
เตือนศาลายารับมือน้ำ-กทม.เผชิญวิกฤตสัปดาห์นี้
"ปลอดประสพ"เตือนพื้นที่ ศาลายา เก็บของขึ้นที่สูงรับมือน้ำเหนือ คาดกทม.เผชิญวิกฤตในสัปดาห์นี้ เชื่อหนักสุดจะท่วมขังนานถึง 1เดือนครึ่ง
"ปลอดประสพ"เตือนพื้นที่ ศาลายา เก็บของขึ้นที่สูงรับมือน้ำเหนือ คาดกทม.เผชิญวิกฤตในสัปดาห์นี้ เชื่อหนักสุดจะท่วมขังนานถึง 1เดือนครึ่ง
เมื่อเวลา 13.00น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณ มหาวิทยาลัยมหิดลและพื้นที่ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ให้ทำการเก็บของขึ้นที่สูงและเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังจะมาถึงโดยด่วนเพื่อความไม่ประมาท
นายปลอดประสพกล่าวว่า ในฐานะอดีตผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ สิ่งที่รัฐบาลควรทำในวันนี้คือ 1.ให้ความจริงกับประชาชน 100 % ไม่ต้องกลัวว่าประชาชนจะหวาดกลัว 2.เตือนก่อนล่วงหน้าให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ 3.มีจุดยืนและให้หาที่ปลอดภัยให้กับประชาชน 4.สถานที่ปลอดภัยดังกล่าวที่ให้ประชาชนอยู่ต้องให้ใกล้เคียงกับชีวิตปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ถนนที่ไหนน้ำท่วม น้ำไม่ท่วมก็ต้องบอกกับประชาชน ตรงไหนไปได้ ไปไม่ได้ก็ต้องบอกกับประชาชน ทุก 15 นาที
ทั้งนี้ขอเสนอให้เปลี่ยนมุมกล้องจราจรให้หันไปสู่จุดที่น้ำท่วมเพื่อติดตามสถานการณ์ รวมทั้งใช้เครือข่ายวิทยุสื่อสารในการจราจรมารายงานจุดน้ำท่วม และ ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบว่าน้ำจะท่วมไปยังทิศทางใด
เช่นทิศตะวันตก ต้องบอกไปเลยว่าน้ำมาจากบางบัวทอง ต่อไปก็บางใหญ่ และก็บางกรวย ในเวลาประมาณเท่าไหร่
"ผมประเมินว่าหากสถานการณ์เลวร้ายที่สุดคาดว่าน้ำจะท่วมพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด และน้ำจะท่วมขังเป็นเวลาพอสมควร ซึ่งได้ประเมินไว้ประมาณ 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง เพราะน้ำมีจำนวนมาก กรุงเทพฯจะเผชิญวิกฤตสุดภายในช่วงสัปดาห์นี้ และถ้าผ่านช่วงเดือนต.ค.ไปได้ความอันตรายก็จะลดลง"นายปลอดประสพกล่าว
นายปลอดประสพกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทราบว่าประตูระบายน้ำนอกพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดแล้วเป็นส่วนใหญ่ เท่าที่ทราบดีขึ้นจากช่วง 2-3 วันนี้เพราะก่อนหน้านี้ได้เปิดๆปิดๆ ซึ่งคำอธิบายก็บอกว่าชาวบ้านไม่เข้าใจและขัดขวาง แต่วันนี้ชาวบ้านอาจจะเข้าใจก็ได้ทำให้เปิดเป็นส่วนใหญ่
ส่วนในของกรุงเทพฯเปิดประมาณ 50% ซึ่งก็มีคำอธิบายว่า ต้องการควบคุมน้ำเพราะไม่อย่างนั้นน้ำจะท่วมในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งก็เข้าใจ แต่ในความคิดของตนนั้น ตนคิดว่ายังกลัวเกินไป ยังสามารถเปิดได้มากกว่านี้เพราะถ้าผู้สั่งการมีความรู้ด้านนี้จริงๆและส่งนักวิชาการไปเฝ้าติดตามที่ประตูน้ำ เฝ้ามอนิเตอร์ เพราะประตูระบายน้ำสั่งการด้วยสวิตช์ปิดเปิด เมื่อน้ำล้นออกมาท่วมถนนมาประมาณ 2 ซม. ก็ค่อยปิด ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของความละเอียดและความพยายาม







