั้งนี้มีสาเหตุจากสิ่งใด

ทั้งนี้ หากไล่เรียงเหตุการณ์น่าจะเป็นทางที่จะช่วยพิจารณาเบื้องต้นได้ว่า คำถามดังกล่าวนั้นมาจากสาเหตุอะไร

ก่อนพายุ 5 ลูกจะผ่านเข้ามา สถานการณ์น้ำที่เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำแห้งขอดในฤดูแล้ง หลังพายุเริ่มทยอยเข้าประเทศไทยเมื่อต้นเดือน ก.ค. ยอดน้ำในเขื่อนใหญ่ภาคเหนือต่างขยับขึ้นต่อเนื่อง ขณะนั้นหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาอุทกภัยแล้ว เช่น จ.อุทัยธานี อ่างทอง เป็นเหตุให้การระบายน้ำออกจากทั้งสองเขื่อนใหญ่ระบายได้น้อย โดยกรมชลประทานชี้แจงว่า หากเร่งระบายจังหวัดท้ายน้ำจะจมทันที จากนั้นพายุอีก 3 ลูก นกเตน ไหหม่า เนสาด ทยอยเข้าไทย เขื่อนใหญ่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในช่วงปลายเดือน ก.ย. ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ที่ จ.สิงห์บุรี แตก เป็นผลให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าท่วมฝั่งเจ้าพระยาตะวันออก จ.สิงห์บุรี และลพบุรี สูงกว่า 2 เมตร

ช่วงต้นเดือน ต.ค. วีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทานในขณะนั้น ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำแล้ว ระบุว่า มีมวลน้ำมหาศาลกำลังจะลงมาในภาคกลาง ปริมาตรน้ำสูงสุดในประวัติศาสตร์ แต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ถัดมายังไม่มีการหารือหรือสอบถามถึงมวลน้ำก้อนใหญ่ที่มาถึง

วิกฤตผู้นำ..โยนบาปหาแพะน้ำท่วม

 

จากนั้นวันที่ 6 ต.ค. 2554 กรมชลประทานได้แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำที่มีกรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีมติให้ระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลวันละ 100 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์วันละ 60 ล้าน ลบ.ม. ไปจนกว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลง เป็นการแถลงยอมรับว่ามวลน้ำก้อนมหึมากำลังจะมาจริง

แม้น้ำจะท่วมไล่เรียงจากเหนือลงมากระทั่ง จ.ลพบุรี ท่วมทั้งจังหวัด รัฐบาลเพิ่งคิดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. หลังแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักข้ามคันกั้นน้ำเข้าท่วมพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่การบริหารงานของ ศปภ.ก็ไม่บูรณาการ ขาดการเตรียมพร้อมรับมือ มัวแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แม้นายกรัฐมนตรีจะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ก็ไม่มีการสั่งการให้ดูแลความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ หรือรับมือกับมวลน้ำมหาศาลที่ปล่อยมาจากเขื่อนใหญ่ภาคเหนือแต่อย่างใด ผลปรากฏว่าคันกั้นน้ำแตกเรียงจังหวัดลงมา

แม้หลังจากประตูน้ำคลองบ้านพร้าว จ.ปทุมธานี จะแตกจนไม่อาจซ่อมแซมได้ น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าพื้นที่รังสิต ประชิดแนวคันกั้นน้ำ กทม. แต่รัฐบาลก็ยังไม่สามารถแก้สถานการณ์ได้ เมื่อล่วงเข้ากลางเดือน ต.ค. ระดับน้ำคลองรังสิตที่ประชิดแนวคันกั้นน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง ถึงได้มีคำสั่งให้ปิดประตูน้ำคลองข้าวเม่า คลองสาคู อ.อุทัย จ.นครศรีอยุธยา ลดปริมาณน้ำที่พุ่งเข้ารังสิต แต่ประชาชนต่อต้านเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน แม้ วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข สส.พระนครศรีอยุธยา จะไปเจรจากับประชาชนแต่ก็ไม่เป็นผล ขณะที่แผนระบายน้ำ ซึ่งกรมชลประทานเสนอให้ระบายน้ำผ่านไปทางคลอง 913 ไปออกแม่น้ำบางปะกงก็ทำได้ยาก เพราะมวลชนต่อต้าน และในบางพื้นที่มี สส.หนุนหลังเพราะเป็นฐานเสียงสำคัญ

การต่อต้านของประชาชนทำให้การแก้ไขระบบบริหารจัดการน้ำไม่เป็นไปตามที่วางไว้ หลายฝ่ายเสนอให้ใช้อำนาจพิเศษเข้าไปจัดการในพื้นที่ที่มีปัญหาความขัดแย้ง แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับจากนายกรัฐมนตรี ในขณะที่การระบายน้ำของหน่วยงาน เช่น กรมชลประทาน และ กทม. ในเรื่องการเปิดปิดประตูระบายน้ำเริ่มมีปัญหาเพราะ กทม.มีภาระป้องบ้านไม่ได้ขึ้นตรงต่อ ศปภ. จนที่สุด วันที่ 20 ต.ค. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ทุกหน่วยงานทั้งของรัฐและท้องถิ่นขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี แทนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึง กทม. ด้วย ซึ่งความหมายของมาตรา 31 จึงเป็นเพียงการทำให้ กทม.ไม่มีสิทธิเถียงเท่านั้น

แม้นายกรัฐมนตรีจะรวบอำนาจไว้ในมือ แต่ความไม่รู้ ที่ปรึกษาจำนวนมากเกินไป เสนอแนวทางแก้ไขต่างกัน จนประเมินสถานการณ์ผิดทาง ทำให้สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ต้น เช่น ซ่อมประตูน้ำคลองข้าวเม่าเพิ่งทำได้สำเร็จหลังทหารตบเท้าเข้าพื้นที่และปริมาณน้ำเริ่มลดระดับ แต่มวลน้ำก้อนใหญ่ได้ลงมาประชิดคลองรังสิต ทะลุคลองประปาไปสองรอบแล้ว ขณะที่การเสนอให้ปิดประตูระบายน้ำคลอง 1 เพื่อลดปริมาณน้ำ ลดผลกระทบที่จะทะลักเข้าคลองเปรมประชากรและคลองประปาตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. แต่เพิ่งมาเห็นชอบให้ปิดเมื่อปลายเดือน ต.ค. แต่คันประตูก็ถูกน้ำท่วมขังจนปิดไม่ได้ สุดท้ายต้องเปิดประตูคลองรังสิตทุกคลองไประบายออกบางปะกง

สุดท้าย นายกรัฐมนตรีต้องยอมแต่งตั้ง วีระ วงศ์แสงนาค ที่ปรึกษาอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่างๆ ที่ ศปภ.ไม่ยอมฟังตั้งแต่ต้น เป็นประธานคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ในช่วงที่สถานการณ์น้ำถึงจุดวิกฤตที่สุดแล้ว

ภาวะเช่นนี้ มิใช่แต่จะมองความผิดเฉพาะหน่วยงานรับผิดชอบ แต่ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดต้องตกอยู่กับผู้นำที่ละล้าละลัง ไม่ตัดสินใจ หรือตัดสินใจผิดพลาด  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท