
นิวไทยแลนด์กู้หนี้-หนีน้ำ
เปิดตัวหวือหวาสำหรับโมเดล “นิวไทยแลนด์” กู้เงิน 6-8 แสนล้านบาท ฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ของไทย
เปิดตัวหวือหวาสำหรับโมเดล “นิวไทยแลนด์” กู้เงิน 6-8 แสนล้านบาท ฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ของไทย
โดย...ทีมข่าวการเงิน
เปิดตัวหวือหวาสำหรับโมเดล “นิวไทยแลนด์” กู้เงิน 6-8 แสนล้านบาท ฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ของไทย
โมเดลนิวไทยแลนด์ ถือเป็นการตลาดการเมืองที่เป็นเรื่องถนัดของรัฐบาล เพื่อเรียกความเชื่อมั่นการบริหารงานกลับคืนมา หลังจากตกอยู่ในสภาพสะบักสะบอมในวิกฤตน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม การใช้เงินฟื้นวิกฤตก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ควรเป็นวงเงินเท่าไรกันแน่ เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า จะต้องออกกฎหมายพิเศษกู้เงิน 4 แสนล้านบาท
ผ่านไปสัปดาห์เดียว พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ก็ออกมาบอกว่า คณะทำงานที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมมาตรการฟื้นฟูประเทศ ได้ข้อสรุปว่า ต้องใช้เงินสร้างประเทศไทยใหม่ ภายใต้ชื่อ นิวไทยแลนด์ ถึง 6-8 แสนล้านบาท สูงกว่ายอดของกิตติรัตน์ถึงเท่าตัว
นี่ยังไม่รวมกับเงินที่ใช้ฟื้นฟูน้ำท่วมเร่งด่วนภายใน 1 ปี อีก 1 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับงบนิวไทยแลนด์ ต้องใช้เงิน 9 แสนล้านบาท
หากยังจำกันได้ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมีมติให้ตัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 จำนวน 8 หมื่นล้านบาท รวมถึงการตั้งงบขาดดุลเพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาท หากรวมยอดเงินต่างๆ ที่รัฐบาลต้องใช้ฟื้นฟูน้ำท่วมสูงถึง 1 ล้านล้านบาท
เงิน 1 ล้านล้านบาทนั้น ถือว่าก้อนมหึมาใกล้เคียงกับงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี แถมยังเป็นเงินกู้เกือบทั้งก้อน ซึ่งเป็นการกู้เงินมากที่สุด
แผนนิวไทยแลนด์ของรัฐบาลที่ต้องใช้เงินรวมกันถึง 9 แสนล้านบาท จะใช้การกู้ด้วยวิธีใด จะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่สำคัญการกู้เงินจำนวนมหาศาลจะไปใช้ในโครงการอะไรบ้าง และจะมีระบบกลั่นกรองตรวจสอบอย่างไรว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ ไม่เป็นเบี้ยหัวแตกเกิดการรั่วไหลทุจริตคอร์รัปชันตามมาในภายหลัง
เพราะเมื่อมีการกู้เงินจำนวนมหาศาล ทำให้หลายฝ่ายอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า จะเป็นการเปิดช่องให้นักการเมือง ผู้รับเหมา เข้ามาโกงกินเงินภาษีของประชาชน
อันดับแรก รัฐบาลต้องแจงให้ชัดโปร่งใสทำไมนิวไทยแลนด์ต้องใช้เงินสูงถึง 8-9 แสนล้านบาท เพราะก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำได้นำโครงการต่างๆ มากองรวมกันเพียง 4 แสนล้านบาทเท่านั้น
เพียงแค่วงเงินกลมๆ รัฐบาลก็ต้องตอบให้สะเด็ดน้ำก่อนว่า เงินกู้นิวไทยแลนด์ ที่ตั้งเกินมาเป็นเท่าตัวจากงบการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งระบบจะนำไปทำโครงการอะไรใหม่ และจะส่งผลดีอย่างไร
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องจัดอันดับการใช้เงินให้ชัดเจนว่า ระยะเร่งด่วน และระยะเร่งด่วนน้อย เป็นวงเงินเท่าไร วงเงินเร่งด่วนควรออก พ.ร.ก.เพื่อความรวดเร็วทันสถานการณ์
แต่สำหรับเงินนิวไทยแลนด์ 6-8 แสนล้านบาท ควรออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อให้สภาช่วยพิจารณากลั่นกรองโครงการ ให้เกิดความรอบคอบและคุ้มค่าจริง
หากรัฐบาลฉวยโอกาส ออกเป็น พ.ร.ก.ทั้งหมด คงไม่เหมาะสม เพราะจะมีการรั่วไหลทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น
สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองอิสระ มองว่า เรื่องจำนวนเงินฟื้นฟูประเทศเท่าไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญอันดับแรก แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือ การตีโจทย์แก้ปัญหาให้แตกตรงประเด็นว่า เรื่องอะไรเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน แล้วค่อยมาตีเป็นวงเงินที่ต้องใช้ว่า เป็นจำนวนเท่าไร
โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือการกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะเป็นเรื่องที่กระทบกับประเทศในระยะยาว หากไม่สามารถทำได้ ให้ใช้เงินเท่าไรก็แก้ปัญหาไม่ตกอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ต้องเร่งแก้ไขช่วยคนตกงานที่คาดว่ามีเป็นแสนคน ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมที่จมน้ำ เพราะเป็นสายเลือดใหญ่ของการส่งออกไทย ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 70-80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
ส่วนการใช้เงินแก้ปัญหาระยะกลาง และระยะยาว ที่ต้องทำในเชิงโครงสร้างของการพัฒนาแหล่งน้ำที่ต้องใช้เงินหลายแสนล้านบาท
สมชาย ตั้งข้อสังเกต การใช้เงินกู้ของรัฐบาลจำนวนมหาศาล ต้องคำนึงถึงเรื่องการหาเงินมาใช้เงินกู้และชำระดอกเบี้ยด้วย เพราะปัจจุบันสัดส่วนหนี้ของไทยอยู่ที่ 42% ของจีดีพี การกู้เงินจำนวนมากทำให้หนี้พุ่งสูงรวดเร็ว หากรักษาสมดุลไม่ดี แก้ปัญหาน้ำท่วม แต่กลับมีปัญหาการคลัง ก็ทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา
หากเงินกู้จำนวนมากแต่แก้น้ำท่วมได้บ้างไม่ได้บ้าง เมืองไทยอาจตกอยู่ในสภาพเดียวกับกรีซ
การคิดเรื่องตัวเงินมาก่อน แต่นำไปใช้ไม่ตรงเป้าให้ถูกฝาถูกตัว อาจทำให้ “นิวไทยแลนด์” เป็น “โอลด์ไทยแลนด์” ถอยหลังลงคลองได้







