posttoday
นักธุรกิจกลัวปฏิวัติ

นักธุรกิจกลัวปฏิวัติ

22 กุมภาพันธ์ 2553

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ยอมรับว่ายังยากอยู่เหมือนกันที่จะมองว่าหลังวันที่ 26 ก.พ.นี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่เข้าใจว่าความขัดแย้งในสังคมคงจะไม่หายไปในเร็ววัน คงจะยืดเยื้อ และคงบั่นทอนกิจกรรมในประเทศในหลายด้านโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ ตราบจนมีคนที่จะสามารถมาสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่ายตามได้ ประเทศไทยถึงจะมีพลังอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับรัฐบาลจะอยู่สั้น อยู่ยาว แทบไม่เป็นประเด็น เพราะระบบการเมืองของไทยไม่เข้มแข็งเท่าใดนัก

ดังนั้น แง่โครงสร้างระยะยาวของระบบการเมืองก็จะดำเนินไปในลักษณะปัจจุบัน คือรัฐบาลอยู่ยาวๆ ไม่ได้ทว่า หากรัฐบาลอยู่ไม่ได้ย่อมเกิดผลกระทบระยะสั้น แน่นอนว่าการเบิกใช้งบประมาณคงหยุดลง กระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

วันที่ 26 ก.พ. จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับคำตัดสินที่ออกมาว่าจะเป็นอย่างไร จะสร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่ายแค่ไหน ส่วนตัวไม่มีความเห็นทางใดทางหนึ่งว่าอยากเห็นคำตัดสินออกมาแบบไหน เพราะไม่ว่าจะออกมาทางใด ก็อาจมีผู้ไม่พอใจ

นายประสาร เสนอว่าในเมื่อเรื่องราวเดินเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว ก็อยากให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย ให้คำตัดสินเป็นข้อยุติ

“หวังว่าจะไม่เกิดการปฏิวัติ เพราะทำไปก็สร้างความเสียหายให้ประเทศ ประการแรก ปฏิวัติแล้วจะเกิดคำถามในต่างประเทศไม่น้อย ต่างประเทศจะมองว่าเราไม่มีเสถียรภาพ ใช้อำนาจเข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ ประการที่สอง ก่อชนวนให้เกิดความขัดแย้งนำประเทศไปสู่ความรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นข้ออ้างให้ฝ่ายที่ไม่ยอมรับการปฏิวัติทำให้แม้ผู้ที่ได้อำนาจมาก็ประสบภาวะไม่สามารถบริหารประเทศได้” นายประสาร กล่าว

กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สำหรับธุรกิจธนาคารขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของประเทศ หากภาคธุรกิจทั่วไปเกิดมีอะไรที่กระทบภาวะเศรษฐกิจรวมถึงลูกค้าก็จะสะท้อนมายังธนาคาร ถ้าประเทศไม่สงบสุขจะกระทบการทำมาหากินในประเทศไม่น้อย

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ประธานกรรมการธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า วันที่ 26 ก.พ. จะทำให้ภาพที่คลุมเครือมาโดยตลอดกลายเป็นภาพที่ชัดเจน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคำตัดสินกรณีคดียึดทรัพย์บางส่วน การชุมนุมคงจะเลิกรากันไป

กรณีเลวร้ายสุดคือยึดทรัพย์ทั้งหมดก็กลับมาสู่ความรุนแรงเพื่อกดดัน แต่เมื่อคำตัดสินออกมาแล้วคงทำอะไรไม่ได้ มีอยู่เพียง 2 ทาง คือกลุ่มผู้ชุมนุมต้องพยายามล้มล้างรัฐบาล เพื่อเข้ามาเป็นรัฐบาล จะได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม หรือทางเลือกที่ 2 ต้องปฏิวัติ

อย่างไรก็ดี ไม่เชื่อว่าจะมีการปฏิวัติเพราะไม่มีเหตุผลในการปฏิวัติ ทหารไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิวัติ รัฐบาลชุดนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องถูกปฏิวัติ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ส่งออกเติบโต 30% ท่องเที่ยวกำลังกลับมา รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้เกินเป้า

ขณะที่ทางเลือกในการล้มล้างรัฐบาลคงเป็นไปได้ยากเช่นกันเพราะภาพของการชุมนุมนั้นชัดเจนคนมองออกว่าเพื่อคนเพียงคนเดียว ดังนั้น ประชาชนคงไม่ออกมาเข้าร่วม ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลคงประคองกันไปให้อยู่รอด

“การปฏิวัติเพื่อคนคนเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นเกิดการยั่วยุ หรือถ้าล้มรัฐบาลคงไม่สำเร็จเพราะคนคงไม่ออกมาร่วม ถ้าจะมีการปฏิวัติ ประเทศไทยก็จะยังคงเป็นประเทศไทย เราปฏิวัติมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว” นายจักรมณฑ์ กล่าว

นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า ถ้ามองเชิงเศรษฐศาสตร์ ไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย ถ้าภาพหายคลุมเครือ คำตัดสินยึดทรัพย์ผ่านไป ต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุน พูดถึงการลงทุน มาบตาพุดยังน่ากลัวว่าเสียอีก การส่งออกเติบโตได้ไม่ต้องพึ่งพาการเมือง แม้การเดินขบวนอาจกระทบนักท่องเที่ยวบ้าง แต่โดยรวมเชื่อว่าเศรษฐกิจต้องฟื้นตัวแน่นอน เพราะทิศทางพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเดินมาถึงจุดนี้แล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆเริ่มดี ที่เคยคาดว่าจะติดลบ ก็จะติดลบน้อยลง

***

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า ประเทศไทยหลัง วันที่ 26 ก.พ. สิ่งที่อยากเห็นคืออยากเห็นประเทศไทยอยู่ในภาวะสงบเรียบร้อยเพราะความเชื่อมั่นเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการลงทุน

นายนิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนหุ้นระยะยาว กล่าวว่า หลังวันที่ 26 ก.พ. อยากเห็นความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้นกับประเทศไทย ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลฎีกาจะออกมาอย่างไรก็ตาม เพราะที่ผ่านมาปัญหาการเมืองได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยมานานแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท