posttoday
เปิดประตู1 ม.บางชันเสี่ยงจม โมเดลสาววาชนวนศึกน้ำเมืองกรุง

เปิดประตู1 ม.บางชันเสี่ยงจม โมเดลสาววาชนวนศึกน้ำเมืองกรุง

01 พฤศจิกายน 2554

เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงประชาชนริมสองฝั่งคลองสามวา เขตคลองสามวา กทม.

เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงประชาชนริมสองฝั่งคลองสามวา เขตคลองสามวา กทม.

โดย..นิติพันธุ์ สุขอรุณ

เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงประชาชนริมสองฝั่งคลองสามวา เขตคลองสามวา กทม. จึงเลือกใช้ความรุนแรงเข้าสู้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ยอมเปิดประตูระบายน้ำเพื่อให้น้ำไหลลงด้านล่าง เนื่องด้วยชาวบ้านบริเวณริมคลองต้องทนน้ำท่วมในระดับ 1.5 เมตร มาร่วมเดือนแล้ว

ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 31 ต.ค. ชาวริมคลองสามวา 500 คน จึงนัดรวมพลมุ่งหน้าไปยังประตูระบายน้ำคลองสามวาและไปรวมตัวกันบนสะพานข้ามคลอง พร้อมตะโกนโห่ร้องให้เจ้าเจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายน้ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 3 ได้ตั้งแถวเรียงตั้งรับสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้ประตูระบายน้ำ

ในที่สุดไม่สามารถทัดทานได้ เมื่อชาวบ้านได้เข้าผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุกเข้าไปทลายคันกั้นน้ำริมประตูระบายออกจนน้ำไหลบ่าลงคลองด้านล่างมุ่งหน้าเข้าเขตมีนบุรี

สุชาติ หวังโซ๊ะ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองสามวาซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุ ระบุว่า สาเหตุต้องการให้สำนักการระบายน้ำ เปิดประตูคลองสามวา เพราะทนไม่ได้แล้วกับน้ำที่เข้าท่วมบ้านมานานนับเดือนแล้ว ทุกวันนี้ต้องรื้อฝ้าใต้หลังคาบ้านเพื่อมุดเข้าไปนอน เนื่องจากไม่มีเงินไม่เช่าคอนโดเหมือนคนอื่น

“ผมเห็นใจคนกรุงเทพฯ ผมก็คนกรุงเทพฯ เหมือนกัน และไม่ได้ต้องการให้เปิดประตูขึ้นหมดทีเดียว แต่ค่อยๆ ทยอยเปิดเพื่อให้น้ำที่อยู่ในคลองสามวาฝั่งตะวันตกลดลงบ้าง ให้พอจะเดินลุยน้ำได้บ้าง ไม่ใช่ต้องว่ายน้ำเน่าออกมาอย่างนี้ เราจะต้องทนอีกสักเดือนหนึ่งก็ยังยอมรับได้ แต่ขอให้น้ำลดระดับลงบ้าง ไม่ใช่ไม่ไปไหนเลย”

ลาวัลย์ สังข์ศิลปะไชย หญิงร่างเล็กวัยกลางคน ตะโกนเสียงดังลั่นขอให้ชาวบ้านที่มายืนอยู่บนสะพานลงมาช่วยกันขุดดินทางให้น้ำผ่านออกทางด้านข้างประตูระบายน้ำ

ด้วยบ้านของเธอต้องต่อบันไดเพื่อปีนเข้าบ้านทางหน้าต่างมาร่วมเดือนแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ปัญหา ทั้งโทรศัพท์ไปที่สำนักงานเขตตลองสามวา และศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 1111 กด 5 หรือแม้กระทั่งโทรหา จิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.เขตคลองสามวา ก็แค่รับเรื่องไว้ ไม่ได้เข้ามาช่วยอะไร

“ค่าโทรศัพท์ที่ไปทุกหน่วยงานคิดเป็นเงินกว่า 200 กว่าบาทแล้ว แต่พอเวลาหาเสียงแม้แต่ลูกสาววัย 5 ขวบเขายังยกมือไหว้ ทีเกิดเหตุการณ์อย่างนี้กลับไม่เห็นใครลงมาดูแลใกล้ชิดเลย” ลาวัลย์ เล่าอย่างมีอารมณ์

หญิงร่างเล็ก กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้รัฐบาลวางแผนไม่เป็นมาตั้งแต่ต้น เหตุที่คันดินกั้นน้ำพังทลายเป็นข่าวอยู่ทุกวันก็เพราะไปกั้นเอาไว้ไม่ปล่อยลงมาในระบบ เมื่อคันกั้นน้ำพังลงมาน้ำก็กระจายไปทุกที่ และชาวบ้านตั้งตัวไม่ทันจนกลายเป็นเรื่องเกินกว่าจะเยียวยาได้แล้ว “พวกเราทนไม่ได้แล้ว ถ้าเปิดตั้งแต่เมื่อวาน (30 ต.ค.) นิมิตใหม่จะไม่มีน้ำท่วมขึ้นบนถนนแน่นอน แต่ห่วงว่าน้ำจะเข้าเขตมีนบุรี ลาดกระบัง มากเกินไป ไม่ทำทุกคนรับสภาพความเดือดร้อนอย่างเท่าๆ กัน ทั้งที่แผ่นดินไทยเหมือนกัน”

เธอกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “ชาวบ้านเขตคลองสามวาได้คุยกันแล้วว่ายอมให้เปิดประตูระบายน้ำได้ อยากให้เห็นใจเราบ้าง ใจจริงไม่อยากมาทำอย่างนี้ เพราะเป็นสิ่งไม่ดีที่ต้องใช้กำลังผลักดันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ขอให้เราได้พอหายใจได้บ้าง ตอนนี้ต้องการแค่เรือเพื่อให้ออกไปซื้อข้าวมากินบ้าง ข้าวสารอาหารแห้งที่ตุนไว้ก็จมน้ำเสียหายไปหมดแล้ว เพราะเขาไม่ได้แจ้งเตือนเราเลย ปล่อยไม่สนใจกันเลย โรงเรียน วัด ทุกที่น้ำท่วมหมดแล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหน”

ขณะที่ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันอยู่บนสะพานข้ามคลองสามวาต่างพูดคุยกันถึงการที่สำนักการระบายน้ำ ไม่ยอมปล่อยน้ำเข้าเขตมีนบุรี เพราะเป็นเขตพื้นที่ของ วิชาญ มีนชัยนันท์ สส.เขตมีนบุรี กทม. ที่มีธุรกิจค้าไม้และสิ่งก่อสร้าง อีกทั้งเป็นพื้นที่ฐานเสียงแน่นหนา

วิชาญ อธิบายว่า ตอนนี้ได้เจรจากับชาวบ้านแล้ว โดยตกลงว่าจะเปิดประตูระบายน้ำขึ้นเป็น 1 เมตร โดยเขตมีนบุรีเป็นพื้นที่ด้านล่างซึ่งจะรับน้ำจากประตูดังกล่าว เพื่อส่งต่อไปเขตลาดกระบัง อย่าไปคิดว่าชาวมีนบุรีจะไม่เข้าใจ ส่วนตัวได้พูดคุยกับชาวตลาดมีนบุรีแล้วเขาก็เข้าใจดี แต่ต้องยอมรับว่าปัญหามีหลายอย่างที่เกิดจากทั้งชาวบ้าน และหน่วยงานราชการ

“ชาวบ้านไปสร้างบ้านอยู่นอกคันกั้นน้ำ และชอบไปซื้อที่ดินราคาถูกโดยไม่รู้ว่าอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ฉะนั้นทางกทม.อย่าโกหกชาวบ้านในการออกใบอนุญาตเพื่อทำเป็นบ้านจัดสรร อีกสาเหตุคือมีบ้านอยู่ริมคลองเป็นจำนวนมาก จึงไม่สามารถระบายน้ำได้ และอีกส่วนคือต้องโทษผอ.เขตคลองสามวา ว่าได้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง มีการพูดคุยเจรจาเพื่อให้ความขัดแย้งลดลงหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ที่การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ และการเตรียมความพร้อมรับมือ ไม่ใช่ตอบคำถามประชาชนไม่ได้อย่างนี้” วิชาญ กล่าว

เนตรนภา สมนึกแท่น ชาวบ้านเขตคลองสามวาที่อาศัยอยู่อีกด้านของประตูระบายน้ำตอนล่าง สะท้อนถึงปัญหาที่จะตามมาหลังการเปิดประตู ว่า น้ำจากคลองสามวาจะมุ่งหน้าเข้าท่วมตลาดมีนบุรี แล้วจะให้ทำอย่างไรเมื่อตลาดมีนบุรี เป็นจุดศูนย์กลางการเดินรถโดยสารประจำทาง และเป็นแหล่งรวมสินค้า อาหาร จะต้องทำอย่างไรต่อหากตลาดจมน้ำหมดแล้ว จะให้ไปที่ทางฝั่งถนนลำลูกกาน้ำก็ท่วมหมดแล้ว

“เข้าใจดีว่าชาวบ้านคลองสามวาเดือดร้อนมาก แต่ถ้าเปิดระบายน้ำไปทางฝั่งมีนบุรีจะเดือดร้อนหนักยิ่งกว่า สุดท้ายแล้วเราจะไปหาอะไรกินได้ที่ไหน จะต้องรอของบริจาคอย่างเดียวเลยหรือ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าทั่วถึง ทุกคนก็เดือดร้อนกันมากแล้ว ต้องเข้าใจก่อนว่ายังมีน้ำที่จะมาอีกมากทั้งน้ำเหนือ ไหนจะน้ำทะเลหนุนอีก ถ้าน้ำท่วมไปหมดทุกทิศทุกทางแล้วเราจะอยู่อย่างไร”

เจ้าหน้าที่ประตูระบายน้ำรายหนึ่ง อธิบายว่า การเปิดประตูเพื่อให้น้ำลดลงในบางพื้นที่สามารถทำได้ แต่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะเมื่อน้ำเข้าท่วมไปหมดทุดพื้นที่แล้ว จะเกิดความเสียงหายมากเพราะน้ำจะเข้าไปในกรุงเทพฯชั้นใน ท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางชันเพิ่มเป็นอีกแห่ง โรงเรียน และบ้านเรือนอีกหลาย แล้วหลังจากนี้จะเยียวยากันได้หมดอย่างไร

ทุกชีวิตที่ส่งเสียงสะท้อนออกมาจากย่านคลองสามวา ต่างพร้อมกันยืดอกรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมด้วยความเต็มใจ ขณะเดียวกันเมื่อต้องฝ่าฟันความทุกข์ที่มีนานนับเดือน คงไม่แปลกที่ความอดทนจะสิ้นสุดลง หากการบริหารจัดการน้ำยังไม่คลี่คลาย ปัญหาที่ตามมาจากนี้คงยากเกินกว่าจะเยียวยา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท