
ไม่บอกความจริง ยิ่งทำลายตัวเอง
ย้อนกลับไปดูคำพูดของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 14 ต.ค. หรือ 10 วันก่อนหน้านี้
ย้อนกลับไปดูคำพูดของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 14 ต.ค. หรือ 10 วันก่อนหน้านี้
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ย้อนกลับไปดูคำพูดของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 14 ต.ค. หรือ 10 วันก่อนหน้านี้
เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ยืนยัน “เราสามารถใช้คำว่ากรุงเทพฯ ปลอดภัย ก็ใช้คำนี้ได้จริงๆ ต้องใช้คำนี้ได้ โดยเฉพาะแนวที่อยู่ภายในของแนวคันกั้นน้ำน่าจะปลอดภัย แต่ส่วนรอบนอกอาจจะเจอน้ำบ้าง และไม่ใช่เป็นน้ำที่ระดับปริมาณสูง”
อีกคนที่เสริมความเชื่อมั่น “พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก” ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. แถลงว่า สถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ น่าจะรับมือได้ คันกั้นน้ำกรุงเทพฯ 3 จุด 1.คันกั้นน้ำหลักหก เมืองเอก สร้างเสร็จแล้ว 2.คลองรังสิต สร้างคันกั้นน้ำแล้ว 13 กม. เหลืออีก 3 กม. และ 3.คลองทวีวัฒนา สร้างเสร็จแล้ว จึงสามารถให้ความมั่นใจได้ 70% ว่ากรุงเทพฯ จะไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนอีก 30% จะกระทบช่วงรอยต่อปริมณฑลที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ
ผ่านมา 10 วัน สถานการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่รัฐบาลบอกกับประชาชน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นวนคร ที่รัฐบาลมั่นใจเอาอยู่ มีปราการป้องกันหลายชั้นได้จมมิดบาดาล
สถานการณ์น้ำเหนือยังได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว กรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเป็นทางผ่านของมวลน้ำมหึมา เกิด “จุดเสี่ยง” หลายจุด
ด้านเหนือกรุงเทพฯ น้ำหลาก “รังสิต” เอาไม่อยู่ และกำลังกระทบ ศปภ. ศูนย์เตือนภัยของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ท่าอากาศดอนเมือง ว่าจะโดนน้ำท่วมหรือไม่
กรุงเทพฯ ชั้นในมีความเสี่ยงจากคลองเปรมประชากรและคลองประปา ที่ต้องติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม้กรุงเทพฯ จะสร้างวางแนวคันกั้นน้ำเพิ่มสูง แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิด ระดับน้ำแปรปรวน ขึ้นสูงเหนือความคาดหมาย จนกระฉอกท่วมบริเวณสามเสน เล่นเอาแตกตื่นกันทั้งเมือง
ยังต้องลุ้นคลองหกวา ด่านหน้ากรุงเทพฯ ที่ท้องแก่เต็มทน การระบายน้ำตามคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ ชั้นใน
กรุงเทพฯ อยู่ในความเสี่ยงกับมวลน้ำก้อนมหึมาบนหัว และโอบล้อมกรุงเทพฯ ซ้าย ขวา และหวั่นว่าจะตลบหลังเข้าฝั่งธนฯ ที่คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 30 วันกว่าจะคลี่คลาย
แม้ว่ารัฐบาลโดย ศปภ.จะยืนยันว่า กรุงเทพฯ ชั้นใน “ยังน่าจะปลอดภัย” แต่ทหารก็สั่งป้องกันสถานที่สำคัญทางราชการ รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล กองทัพบก สวนจิตรลดา เขตพระราชฐาน
จากภาพทั้งหมดสรุปได้ว่า น้ำได้เข้ากรุงเทพฯ แล้ว และมีความเสี่ยงจะเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในสูง
การออกข่าวแจ้งเตือนของ ศปภ.ที่ผ่านมาเป็นการแจ้งสถานการณ์รายวันเท่านั้น การเตือนภัยช้าไม่บอกว่าน้ำที่เข้ากรุงเทพฯ หรือรังสิตจะไปจุดไหนอย่างไร สูงแค่ไหน อย่างที่ชาวบ้านอยากรู้
หลังจากถูกโจมตีหนักว่า ไม่น่าเชื่อถือ เตือนภัยผิดพลาด ศปภ.ค่อยๆ ปรับจูนการให้ข่าว ทั้งสลับตัวโฆษก เนื้อหาการนำเสนอ ลดการพูดเรื่อง “ภารกิจของท่านนายกฯ” โดยไม่จำเป็น
“จาตุรนต์ ฉายแสง” ทีม 111 กุนซือใหญ่ที่มาช่วยรัฐบาลแก้น้ำท่วม ได้เสนอแนะในทวิตเตอร์ส่วนตัวให้ ศปภ.ปรับรูปแบบ เน้นเตือนให้คนกรุงรู้ว่า ต้องเตรียมตัวอย่างไร และต้องแนะนำเป็นรูปธรรม ปฏิบัติได้ เพราะเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมง
พร้อมกับเสนอว่า ต้องเอาผู้เชี่ยวชาญและผู้มี หน้าที่มาวิเคราะห์ มาชี้แจงกับคนกรุงเทพฯ ว่า ควรเตรียมการอย่างไร
“นาทีนี้ไม่ต้องกลัวประชาชนตระหนก เพราะคนจำนวนมากตระหนกอยู่แล้ว”
ศปภ.รับลูกดึง “ปราโมทย์ ไม้กลัด” ผู้เชี่ยวชาญน้ำและที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. รวมถึง “ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของโลก แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานบริการจัดการระบายน้ำ ศปภ. มาให้ภาพสถานการณ์รวมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ศปภ.
แต่ประเด็นสำคัญที่คนกรุงสะท้อนออกมาก่อนหน้านี้ ต้องการรู้ว่ากรุงเทพฯ ชั้นในปลอดภัยหรือไม่ ถ้าจะท่วม ท่วมแค่ไหน เส้นทางไหน สูงเท่าไร และกี่เดือน เพราะอารมณ์คนกรุงนับล้านๆ ขณะนี้เครียดกับข้อมูล ข่าวสาร จนประชดกันว่า “อยากให้น้ำมาเร็วๆ ซะที ถ้าท่วมก็ท่วม จะได้จบ ไม่ใช่มาจ่อๆ อย่างนี้” เพื่อจะได้รับมือ วางแผน หยุดงาน ตุนเสบียง เก็บบ้านออกไปอยู่ต่างจังหวัดได้
ทว่า รัฐบาลโดย ศปภ.ยังกั๊กข้อมูล ไม่กล้ายืนยันเต็มปาก แต่ใช้ยุทธวิธีชี้แจงสถานการณ์รายวันเป็นส่วนใหญ่
ศปภ.ไม่กล้าบอกความจริง แต่ “ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล” วงใน ศปภ.กลับสวนรัฐบาลตรงๆ ออกมาบอกความจริงแทน เพื่อให้คนกรุงรับสภาพที่อาจเกิดขึ้น
“ปลอดประสพ สุรัสวดี” รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศปภ. แต่ถูกคน ศปภ.ตีกันออกจากวง เพราะสร้างวีรกรรมเตือนประชาชนแตกตื่นที่ให้คนกรุงเทพฯ ส่วนเหนืออพยพ
ซึ่งต่อมาได้พิสูจน์ว่า สิ่งที่เขาเตือนเป็นความจริง ครั้งนี้เขาบอกว่า ขอเตือนในนาม “หัวหน้าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ” ไม่สนว่าจะดิสเครดิตรัฐบาลหรือ ศปภ.หรือไม่ โดยย้ำว่า ศปภ.ต้องบอกความจริงกับคนกรุงเทพฯ ได้แล้ว เพื่อให้ทำใจ เพราะคาดว่าน้ำจะท่วมผู้อำนวยการ ในระดับ 50 ซม.1 ม. และอาจใช้เวลาระบายน้ำ 1 เดือน กว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
“วีระ วงศ์แสงนาค” ประธานคณะทำงานบริหารจัดการน้ำ ศปภ. ก็บอกว่า จุดเสี่ยงอยู่ที่คันกั้นน้ำรังสิต ถ้าไม่สามารถรับได้และน้ำเดินทางมาถึงคลองหกวา น้ำก็น่าจะเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน น่าจะไม่เกิน 1 ม.
จาตุรนต์ ย้ำว่า เห็นด้วยกับที่ปลอดประสพพูด เพราะกรุงเทพฯ มีโอกาสที่น้ำจะท่วม ตั้งแต่หนักพอควรจนถึงหนักมากและกว้างมาก ภาพอย่างแย่คือ กรุงเทพฯ ชั้นในก็จะท่วมด้วย
ทั้งสามล้วนทำงานใน ศปภ. ร่วมประชุม วางแผน วิเคราะห์แก้ปัญหา เห็นข้อมูลสถานการณ์น้ำถ้วนถี่ คำเตือนจึงมีน้ำหนักมากกว่า ศปภ.
หาก ศปภ.หรือนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยังละเลียดชี้แจงสถานการณ์แบบวันต่อวัน ก็ยิ่งดิสเครดิตตัวเอง เพราะคนในรัฐบาลล้ำหน้าไปหมดแล้ว โดยเฉพาะคนกรุง ทำใจและพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้าไปไกลเกินกว่าที่จะมาอ้อมแอ้มๆ ว่า “ยังบอกไม่ได้ชัดเจนค่ะ”







