posttoday
เติบโตบนความสูญเสีย

เติบโตบนความสูญเสีย

25 ตุลาคม 2554

ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก

ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก

โดย..อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา 

ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยวันที่ 18 ต.ค. 2554 ระบุมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง 62 จังหวัด621 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 2,742,310 ครัวเรือน 8,795,516 คน เสียชีวิต 315 คน สูญหาย 3 คน

มีการประมาณการเบื้องต้นว่า น้ำท่วมครั้งนี้จะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 1 แสนล้านบาท จะฉุดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คาดไว้ว่าจะโต 4%ให้ลดลง ซึ่งเป็นการคาดประมาณตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในความเป็นจริงจะพบว่า เมื่อประเทศเกิดปัญหาภัยพิบัติอย่างรุนแรง เผชิญความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาลในไตรมาสต่อๆ มา กลับมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น เช่น จากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 4% มาเป็น 4.5% เป็นต้น

สาเหตุแท้จริงก็ไม่ได้เป็นเพราะปัญหาพิบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น โดยดูจากรายได้ประชาชาติปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่เป็นเพราะบัญชีรายได้ประชาชาติมิได้ถูกออกแบบมาเพื่อวัดมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติเหล่านี้

เติบโตบนความสูญเสีย

 

สิ่งที่มักพบช่วงหลังภัยพิบัติหรืออุทกภัยคือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้บางประเภทประสบปัญหาและทำให้รายได้ประชาชาติปรับลดลง เช่น รายได้จากภาคอุตสาหกรรมการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ลดลง

แต่ในขณะเดียวกันก็มีกิจกรรมที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นอีกมาก เช่น อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง อิฐ หิน ปูน ทราย ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มบรรจุขวด ปั๊มน้ำ สูบน้ำ อุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า ธุรกิจจัดสวน ไม้ดอกประดับ อู่ซ่อมรถ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจประกันภัย เวชภัณฑ์ การรักษาพยาบาล รวมไปถึงการเร่งจ่ายงบประมาณภาครัฐ เพื่อชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม

กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายเหล่านี้ จะมีผลทำให้รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้น และทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีเพิ่มสูงขึ้นด้วย

แม้ประชาชนจะสูญเสียทรัพย์สินมีค่าที่ใช้เวลาสะสมมานานอย่างบ้าน ที่อยู่อาศัย สถานประกอบการ เครื่องจักรอุปกรณ์ ที่สวน ไร่นา มูลค่าทรัพย์สินเหล่านี้ไม่ได้ถูกบันทึกในรายการในบัญชีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ จึงไม่ส่งผลฉุดให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีลดลง อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไว้

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น และให้ผลบวกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งในภาวะปกติจะสะท้อนความกินดีอยู่ดี แต่ในสภาวการณ์ภายหลังภัยพิบัติจีดีพีที่เติบโตจะสะท้อนความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ที่ประเทศต้องนำทรัพยากรไปใช้ในกิจกรรมอันไม่พึงประสงค์

ดังนั้น รัฐบาลจึงควรประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจ จากปัญหาน้ำท่วมโดยไม่ต้องอิงการเปลี่ยนแปลงของบัญชีรายได้ประชาชาติ

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์