
ศปภ.จมน้ำ ขอย้ายอยู่'ปตท.'
เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ที่คำยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ที่คำยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ว่าจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะรักษาศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เอาไว้ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองให้ได้ โดยจะไม่ยอมย้ายไปไหน แม้ว่าน้ำจากบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตจะฝ่าด่านคันกั้นน้ำของสนามบินดอนเมืองจนต้องปิดการให้บริการสัญจรทางอากาศ
สภาพของ ศปภ.นับตั้งแต่สนามบินดอนเมืองเจอน้ำท่วม ไม่ต่างอะไรกับเกาะกลางน้ำและมีปัญหาสารพัด ตั้งแต่ระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา ไฟฟ้าต้องถูกตัดเป็นระยะ การคมนาคมเป็นไปแบบจำกัดจำเขี่ย ต้องใช้ดอนเมืองโทลล์เวย์เป็นเส้นทางหลัก เพราะถนนด้านล่างแปรสภาพเป็นคลอง
สุดท้าย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. ไม่สามารถทนต่อสภาพดังกล่าวได้ ได้สั่งต้องอพยพ ศปภ.ไปอยู่ที่อาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ หรือสำนักงานใหญ่ของบริษัท ปตท. บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต วานนี้
การย้ายที่ทำงาน ศปภ. ซึ่งเป็นศูนย์แก้วิกฤตน้ำท่วมของประเทศในยามนี้ สะท้อนว่า แม้แต่สถานที่ของตัวเองยังรักษาเอาไว้ไม่ได้ ถูกน้ำโจมตีทุกช่องทาง แล้วจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการแก้ปัญหาอุทกภัยที่กำลังเข้ามากรุงเทพฯ ชั้นในได้อย่างไร
ยิ่งลักษณ์ ให้เหตุผลว่า ได้มองสถานที่สำรองไว้นานแล้ว และขณะนี้ระดับน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิตเริ่มสูงขึ้น จึงเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานและคนที่มาติดต่อ เดิมทีจะอยู่ให้พ้นช่วงวันที่ 31 ต.ค. ที่น้ำทะเลจะหนุนสูง เพื่อไม่ให้ขาดตอนในการดูแลประชาชน จึงมาดูการปรับปรุงการย้ายศูนย์
“ขณะนี้มีบางจังหวัดเข้าสู่ช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลด ศปภ.ต้องจัดพื้นที่และเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาดูแลประชาชนให้ทันท่วงที และมาเลือกใช้กระทรวงพลังงานที่มีความพร้อม ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังดูแลประชาชนเหมือนเดิม และภายในอาคารมีการป้องกันเป็นอย่างดี น้ำคงไม่เข้าไปถึงด้านในและการทำงานคงราบรื่น” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า การย้าย ศปภ.มาจากการร้องขอของการท่าอากาศยานไทยเพราะต้องดำเนินการตัดน้ำตัดไฟอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของ ศปภ.เพื่อความปลอดภัย
“ส่วนผู้อพยพที่ติดข้างอยู่ในศูนย์อพยพประมาณ 500 คน ได้ประสานให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าไปเจรจากับผู้อพยพเพื่อให้ไปอยู่ชลบุรีแทน เพราะไม่แน่ใจว่าน้ำจะสูงขึ้นไปจนถึงชั้น 2 หรือไม่” ปลอดประสพ กล่าว
พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเจ้าของสถานที่ กล่าว่า การย้ายมาที่ตึก ปตท.แห่งนี้ มีการวางแผนมาแล้วประมาณ 4 สัปดาห์ โดยอาคารนี้มีความกว้างใหญ่ สะดวกสบาย สามารถใช้เป็นสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้
สำหรับรูปแบบการใช้อาคาร กำหนดให้ชั้นที่ 25 เป็นห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ชั้นที่ 15 เป็นห้องประชุมใหญ่ของ ศปภ. และห้องทำงานของแต่ละกระทรวง รวมถึงใช้เป็นห้องคอลเซ็นเตอร์ และชั้นที่ 6 เป็นห้องทำงานกองทัพไทย
ขณะที่ภายนอกอาคารได้วางกระสอบทรายตามจุดต่างๆ สูงเกือบ 2 เมตร เช่น ประตูทางเข้าออกบางประตู และอาคารทุกอาคารที่ตั้งอยู่บริเวณนี้จะมีการวางกระสอบทรายปิดกั้นไว้สูงประมาณ 50-60 ซม. ที่ประตูทางเข้าออกอาคารเช่นกัน
จับตาดูว่า ศปภ.จะย้ายอีกรอบหรือไม่ เพราะถนนวิภาวดีรังสิตห้าแยกลาดพร้าวที่ตั้ง ปตท.นี้ ใช่ว่าจะปลอดภัย เนื่องจากอยู่ในเขตน้ำท่วมถึงที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้







