posttoday
ไทยฝลัด อัดศปภ.ปิดความจริง

ไทยฝลัด อัดศปภ.ปิดความจริง

23 ตุลาคม 2554

หลังจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ดึงมือภาคประชาชนในนามเครือข่ายไทยฟลัดและมูลนิธิกระจกเงา

หลังจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ดึงมือภาคประชาชนในนามเครือข่ายไทยฟลัดและมูลนิธิกระจกเงา

ที่มี “หนูหริ่ง” สมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นแกนนำ เข้าร่วมระดมสมองในการกู้วิกฤตน้ำท่วม แต่เพียงไม่นานก็เกิดการแตกหัก

เครือข่ายไทยฟลัดและมูลนิธิกระจกเงาถือเป็นองค์กรภาคประชาชนที่เข้มแข็ง มีอาสาสมัครเข้าร่วมกว่า 4,000 คน ทำหน้าที่ประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จนสามารถอพยพออกนอกพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยกว่า 1,000 ราย รวมทั้งมีการจัดตั้ง ศปภ.ระดับตำบล เพื่อขยายเครือข่ายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมแต่ละพื้นที่ กระทั่ง ศปภ.ต้องเชื้อเชิญให้มาร่วมเป็นแขนขาในการทำงานของรัฐบาล

แม้สมบัติจะมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลเพื่อไทย เพราะเคยดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเคียงข้างกันมาตลอด แต่เมื่อจับมือทำงานร่วมกันได้แค่ไม่กี่อึดใจ ก็ไม่อาจร่วมหัวจมท้ายกันได้อีกต่อไป สุดท้ายต้องประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาลชุดนี้

ปรเมศวร์ มินศิริ ผู้ดูแลเว็บไซต์ไทยฟลัดดอทคอม (thaiflood.com) และกรรมการผู้จัดการบริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ (kapook.com) หนึ่งในทีมงานคนสำคัญที่มาร่วมงานกับ ศปภ. เปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังที่ต้องถอนตัวออกมาว่า หลังจากเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่กับ ศปภ. ในการรับบริจาคสิ่งของให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม และเปิดให้ผู้มีจิตอาสามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือ และรับเรื่องราวต่างๆ ในการรับบริจาคนั้น ได้เกิดความขัดแย้งกันในกระบวนการจัดการระหว่าง ศปภ.กับภาคประชาชนจนไม่อาจยอมรับได้

“ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น เมื่อบวกกับการบริหารจัดการที่ไม่เป็นระบบก็จะกลายเป็นภัยพิบัติ” ปรเมศวร์ บอก

ปรเมศวร์ในฐานะผู้ทำหน้าที่ด้านข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม กล่าวว่า เขารู้สึกไม่พอใจการทำงานของ ศปภ. เพราะมีการห้ามนำเสนอข้อมูลดังกล่าว และมีการปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับกองอำนวยการ จึงขอแยกกองหน่วยงานข้อมูลข่าวสารน้ำท่วมและผู้ประสบภัยไปตั้งที่อื่น

ปรเมศวร์ ยอมรับว่า เหตุที่ต้องถอนตัวจากศูนย์ ศปภ. เนื่องจากไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ เพราะถูกกีดกั้นด้านข้อมูล ไม่ยอมรับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ถึงขนาดมีการโทรศัพท์มาขอเซ็นเซอร์และตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะแถลงข่าว รวมทั้งการบริหารจัดการที่ไม่เป็นเอกภาพ ไม่มีการแจ้งข้อมูลต่อประชาชนอย่างเป็นระบบเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้กลุ่มไทยฟลัดต้องขอแยกตัวไปที่สำนักงาน “ไซเบอร์เวิลด์” ที่ย่านรัชดาภิเษก

“มีความพยายามที่จะขอเซ็นเซอร์ข้อมูลของไทยฟลัด ทั้งที่เราพยายามเตือนประชาชนด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่คำที่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการให้ข้อมูลจริงที่นำไปสู่การตัดสินใจได้” ผู้ดูแลเว็บไซต์ไทยฟลัด กล่าว

ปรเมศวร์ บอกอีกว่า ไทยฟลัดได้มาตั้งศูนย์ที่ดอนเมืองตามคำเชิญชวนของรัฐบาลตั้งแต่ต้น ช่วงสัปดาห์แรกยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการในการสนับสนุนข้อมูลเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชนเป็นอย่างดี แต่พอสถานการณ์น้ำท่วมหนักขึ้น ได้ขอเสนอตัวเป็นตัวแทนภาคประชาชนที่จะเข้าไปร่วมให้ข้อมูลแก้ปัญหากับภาครัฐ แต่กลับได้รับการปฏิเสธและถูกไล่ต้อนให้ทำหน้าที่เป็นแค่ “พีอาร์” หรือนักประชาสัมพันธ์ข้อมูลตามที่ ศปภ.จัดเตรียมมาแถลงเท่านั้น

“กลุ่มไทยฟลัดเห็นว่า ข้อมูลที่ได้รับจากภาครัฐในระยะหลังเริ่มไม่เพียงพอที่จะนำมาวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่มีการคิดและทำ จึงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่ไทยฟลัดจะต้องแบ่งกำลังมาอยู่ตรงนี้ รวมทั้งดอนเมืองเองก็มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมสูง และถึงย้ายไปผมก็ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐพอที่จะขอประสานข้อมูลกันได้ เราย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อต้องการช่วยผู้ประสบภัยอย่างเดียว ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นขั้วการเมืองขั้วใด” เขากล่าว

ปรเมศวร์ กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่รับไม่ได้ก็คือ การออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ของไทยฟลัด เพื่อเตือนสถานการณ์น้ำท่วม กทม. แต่กลับมีการโทรศัพท์จากภาครัฐเข้ามาแสดงความไม่พอใจ และขอให้ปรับเปลี่ยนท่าทีในการออกแถลงการณ์ รวมทั้งข้อมูลบางส่วนก็ขอให้ส่งผ่าน ศปภ.ก่อนที่จะมีการนำเสนอ ซึ่งได้ยืนยันไปว่าทำไม่ได้ เพราะยามวิกฤตประชาชนกำลังรอข้อมูลเพื่อความอยู่รอด แต่กลับจะเอาข้อมูลไปกรองก่อน ที่สำคัญมันยังอาจทำให้ข้อมูลถูกบิดเบือนได้

ปรเมศวร์ เปิดเผยด้วยว่า ข้อมูลที่เขาไม่เคยได้รับจาก ศปภ.เลยก็คือมาตรการต่างๆ ของภาครัฐในการรองรับปัญหา เช่น มีการประกาศแผนอพยพ แต่ไร้แผนรองรับ ทั้งที่ควรจะบอกชัดเจนก่อนว่าให้อพยพไปไหน ไม่ใช่อยู่ๆ น้ำเข้ามาแล้ว ผู้คนแตกตื่น แต่ไม่รู้ว่าจะต้องอพยพไปไหน

“เมื่อวันที่ 21 ต.ค. นายกฯ แถลงว่า จะปล่อยน้ำให้ระบายผ่าน กทม. เราก็อยากฟังแผนการระบายน้ำ เพื่อจะได้ช่วยคิดช่วยทำ แต่ ศปภ.กลับแถลงแค่ขอเครื่องสูบน้ำจากภาคเอกชน ทั้งที่ผมเองก็เคยเสนอแผนการระบายน้ำอย่างเป็นระบบที่คลองเปรมประชากรมาแล้ว และเห็นว่าที่ประชุม ศปภ.เอาไปพิจารณา จึงอยากจะเห็นแผนในลักษณะเดียวกันออกมาจากรัฐบาล สุดท้ายก็มาพูดแค่ว่า เราได้ทำเต็มความสามารถแล้วเท่านั้น” ปรเมศวร์ บอกอย่างหมดเปลือก  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท