
'เราไม่ปล่อยให้พ่อหลวงน้ำท่วม' เสียงจากผู้ปิดทองหลังพระ
นํ้าท่วมบ้านใครก็อยากหยุดงาน ยิ่งรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ
โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์
นํ้าท่วมบ้านใครก็อยากหยุดงาน ยิ่งรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ หลายบ้านอพยพไปต่างจังหวัด ทำให้กรุงเทพฯ เงียบเหงา มีเพียงกลุ่มอาชีพหนึ่งที่หยุดไม่ได้ ลาไม่ได้ นั่นคือ ทหาร พนักงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า และประปา ต้องอยู่เคียงข้างประชาชนจนนาทีสุดท้าย
ญาตินันท์ เกิดน้อย อายุ 41 ปี พนักงานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ฝ่ายบริการระบบไฟฟ้า ที่กำลังง่วนกับการเตรียมเสริมหม้อแปลงโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช
ญาตินันท์ บอกว่า จนถึงขณะนี้ที่บ้านยังไม่ได้เตรียมการป้องกันน้ำท่วม คิดแล้วว่าหากท่วมก็ต้องปล่อยให้ท่วม เพราะยามนี้ทุกคนต้องทำงาน หยุดไม่ได้ ทุกคนทำงานด้วยใจ ไม่ได้คิดถึงค่าแรงล่วงหน้า ไม่มีการถามเรื่องนี้กับหน่วยงาน เมื่อ กฟน.ได้สอบถามความสมัครใจไปยังพนักงานว่า มีใครต้องการมาติดตั้งหม้อแปลงเสริมภายในโรงพยาบาลบ้าง เธอและเพื่อนร่วม 100 คน ก็อาสาสมัครมาทำงานให้ทันที
เธอให้เหตุผลกับเราสั้นๆ ว่า “เราคงไม่ปล่อยให้พ่อหลวงถูกน้ำท่วม”
“ที่นี่สำคัญกว่า เพื่อพ่อหลวง เรามาด้วยใจ กฟน.ไม่ได้ให้โอที พวกเราก็ไม่ได้ถามถึงเรื่องนี้ และก็ไม่ได้คิดอยากจะออกต่างจังหวัด” ญาตินันท์ กล่าว
พนักงาน กฟน. ผู้นี้เล่าด้วยว่า ขณะนี้มีเพื่อนร่วมงาน 1 ราย ที่รู้จักกันถูกภรรยาทิ้งไปพร้อมลูกอายุ 3 เดือน หนีหายไปแล้ว เพราะไม่มีเวลาให้ที่บ้าน แต่ละคนทำงานติดต่อกันโดยไม่ได้หยุดมา 2 สัปดาห์แล้ว บางคนบ้านน้ำท่วมก็ไม่ได้กลับไปดูบ้านตัวเอง
เธอเล่าด้วยว่า ขณะนี้อาคารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับทำการติดหม้อแปลงสำรองเรียบร้อย เหลือบรรจบสายไฟเพียงอย่างเดียว ขณะที่ภายในโรงพยาบาลเหลือการติดตั้งหม้อแปลงสำรองอีก 5 อาคาร คิดว่างานคงไม่เสร็จในวันนี้ แต่ตามแผนคือจะต้องติดตั้งหม้อแปลงสำรองให้เสร็จสิ้นทั้งโรงพยาบาลภายในวันจันทร์นี้
ขณะที่ สุวัฒน์ นายทหารกองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ที่ไม่ประสงค์จะบอกยศ เป็นนายทหารคนหนึ่งที่ตั้งแต่น้ำท่วมยังไม่ได้กลับไปเจอหน้าครอบครัว
นายทหารผู้นี้เล่าว่า ถูกโยกมาเฝ้าโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้ความช่วยเหลือยกกระสอบทราย หลายวันก่อนเขาประจำอยู่ที่คลองทวีวัฒนา แต่เมื่อคลองแตกก็ถูกย้ายให้มาช่วยป้องกันน้ำที่นี่
ภารกิจของนายทหารผู้นี้และกองกำลังชุดนี้มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือโรงพยาบาล ดูแลประตูทางเข้าโรงพยาบาลฟากประตู 1 และ 8 ซึ่งอยู่หลังท่าน้ำศิริราช หรือตรงข้ามร้านขายยา ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่จะใช้ประตูทางเข้าตรงนี้เป็นหลัก
วันนี้เป็นวันแรกที่นายทหารกลุ่มนี้ต้องยกกระสอบทรายที่สูงเกือบ 2 เมตร ที่อยู่หน้า 2 ประตูนี้ออก เพื่อเปิดทางให้ผู้ป่วย แพทย์ และพยาบาลเดินทางเข้าออกได้สะดวก หลังจากน้ำลดและพื้นถนนแห้ง
หากเห็นน้ำเริ่มมา ทหารชุดนี้ก็ต้องยกกระสอบทรายมาปิดทางน้ำใหม่อีกครั้ง เรียกได้ว่า ต้องยกเข้า ยกออก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย แพทย์
“ถ้าน้ำมาเราก็ปิดไม่ให้น้ำเข้า คิดว่าเราทำทัน แต่ขณะนี้ต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนก่อน เพราะเราเป็นกองทัพเพื่อประชาชน” นายทหารที่ชื่อ สุวัฒน์ บอกกล่าว
ด้าน ธวัชชัย ศิริวัฒโนทัย พนักงานฝ่ายไอที ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เป็นผู้หนึ่งที่เลือกจะอยู่ในกรุงเทพฯ และออกมาเป็นอาสาสมัครตักทรายเพื่อเอาไปวางโดยรอบโรงพยาบาลและชุมชนบริเวณใกล้เคียง
บ้านของธวัชชัยอยู่พระโขนง น้ำยังไม่ท่วม วันนี้เป็นวันที่ 2 ที่เขาเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อเป็นอาสาสมัคร โดยมีเหตุผลอยากช่วยเหลือผู้ป่วยที่นี่ ไม่อยากให้โรงพยาบาลศิริราชถูกน้ำท่วม เพราะที่นี่มีผู้ป่วยอยู่จำนวนมาก
“แค่เราไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่คนอื่น แล้วที่เหลือมันก็จะมาเอง” เขาคุยเพียงสั้นๆ ก่อนปาดเหงื่อบนใบหน้าแล้วขอตัวไปขนกระสอบทรายมากั้นน้ำ
นอกจากผู้ใหญ่ คนหนุ่มสาวที่ออกมาเป็นอาสาสมัครตักทรายจำนวนมากยังมีกลุ่มนักเรียนที่รวมตัวกันออกมาช่วยสังคม
นักเรียนวัดนวลนรดิศ กลุ่มใหญ่กว่า 20 คน รวมตัวกันเดินทางมาโรงพยาบาลเพื่อตักทรายเป็นวันที่ 5 หลายคนอยู่ในพื้นที่บางแค เพชรเกษม น้ำยังไม่ท่วม แต่พวกเขาก็พร้อมออกแรงมากกว่าที่จะไปเที่ยวหรือนิ่งเฉย
“ถ้าโรงพยาบาลน้ำท่วม อาจต้องปิดเป็นเวลา 1 เดือน คนจะเดือดร้อนกันมาก ตอนนี้คนอื่นลำบากกว่าเรา แล้วที่นี่ก็มีในหลวง อยากทำเพราะรักในหลวง” ตัวแทนเด็กคนหนึ่งร่วมพูดคุย
นี่เป็นเพียงกลุ่มคนเบื้องหลังช่วยชาติ ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระ ไม่ยอมละทิ้งกรุงเทพฯ พวกเขาพร้อมใจสู้ไปด้วยกัน







