
สื่อนอกตีข่าว คนไทยขาดน้ำดื่ม-แรงงานต่างด้าวไร้ที่พึ่ง
หนังสือพิมพ์ วอลสตรีต เจอร์นัล สื่อชื่อดังของสหรัฐ รายงานสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมในไทยครั้งนี้ว่า
หนังสือพิมพ์ วอลสตรีต เจอร์นัล สื่อชื่อดังของสหรัฐ รายงานสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมในไทยครั้งนี้ว่า
วิกฤตครั้งนี้ดูจะไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะน้ำท่วมเสียแล้ว เพราะปัญหากำลังลุกลามไปเป็นปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำดื่ม รวมทั้งของกินของใช้ไปเสียแล้ว
วอลสตรีต เจอร์นัล รายงานว่า ชาวกรุงเทพฯ กำลังตื่นตระหนกอย่างมากจากข่าวที่ว่าน้ำกำลังจะเข้าท่วมภายในไม่กี่วันต่อจากนี้ ทำให้ประชาชนในเมืองหลวงแห่งนี้ต่างพากันไปซื้ออาหารแห้ง น้ำดื่ม กักตุนไว้หมด จนทำให้ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าเกือบทุกแห่งต้องขึ้นป้ายขออภัยว่าสินค้าไม่มีจำหน่ายชั่วคราว เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม เป็นต้น
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดสภาพน้ำดื่มขาดตลาด เนื่องจากหลายบริษัทผู้ผลิตน้ำขวดนั้นต้องระงับการผลิตไป เนื่องจากโรงกรองน้ำได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ทำให้สินค้าน้ำดื่มที่ส่งไปขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ นั้นขาดตลาดไปโดยปริยาย
นอกจากนี้ ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม กลับมีคนบางคนเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากภาวะความทุกข์ยากของประชาชนในเวลานี้ ด้วยการขึ้นราคาน้ำดื่มและอาหารออกมาขายในราคาที่แพงกว่าปกติมาก
สื่อชื่อดังของสหรัฐ รายงานว่า ผู้ค้าบางคนใช้วิธีกักตุนน้ำดื่มเอาไว้ก่อน และนำไปตระเวนขายด้วยรถปิกอัพ โก่งราคามากขึ้นกว่าเดิมมาก โดยตกแพ็กละ 250-300 บาททีเดียว
ขณะเดียวกันสำนักข่าวอิรวดีของพม่า รายงานข่าวว่า ท่ามกลางสภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดของไทยนั้น แรงงานพม่าในไทยจำนวนมากกำลังตกเป็นเหยื่อจากเหล่าบรรดานายหน้าต่างๆ ที่เข้ามาขูดรีดเงินในยามยากลำบากเช่นนี้
อิรวดีอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ มินต์ไว ผู้ช่วยผู้อำนวยการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่าว่า เนื่องจากโรงงานผลิตต่างๆ ในประเทศไทยต้องปิดตัวลงชั่วคราวจากปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ แรงงานพม่าจึงตกอยู่ในสภาวะตกงานและไร้ที่พึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยากจะเดินทางกลับประเทศ แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีเอกสารเข้าเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ดังนั้นจึงกลายเป็นโอกาสทองของบรรดานายหน้า ให้เข้ามาแสวงหาประโยชน์จากแรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้ ด้วยการเรียกเก็บเงินจากแรงงานเถื่อนชาวพม่าที่ต้องการกลับประเทศคนละ 3,000-4,000 บาท โดยกลุ่มนายหน้าจะทำงานกันเป็นขบวนการ ส่งต่อแรงงานเถื่อนที่จ่ายเงินแล้วไปให้เจ้าหน้าที่รัฐที่สมรู้ร่วมคิดให้ไปส่งที่ชายแดน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐที่รู้เห็นเป็นใจกับนายหน้าพวกนี้ก็จะอาศัยช่องว่างทางกฎหมายที่มีอยู่ในมือนั่น คือ การจับกุมและเนรเทศออกจากประเทศมา ใช้เป็นช่องทางในการหากินของขบวนการดังกล่าว
มินต์ไว กล่าวเสริมว่า เหมือนหนีเสือปะจระเข้ สำหรับแรงงานพม่าเหล่านี้ เพราะเมื่อแรงงานพม่าเหล่านี้ถูกนำไปส่งที่ชายแดนแล้ว ยังต้องเผชิญกับการถูกรีดไถเงินจากเจ้าหน้าที่พม่าที่รอพวกเขาอยู่ที่ชายแดนฝั่งพม่าซ้ำอีก โดยเจ้าหน้าที่พม่าจะควบคุมตัวไว้ด้วยข้อหาแอบลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ถ้าหากไม่จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่
มินต์ไว ให้คำแนะนำว่า แรงงานเหล่านี้ควรทำตามขั้นตอนที่ถูกกฎหมายถ้าหากต้องการกลับประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากปัญหาขบวนการขูดรีดไถเงินของเหล่าบรรดานายหน้าเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นในขณะนี้
อิรวดี ยังอ้างคำให้สัมภาษณ์ของแอนดี ฮอลล์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสิทธิมนุษยชนเพื่อการพัฒนา ตำหนิการทำงานของรัฐบาลไทยด้วยว่า ไม่มีกรอบการทำงานที่ชัดเจนเลยแม้แต่น้อย ในการให้ความช่วยเหลือแรงงานพม่าที่ประสบภัยน้ำท่วมเช่นนี้
ฮอลล์ กล่าวว่า แรงงานพม่าส่วนหนึ่งไม่รู้ชะตากรรมว่าจะไปทางไหนต่อ เพราะถึงแม้ว่าจะถือใบอนุญาตทำงานถูกกฎหมาย แต่มีเงื่อนไขว่าห้ามออกจากตัวจังหวัดที่ทำงานอยู่ ดังนั้นแรงงานเหล่านี้จึงออกไปไหนไม่ได้
สุดท้ายแล้ว แรงงานเหล่านี้จะเดินทางกลับพม่าได้อย่างไร เพราะถ้าออกนอกพื้นที่ก็จะถูกตำรวจจับ นอกจากนี้ยังมีแรงงานพม่าอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ เพราะเจ้าหน้าที่ไทยกับแรงงานพม่าสื่อภาษากันไม่เข้าใจ และเมื่อทางการไทยประกาศอะไรเตือนใดๆ แรงงานพม่าก็ฟังไม่ออก จึงไม่รู้ว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร







