posttoday
เตรียมชีวิตให้พร้อม รับมือน้ำที่ท่าพระจันทร์

เตรียมชีวิตให้พร้อม รับมือน้ำที่ท่าพระจันทร์

29 ตุลาคม 2554

ยืนยันที่จะสู้กับน้ำที่ยังไม่รู้ว่าจะมีปริมาณเท่าไหร่ หรือสถานการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่ก็พร้อมยินดีที่จะเผชิญ และฝ่าไปร่วมกันกับคนในชุมชน

ยืนยันที่จะสู้กับน้ำที่ยังไม่รู้ว่าจะมีปริมาณเท่าไหร่ หรือสถานการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่ก็พร้อมยินดีที่จะเผชิญ และฝ่าไปร่วมกันกับคนในชุมชน

กระแสน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณฝั่งท่าพระจันทร์ ด้านข้างกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชุมชนที่ทำมาค้าขายกันตามปกติ แต่ทุกวันนี้ความปกติได้มลายหายไปแล้ว เพราะน้ำได้ทะลักเข้ามากินพื้นที่ในละแวกดังกล่าวชนิดเช้าครั้ง เย็นอีกครั้ง

นั่นเป็นเพราะสถานการณ์น้ำทะเลที่หนุนขึ้นมา ส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำที่สูงเพิ่มตามไปด้วย ทำให้ชาวบ้านที่ทำมาค้าขายและใช้ชีวิตอยู่บริเวณท่าพระจันทร์ ด้านหลังวัดมหาธาตุ ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่เอ่อเข้าท่วมอยู่ตลอดเวลา และแว่วว่าจะเป็นเช่นนี้นานนับเดือน

นิวัติ ชีวาสุขถาวร ชายในวัย 50 ปี เจ้าของร้านขายอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตั้งร้านอยู่ในตรอกพระจันทร์กลาง เล่าให้ฟังถึงการเตรียมความพร้อมในกรณีที่น้ำยังคงเข้าท่วมเช้าเย็นอยู่เช่นนี้ว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้น้ำสูงถึงระดับต้นขาของผมแล้ว น่าจะสูงประมาณ 70 เซนติเมตรได้ ผมอาศัยอยู่ที่นี้ตั้งแต่ยังเด็กๆ ตั้งแต่จำความได้ครั้งนี้รุนแรงที่สุดแล้ว แต่ถือว่ายังโชคดี เพราะน้ำมาแล้วก็ไป ไม่ได้ขังท่วมนาน เต็มที่ก็ประมาณห้าถึงหกชั่วโมงน้ำก็ลงไป แต่ที่ลำบากคือน้ำมาทุกวัน ทราบดีว่าทางสำนักการระบายน้ำกรุงเทพฯ นำเครื่องสูบน้ำมาสูบออกไปสู่เจ้าพระยา แต่ก็ถือว่าช่วยในระดับหนึ่งเท่านั้น น้ำที่เอ่อเข้ามามันเร็วกว่าสูบออกไป

“การดูแลพวกเราในชุมชนก็ดูแลกันเองตามมีตามเกิด ส่วนใหญ่ก็ประกอบอาชีพค้าขายกันทั้งนั้น ทั้งอาหาร กรอบรูป พระเครื่องเช่าบูชา อย่างครอบครัวผมอยู่รวมกัน 7 ชีวิต แต่ก็เตรียมเสบียง ตุนอาหารทั้งข้าวสารอาหารแห้งไว้มากพอดู รวมถึงของเก่าที่เก็บไว้เพื่อเตรียมทำอาหารขาย ก็คิดว่าพอจะประทังครอบครัวได้ถึง 1 เดือน หากมีเหตุการณ์ที่วิกฤตจริงๆ แต่อย่างไรผมก็ไม่ขอย้ายออกไป” นิวัติ เล่า

เฉกเช่นกับ กนกพร วินยานุกุล หญิงอายื 43 ปีเจ้าของร้านโชว์ห่วยด้านหลังวัดมหาธาตุ ที่บ้านของเธอได้ก่ออิฐบล็อกขึ้นมาสูงในระดับ 50 เซนติเมตร แต่ก็ดูเหมือนจะคุมกระแสน้ำไม่อยู่ เพราะต้องติดเครื่องสูบน้ำส่วนตัวสูบน้ำออกจากทางหลังบ้านที่เอ่อท่วมเช่นกัน เธอเล่าว่า “จะให้ย้ายไปไหน คงไม่ย้ายออกไปแน่ เพราะเป็นห่วงบ้าง อีกทั้งสถานการณ์เช่นนี้เชื่อว่าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่น่าจะเอาอยู่ น้ำมาเขาก็มากั้นไว้ แต่ลำบากหน่อยก็ตรงที่น้ำมาแบบเช้าครั้งเย็นครั้ง เราก็แทบไม่ได้หลับนอน ห่วงของห่วงบ้าน ก็ต้องคอยเฝ้าระวังพวกปลั๊กไฟต่างๆ หากต่ำไปก็จัดการย้ายออก กลัวไฟดูดไฟช็อตเอา”

ส่วนเรื่องการเตรียมตัวรับมือปัญหาน้ำท่วมทุกวัน เธอบอกว่าก็พร้อมในระดับนึง เพราะในร้านก็เป็นร้านขายของชำ เธอแบ่งบางส่วนเพื่อขายให้กับชาวบ้านละแวกใกล้เคียง และน้ำเปล่า ปลากระป๋อง ยังพอมีให้เธอใช้ชีวิตต่อไปได้อีกประมาณ 2 สัปดาห์

ขณะที่ กร เจ้าของบ้านในตรอกพระจันทร์กลางอีกราย เล่าว่า ได้ส่งภรรยาพร้อมกับลูกสาวและแม่ ออกไปยังต่างจังหวัดแล้ว ผมมีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งทราบว่าทางมหาวิทยาลัยฯ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่หยุดทำงานไปก่อนแล้ว ผมเห็นน้ำขึ้นน้ำลงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อประมาณ 3 สัปดาห์มาแล้ว แต่หลังๆ เริ่มจะหนักขึ้นจึงตัดสินใจส่งลูกเมียและแม่ไปอยู่ต่างจังหวัดดีกว่า ส่วนผมเป็นห่วงบ้านไม่กล้าทิ้งไป และมีข้าวสารกับปลากระป๋อง พร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคอยปะทังชีวิต โชคดีหน่อยที่ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นอีเลฟเว่นตรงท่าพระจันทร์ จะมีการเติมน้ำเปล่าเพื่อจำหน่ายตลอด แต่ให้คนละ 3 ขวดเท่านั้น ผมคิดว่าส่วนตัวน่าจะอยู่ได้ แต่หากเลวร้ายจริงๆ ถึงขึ้นตัดน้ำไฟ ผมคงต้องอพยพออกไปเหมือนกัน

“คิดว่าส่วนตัวยังโชคดีกว่าในพื้นที่ที่ท่วมหนักนะ เพราะคนที่นั้นจากการที่ดูข่าวเขาแทบจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ หรือไม่มีอะไรกินเลย น่าสงสารมาก ตั้งแต่เริ่มมีข่าวว่าน้ำจะเข้าท่วมกรุงเทพฯ ผมก็ออกหาซื้อของตุนไว้ทันที เพราะบ้านเราติดแม่น้ำ จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ต้องเอาให้พร้อมที่สุด” กรเล่า

กับอีกคนที่ช่วยผู้ประสบภัยในชุมชนด้วยกันเอง (ไม่ประสงค์ออกนาม) แม้เขาจะลำบากเพราะน้ำที่ท่วมเช้าเย็นไม่ต่างจากชาวบ้านรายอื่น แต่ยังมีน้ำใจทำอาหารออกมาแจกจ่ายชุมชนใกล้เคียง อย่างเช่นวันนี้ เขาจัดการทำ “ซุปเปอร์ตีนไก่” พร้อมกับข้าวสวยใส่หม้อใบใหญ่ ตั้งจุดบริเวณท้ายวัดมหาธาตุแจกจ่ายให้กับประชาชนในละแวกใกล้เคียง เล่าแต่เพียงว่า ที่ร้านเปิดเป็นร้านอาหารข้าวต้มอยู่ และไม่มีลูกค้ามาหลายวันแล้ว เนื่องจากตกเย็นมาน้ำก็เอ่อเข้าท่วม เลยตัดสินใจทำอาหารมาแจกจ่ายเพื่อนบ้านดีกว่า

บรรยากาศโดยรอบบริเวณท่าพระจันทร์ ยังคงพ่อค้าแม่ขายนำของมาขายกันอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นพวกอาหารต่างๆตามราคาปกติ แต่ร้านค้าต่างๆ อยู่ในตรอกซอกซอยต่างก็ต้องปิดตัวลงไปชั่วคราว แต่จากปากคำส่วนใหญ่ของคนในพื้นที่ พวกเขายืนยันที่จะสู้กับน้ำที่ยังไม่รู้ว่าจะมีปริมาณเท่าไหร่ หรือสถานการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่ก็พร้อมยินดีที่จะเผชิญ และฝ่าไปร่วมกันกับคนในชุมชน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล