
รัฐบาลยัน น้ำเหนือเหลือแค่ 4 พันล้านลบ.ม.
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)
ยืนยันว่า มวลน้ำที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางขณะนี้มีอยู่ประมาณ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เท่านั้น ไม่ได้มีมากมายตามที่นักวิชาการหลายสำนักระบุว่ามากกว่า 1 หมื่นล้าน ลบ.ม.อย่างที่เข้าใจ โดย ศปภ.วางแนวทางระบายน้ำออกทางทุ่งตะวันออกและตะวันตก ด้านละ 2,000 ล้านลบ.ม. โดยกรมชลประทานจะกักเก็บเอาไว้ไม่ปล่อยลงมา เนื่องจากบริเวณที่น้ำก้อนนี้ท่วมอยู่นั้นเป็นพื้นที่รับน้ำอยู่แล้ว ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนแต่อย่างใด
วีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง เปิดเผยว่า จากนี้ไปจนถึงวันที่ 6 พ.ย. ต้องรักษาแนวคันกั้นน้ำ รวมทั้งอาคารชลประทานในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมิให้เสียหายเพิ่มอีก เพราะหลังจากนี้น้ำทะเลจะลดลง เป็นโอกาสของการระบายน้ำ เพราะจะเหลือแค่น้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยาและน้ำทุ่งเท่านั้น เชื่อว่ากรุงเทพฯ จะเข้าสู่ระยะปลอดภัย ไม่มีการสูญเสีย อีกทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ทางด้านฝั่งตะวันออก เช่น นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง สามารถพูดได้ว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ด้านตะวันออกได้แล้ว
สำหรับสถานการณ์ด้านตะวันตก หรือฝั่งธนบุรี จุดยุทธศาสตร์การระบายน้ำอยู่ที่คลองภาษีเจริญ รับน้ำทุ่งทั้งหมดของฝั่งธนบุรี และสูบน้ำออกไปทางแม่น้ำท่าจีน และแก้มลิงอเนกประสงค์คลองสนามชัยมหาชัย อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผันน้ำออกสู่ทะเลได้โดยตรง
ส่วนการจัดการกับน้ำเหนือที่ไหลบ่าท่วม จ.นนทบุรี นครปฐม และเขตทวีวัฒนา ทั้งกรมชลประทานและ กทม. จะสร้างคันกั้นน้ำอุดแนวฟันหลอริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันตกทั้งหมดตั้งแต่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และฝั่งธนบุรี ไปจนถึงปลายแม่น้ำ จะดำเนินการทันทีหลังน้ำทะเลลดลงในวันที่ 6 พ.ย.นี้ เพราะกระแสน้ำเจ้าพระยาจะลดความแรงลง







