
ภัยจากตีนแมวทุกข์ซ้ำสองคนน้ำท่วม
กลายเป็นความเดือดร้อนซ้ำสอง เมื่อชาวบ้านหลายพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมอย่างน่าใจหาย
กลายเป็นความเดือดร้อนซ้ำสอง เมื่อชาวบ้านหลายพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมอย่างน่าใจหาย
ต้องมาเจอภัยจากตีนแมวที่ย่องเข้าบ้านยกเค้าทรัพย์สินดอดหนีไป หลังจากอพยพครอบครัวออกไปนอกพื้นที่ ในขณะที่ตำรวจเองก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยาก เพราะกำลังคนและเรือไม่เพียงพอที่จะเป็นหูเป็นตาไล่จับโจร เพราะแค่ภารกิจอพยพคนและส่งอาหาร ตำรวจที่มีอยู่ก็เรียกได้ว่าทำงานหนักจนหลังแอ่น
ปัทมาภรณ์ มาศพิสิฐ วัย 36 ปี หนึ่งในหลายคนที่แบกความกังวลใจไว้อย่างหนักหน่วง จนต้องเร่งมาแจ้งความเดือดร้อนให้เจ้าหน้าที่ที่บริเวณศูนย์อพยพรู้ว่า เพื่อนบ้านของเธอถูกยกเค้ากลางดึก 3 หลังรวด หลังจากอพยพตัวเองออกมาพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์นอกพื้นที่ภัยพิบัติ จึงกังวลว่าข่าวร้ายซ้ำสองจะเกิดขึ้นกับบ้านเธอที่ไม่มีคนอยู่ในบ้านเช่นเดียวกัน เพราะเจ้าหน้าที่สั่งให้อพยพ พร้อมกับย้ำว่าจะดูแลบ้านช่องห้องหับให้อยู่ในความปลอดภัย แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
“เพื่อนกลับไปดูบ้าน เลยรู้ว่าบ้านเขาโดนยกเค้าไปแล้ว เลยกลัวว่าบ้านตัวเองจะโดนบ้าง เป็นห่วงมาก เพราะออกจากบ้านมาทั้งครอบครัว ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ว่าจะกลับเข้าไปดีหรือเปล่า” เธอกล่าวกับตำรวจด้วยเสียงสั่นน้ำตาคลอขณะเดียวกันเธอก็พยายามจะให้ตำรวจเข้าไปตรวจตราภายในชุมชนโรงงานสุรา ที่มีชาวบ้านอาศัยกันอย่างหนาแน่นนับพันครอบครัว
วิธีของโจรพวกนี้ จะใช้วิธีพายเรือมาแล้วตะโกนถามแต่ละบ้านว่ามีใครอยู่บ้าง ถ้ามีคนอยู่พวกนี้ก็จะเลยไป แต่ถ้าไม่มีคนอยู่ก็จะส่งสัญญาณให้พวกที่ตามมาเข้าไปขโมยของทันที หัวขโมยเหล่านี้จะเอาทุกอย่าง แม้เตียงบ้านยังเอาไปเลย ชาวบ้านที่เดือดร้อนเลยเสนอให้ตำรวจ ถ้าจับได้ต้องตัดมือให้หมด แม้จะรู้ว่ากฎหมายทำไม่ได้แต่พวกเธอก็พูดออกมาจากใจ
พล.ต.ต.เชาวลิต แสวงพืช ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) กำชับให้ตำรวจน้ำลัดเลาะวนเวียนดูแลชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน หากพบแม้ว่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยก็ให้เอาตัวมาสอบถามทันที โดยขณะนี้ตำรวจน้ำมีกำลังพลอยู่ 120 นาย เรือยาง 12 ลำ เรือท้องแบน 5 ลำ และเรือใหญ่ขนาด 30 ฟุต 4 ลำ โดยเรือใหญ่ จะวิ่งได้เฉพาะในแม่น้ำเท่านั้น เพื่อกู้ภัยโดยเฉพาะ
“โจรพวกนี้เหมือนแก๊งแมวน้ำ จ้องอาศัยจังหวะตอนชาวบ้านเผลอไม่มีคนอยู่ปีนเข้าไปในบ้าน หยิบฉวยของทุกอย่างออกมาเท่าที่เอามาได้ โดยใช้เรือท้องแบนเป็นพาหนะ” ผู้การฯ เชาวลิต บอก พร้อมกับเล่าถึงปฏิบัติการที่เจอมาว่า มีเรือท้องแบน 2 ลำมีท่าทีพิรุธเข้าไปที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เมื่อได้รับแจ้งจึงได้ส่งเรือยาง 2 ลำ กำลังมนุษย์กบ 10 นายไปตรวจสอบ
เมื่อคนในเรือเห็นก็กระโดดน้ำหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดเรือ 2 ลำ ไว้เป็นหลักฐาน จากพฤติกรรมเชื่อว่าคนเหล่านี้เป็นโจรที่อาศัยพื้นน้ำย่องเบาเข้าลักทรัพย์ชาวบ้านแน่นอน
สำหรับตำรวจกองปราบปราม พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล สารวัตรกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม (สว.กก.ปพ.) บอกถึงภารกิจว่า ได้นำรถยนต์สายตรวจ 10 คัน วิ่งรักษาความปลอดภัยบนทางด่วนและโทลล์เวย์ ตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น. ของวันรุ่งขึ้นทุกวัน หลังได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์จำนวนมากที่นำมาจอดหนีน้ำถูกทุบกระจกลักเอาทรัพย์สินภายในรถไป หากตำรวจพบก็ให้จับกุมทันที
นอกจากนั้นเคยนำกำลังไปดูแลนิคมอุตสาหกรรมโรจนะและนิคมฯ ไฮเทค เพราะในโรงงานทั้งสองแห่งไม่มีคนอยู่ และได้รับแจ้งว่ามีโจรเข้าไปลักทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นคนในที่รู้ว่าโรงงานแห่งไหนมีของมีค่าเก็บอยู่ที่ใดบ้าง เบื้องต้นรับแจ้งว่าคนร้ายกลุ่มนี้มีอาวุธด้วย และได้ลักลอบเข้าไปในนิคมฯ โรจนะแล้ว จึงให้ตำรวจติดอาวุธครบมือเข้าไปซุ่มดู หากเจอกับโจรพวกนี้ ไฟเขียวให้ยิงได้ทันที
ล่าสุด พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. โดดลงมาแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง พร้อมสั่งการให้ตำรวจดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับเหล่ามิจฉาชีพที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม โดยใช้กำลังตำรวจกองปราบปราม ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจภูธร ลงเรือและเจ็ตสกีจาก จ.ชลบุรี 10 ลำ ออกตระเวนตรวจตราในพื้นที่แล้ว







