posttoday
เยอรมนีเบรกอย่าคาดหวังแผนกู้หนี้วิกฤตยิ่งแรง ยิ่งแก้นาน

เยอรมนีเบรกอย่าคาดหวังแผนกู้หนี้วิกฤตยิ่งแรง ยิ่งแก้นาน

24 ตุลาคม 2554

เปิดฉากไปแล้วเมื่อวานนี้กับการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป เพื่อร่วมกันถกแก้วิกฤตการณ์หนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อมานานนับปี

เปิดฉากไปแล้วเมื่อวานนี้กับการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป เพื่อร่วมกันถกแก้วิกฤตการณ์หนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อมานานนับปี

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เปิดฉากไปแล้วเมื่อวานนี้กับการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป เพื่อร่วมกันถกแก้วิกฤตการณ์หนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อมานานนับปี ซึ่งฉุดให้บรรยากาศเศรษฐกิจและตลาดทุนโลก ทั้งซบเซาและผันผวนรุนแรงมาตลอดตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยที่ยังไม่มีใคร กลุ่มใด หรือเวทีประชุมใดๆ ที่จะสามารถหาทางออกให้ได้

และการประชุมสุดยอดที่ถูกตั้งตาคอยครั้งนี้ ก็อาจเป็นอีกครั้งที่ไม่สามารถเติมเต็มความหวังให้ได้เช่นกัน

เบื้องต้นนั้น นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ได้ออกตัวกับสื่อก่อนร่วมการประชุมว่า อย่าตั้งความหวังใดๆ ว่าจะมีแผนแก้วิกฤตหนี้ที่แน่ชัดออกมาในครั้งนี้ และให้รอข้อสรุปที่ชัดเจนหลังการประชุมอีกครั้งในอีก3 วัน หรือวันที่ 26 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นกำหนดเส้นตายที่บรรดาผู้นำยุโรปกำหนดให้ต้องสรุปข้อชัดเจนเรื่องการแก้ปัญหา และการเพิ่มเงินในกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ)

ทว่าเมื่อแง้มดูรายละเอียดของวิธีการหาทางออกแล้ว ต้องยอมรับว่าล้วนเต็มไปด้วยเงื่อนไขโหดหินสมกับความรุนแรงของปัญหา ที่ไม่น่าจะหาข้อสรุปชัดเจนกันได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งความเป็นไปได้แท้จริงของทางออกนั้นน่าจะยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งปี บนเงื่อนไขใน 3 ประเด็นหลักๆ ด้วยกัน

ข้อแรก คือ การเพิ่มเงินในกองทุนอีเอฟเอสเอฟ เป็น 9.4 แสนล้านยูโร (ราว 39 ล้านล้านบาท) ต่อมาคือ การบีบให้แบงก์และสถาบันการเงินในกรีซยอมขาดทุนจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น และสุดท้าย คือ การกำหนดให้แบงก์ในยุโรปเพิ่มสัดส่วนทุนสำรองเพื่อลดความเสี่ยงจากวิกฤตในครั้งนี้ ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นหลักนี้ก็ล้วนยากลำบากต่อการหาข้อสรุปให้ได้ในเร็ววัน

หลังหารือกันอย่างหนักกว่า 10 ชั่วโมง ระหว่างรัฐมนตรีคลังยุโรป 27 ชาติ รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันก่อนหน้านี้ ที่ประชุมเบื้องต้นเห็นชอบให้บรรดาธนาคารรายใหญ่ในยุโรป ต้องปรับเพิ่มสัดส่วนทุนสำรองขึ้นอีกถึง 9% หรือ 1.08 ล้านยูโร (ราว 4.5 ล้านล้านบาท) ภายในอีก 6– 9 เดือนข้างหน้า ภายใต้ข้อตกลงที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบสถาบันการเงิน ตามที่รัฐมนตรีคลังยุโรปให้ความเห็นชอบก่อนหน้านี้

เยอรมนีเบรกอย่าคาดหวังแผนกู้หนี้วิกฤตยิ่งแรง ยิ่งแก้นาน

แม้ว่าแมร์เกิลและประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี ของฝรั่งเศส จะรีบแสดงความยินดีในเรื่องนี้ว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการแก้ปัญหาหนี้ยุโรป แต่รัฐมนตรีคลังของเบลเยียม ดิดิเยร์ รีนเดอร์ ก็เตือนว่า ข้อตกลงนี้ยังสามารถเจรจาต่อรองกันได้อีกกับภาคแบงก์ ขณะที่รัฐมนตรีคลังของโปแลนด์ จาเซก รอสโทว์สกี ก็เบรกเช่นกันว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับภาคแบงก์เป็นเพียงการแก้ปัญหาแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาใหญ่ทั้งระบบ

ซึ่งหมายความว่า แกนหลักของการแก้ปัญหาพุ่งไปอยู่ที่ประเด็นการเพิ่มวงเงินในกองทุน รวมถึงการจัดการกับกรีซ อิตาลีและประเทศเสี่ยงอื่นๆ ซึ่งยากเกินกว่าที่อียูจะสามารถกดดันหรือจัดการได้ง่ายๆ

จนถึงขณะนี้ที่ประชุมยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่า จะเพิ่มเงินในกองทุนอีเอฟเอสเอฟอย่างไรให้สามารถครอบคลุม กรณีที่ต้องช่วยเหลืออิตาลีและสเปน จากวงเงินเดิมในปัจจุบันที่ 4.4แสนล้านยูโร เพราะต้องใช้เงินอีกเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งที่อิตาลีมีหนี้สาธารณะในระดับสูง และสเปนซึ่งเป็นประเทศใหญ่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ในกลุ่มประเทศอียู

อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ หลายประเทศยุโรปซึ่งต้องบริจาคเงินเข้ากองทุนต่างก็เผชิญแรงต้านอย่างหนักในบ้านของตัวเอง เมื่อประชาชนไม่พอใจที่เห็นรัฐบาลนำเงินภาษีมหาศาลไปอุ้มประเทศหนี้สูงเหล่านี้ แม้แต่ประเทศพี่ใหญ่ที่เป็นเขตเศรษฐกิจอันดับ 1 ในยุโรปอย่างเยอรมนี ก็ถูกประชาชนต่อต้านจนต้องแพ้การเลือกตั้งในหลายพื้นที่มาแล้ว หากต้องทุ่มเงินช่วยอีกมหาศาล ประชาชนในประเทศเหล่านี้อาจยิ่งต่อต้านจนส่งผลสะเทือนครั้งใหญ่ไปในเชิงการเมืองด้วย

และแม้ปัจจุบันจะมีเงินในกองทุน 4.4 แสนล้านยูโรแล้ว กลุ่มประเทศอียูก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะบริหารจัดการใช้เงินในกองทุนอย่างไร

อีกประเด็นใหญ่ที่แก้ยากไม่แพ้กัน คือการกดดันให้แบงก์และสถาบันการเงินเอกชนที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลประเทศที่มีปัญหา โดยเฉพาะพันธบัตรกรีซให้ยอมขาดทุนมากขึ้น

ฌอง โคลด จุงเกอร์ ประธานการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโร ได้เสนอให้เพิ่มสัดส่วนที่แบงก์ยอมขาดทุนจากการถือพันธบัตร จากเดิมที่ตั้งไว้ว่ามูลค่าของพันธบัตรจะลดลง 21% ก็ถูกเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 60% ซึ่งแน่นอนว่าเป็นระดับที่ภาคเอกชนทำใจได้ยากที่จะยอมรับ

และจึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใด เราอาจจะไม่ได้เห็นการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปแบบฟันธงได้ในเร็ววันนี้

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล