
กรมชลฯเร่งซ่อมคันกั้นฝั่งตะวันตก12จุด
กรมชลประทานเร่งเข้าซ่อมคันกั้นน้ำฝั่งตะวันตก 12 จุดที่พังเสียหายในปทุมฯ-นนทบุรี ลดปริมาณน้ำเหนือเติมเข้าพื้นที่
กรมชลประทานเร่งเข้าซ่อมคันกั้นน้ำฝั่งตะวันตก 12 จุดที่พังเสียหายในปทุมฯ-นนทบุรี ลดปริมาณน้ำเหนือเติมเข้าพื้นที่
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารกรมชลประทานและนายบรรหาร ศิลปะอาชา ประธานที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ ว่าปริมาณน้ำเหนือทั้งหมดที่ยังอยู่ในตอนบนของกทม.ประมาณ 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) โดยเป็นฝั่งตะวันออกประมาณ7.3 พันล้านลบ.ม. และฝั่งตะวันออกประมาณ 2.6 พันล้านลบ.ม. ในขณะที่การระบายออกสู่ทะเลสูงสุดประมาณ 460 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน
ทั้งนี้ที่ประชุมได้วางแผนในการเข้าไปซ่อมแซมคันกั้นน้ำฝั่งตะวันตกที่เสียหายประมาณ 12 จุดตามคันกั้นน้ำของเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี เพื่อลดปริมาณน้ำเหนือที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทะลักเข้ามา เติมพื้นที่อ.บางบัวทอง บางกรวย และกทม.ฝั่งตะวันตก ซึ่งหากไม่สามารถซ่อมแซมได้ สถานการณ์ก็จะน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากไม่มีระบบบริหารน้ำเลย
ทั้งนี้คาดว่าหลังน้ำทะเลเริ่มลดจะสามารถเข้าไปดำเนินการได้ทันทีโดยใช้งบกลางของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผูประสบอุทกภัย (ศปภ.) ในการดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลากว่า 10 วันน่าจะสามารถซ่อมได้แล้วเสร็จ ก็จะสามารถลด หรือชะลอปริมาณน้ำที่เข้ามาในฝั่งเจ้าพระยาได้ส่วนหนึ่ง สถานการณ์ของฝั่งตะวันตกก็น่าจะดีขึ้น
สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยานั้นหลังจากที่มีการตัดคันคลอง 9-10 แล้วทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้ามายังคลองหกวาสายล่าง และคลองสองจำนวนมาก ซึ่งระบบระบายน้ำของกทม.จะต้องเข้ามาทำงานให้เต็มที่ เพราะในหลายจุดที่กรมชลฯพยายามแก้ไขมาก่อน มีปัญหามวลชนอย่างมาก เพราะฉะนั้นก็ต้องสู้ด้วยเครื่องสูบน้ำ สูบแข่งกับน้ำที่ไหลเข้ามา
อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมชลฯไม่มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เหลืออยู่เลยเพราะทำงานเต็มกำลังแล้ว ที่ผ่านมาเคยขอเสนอซื้อก็ไม่ได้รับการอนุมัติ เพราะฉะนั้นทำให้ต้องไปโยกเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ๆยังไม่มีปัญหาเช่น ปราจีน มาช่วยกทม. แต่ในส่วนของพื้นที่สุวรรณภูมิไม่มีปัญหาเพราะกำลังเครื่องสูบน้ำประมาณ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที







