
ศปภ.รับผันน้ำสะดุดเจอทะเลหนุน
ศปภ. เผย เร่งผันน้ำลงฝั่งตะวันออก แต่น้ำทะเลหนุนเป็นอุปสรรค อาจทำให้กทม.มีน้ำท่วมขัง 4-5 วัน
ศปภ. เผย เร่งผันน้ำลงฝั่งตะวันออก แต่น้ำทะเลหนุนเป็นอุปสรรค อาจทำให้กทม.มีน้ำท่วมขัง 4-5 วัน
ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แถลงสถานการณ์น้ำท่วมระบุว่า ขณะนี้ได้เร่งเดินหน้าในการดำเนินการผลักดันน้ำลงสู่กทม.ฝั่งตะวันออก ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่าเป็นวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในกทม.ได้ แต่ปัญหาคือสภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก สภาพคลองมีการปรับเปลี่ยนทำให้การเคลื่อนปริมาณน้ำทำได้ลำบาก นอกจากนี้การที่มีน้ำทะเลหนุนสูงยังเป็นอุปสรรคทำให้การระบายน้ำล่าช้า ดังนั้นคาดว่าพื้นที่บางแห่งของกทม.จะยังคงมีภาวะน้ำท่วมขังอยู่อีกราว 4-5 วันเป็นอย่างน้อยจนกว่าภาวะน้ำทะเลหนุนจะลดลง
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในการทำงาน กทม.และศปภ. มีการทำงานประสานกันมาตลอด มีคิดไม่ตรงกันบ้างแต่ทางเทคนิคเข้าใจตรงกัน พร้อมระบุว่าขณะนี้ระบบการระบายน้ำของ กทม.ยังทำงานได้ดีอยู่ เนื่องจากเดิมคาดการณ์น้ำจะไหลมาบริเวณบางซื่อ จตุจักร แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำมาช้ากว่าที่คิด
นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษก ศปภ.กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นสอดคล้องกันในการเร่งระบายน้ำสู่ฝั่งตะวันออก ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญที่ต้องเร่งปฎิบัติ และไม่มีความจำเป็นต้องเก็บกักน้ำไว้ แต่เนื่องจากการปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่าย
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรม การเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว ว่า ตะวันออกของกทม. 3-4 วันที่ผ่านมาน้ำยังไม่มาก แต่ตอนนี้เริ่มลงไปมากขึ้น สิ่งที่กังวลคือมวลน้ำที่ลงมาคลองรังสิต 1-5 เหนือ ตอนนี้มาลงเต็มพื้นที่ ทำให้น้ำต้นคลองรังสิตสูงขึ้น7-8 ซม.ต่อวัน มาคุกคามดอนเมือง และคลองสามวาเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่ระดับน้ำสูงต้นคลองรังสิต ไหลไปทางทิศตะวันออก ทำไงต้องให้ผันไปทางใต้ หรือ ออกคลอง 13 คลองหากวา เพื่อลงไปทางใต้ ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเรื่องนี้ ส่วนที่มีสิ่งกีดขวางใต้น้ำทั้งตอม่อรุ่นเก่า คันคลอง ที่เข้ามาในพืนที่ ก็ไม่ง่ายก็ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ถ้าภาพรวมแก้ไขปัญหารวดเร็วทุกคนก็จะได้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ถ้าปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังก็จะลุกลามกระทบคนทุกคน ถึงต้องทำให้จบให้เร็วที่สุด
นายอานนท์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำทะเลหนุนตอนนี้เป็นปัญหาทำให้การระบายน้ำลงทะเลช้าลง แต่น้ำจากด้านบนที่มาจากนครสวรค์ ฯลฯ ลงมาอัตราคงที่เพราะไหลออกมาจากทุ่ง ตอนนี้ประมาณ 400 ล้าน ลบ.ม. ส่วนน้ำทะเลขึ้นสูง การระบายออกทะเลน้อยกว่า นั้นพ้นยอดน้ำขึ้นสูงสุดไปแล้ว อัตราไหลเข้าคงที่แต่อัตราไหลออกทะเลมากขึ้นก็จะเริ่มลดน้ำลงไป ภาวะน้ำท่วมขังที่เราจะจำกัดบริเวณให้น้อยที่สุดยังจะต้องมีอีก 4-5 วันเป็นอย่างน้อย
นายวีระ วงศ์แสงนาค อดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน คณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัย กล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยปีนี้มเส้นทางระบายน้ำ 3 ทางหลักคือ ตรงกลางผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ตะวันตกผ่านแม่น้ำท่าจีนและ ตะวันออกผ่านแม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง ปัญหาการระบายน้ำในส่วนภาคตะวันออก ส่วนหนึ่งเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งตึกรามบ้านช่อง ชุมชนเป็นปัญหาต่อการระบายน้ำ
ขณะนี้ปริมาณน้ำส่วนใหญ่ที่มีปัญหาคือประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ คลอง 1-5 น้ำได้เคลื่อนลงมาแก้ปัญหาด้วยการผลักดันลงไปพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งผ่านมาทางคลอง 13 คลองต่างๆ จนลงมาที่คลอง 6 วาสายล่างและจะผลักดันลงไปยังสู่พื้นที่ตอนล่าง กรมชลฯมีสถานีสูบน้ำระบายน้ำได้ซึ่งพยายมใช้ศักยภาพเต็มกำลัง แต่น้ำเดินทางช้า หนองจอก เป็นที่ลุ่มมวลน้ำมามากองไว้แต่ยังไม่ถึงฝั่งทะเลแต่ก็จะพยายามทำทุกทางให้น้ำลงสู่ทางสมุทรปราการโดยเร็วที่สุด







