
เอกชนเซ็งรัฐทะเลาะกันอีก2นิคมฯออกการ
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญว่าน้ำจะค้างนานกี่เดือน แต่ต้องการให้หน่วยงานรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ประสานการทำงานให้เป็นเอกภาพ เอกชนสนใจแนวทางแก้ปัญหามากกว่า แต่หากปล่อยน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่มาก เชื่อว่าไม่กระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม แม้จะต้องท่วมนานก็ไม่เป็นไร
“ปัญหาการประสานงานที่เกิดขึ้น ไม่อยากไปพูดในเรื่องที่ผ่านมา แต่ในอนาคตหากปรับแผนการทำงานร่วมมือกัน ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาเรื่องน้ำในเชิงธรรมชาติ จะมีข้อติดขัดหลายเรื่อง ทั้งประตูระบายน้ำ หรือการทำความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่ บางครั้งก็ไม่สามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้ เชื่อว่าตอนนี้การเฉลี่ยน้ำผ่านกรุงเทพฯ เพื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา หรือทะเล เดินมาถูกทาง ถ้าระดับน้ำไม่สูงจนทำให้การเดินทางลำบากก็ไม่กระทบกับธุรกิจในเมืองมาก” พยุงศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ส่งสัญญาณระหว่างเดินทางมาตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งอยู่ในเส้นทางระบายน้ำ และคาดว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมต่อไปหลังจากที่ 7 นิคมฯ ล่มไปก่อนนี้แล้วว่า จะป้องกันนิคมฯ ไม่ให้น้ำท่วมได้มากที่สุด เพราะแต่ละแห่งมูลค่าหลายแสนล้านบาท หากน้ำท่วมจะทำให้เศรษฐกิจต่างๆ ของประเทศมีปัญหา
“ถ้าป้องกันไม่ได้ เราจะป้องกันให้ได้บางส่วน และประการที่สาม ถ้าป้องกันไม่ได้บางส่วนจะต้องเตรียมการสำหรับกู้ เราต้องแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ แต่เรารับประกันไม่ได้ 100% ว่าน้ำจะไม่ท่วม
“ผมไม่ได้บอกให้ทุกคนตื่นตระหนก แต่บอกให้รู้จักคิด ประเมินสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และเมื่อเกิดขึ้นแล้วเราจะต้องทำตัวอย่างไร ไม่อย่างนั้นจะโทษกันไปมา ไม่มีอะไรดีขึ้น นิคมฯ ทั้งสองแห่งถือว่าทำรายได้ให้ประเทศหลายแสนล้าน หากปิดทั้งสองนิคมฯ ประชาชนจะเอาอะไรกิน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน” ผบ.ทบ. ระบุ
ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งทหารเข้ามา 600 นาย เพื่อเร่งสร้างคันดินกั้นน้ำให้เสร็จภายใน 23 วันนี้ โดยจะเพิ่มแนวกั้นน้ำอีก 1 ชั้น ใช้แผ่นซีเมนต์เข้าไปเสริมคันดินกับนำวงคอนกรีตวางรอบนิคมฯ จะพยายามรักษานิคมฯ ลาดกระบังไว้ให้ได้ ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบางชันก็ได้สั่งการให้สร้างคันกั้นน้ำเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมในนิคมฯ ขึ้นได้ คือ 1.ระดับคลองภายนอกสูงไหลล้นข้ามสันเขื่อนป้องกันน้ำท่วม 2.กรณีฝนตกหนักต่อเนื่อง ไฟฟ้าดับทั้งนิคมฯ ไม่สามารถเดินเครื่องสูบระบายน้ำได้ จึงได้เตรียมแผนรองรับกรณีฉุกเฉินไว้แล้ว
กนิษฐ เมืองกระจ่าง รองประธาน บริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม ในฐานะผู้จัดการบริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกะดี กล่าวว่า เป็นห่วงว่าปัญหาน้ำท่วม กทม.ชั้นใน รัฐบาลต้องมีมาตรการดูแลไม่ให้กระทบกับการดำเนินธุรกิจโดยด่วน เพราะคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 12 เดือน กว่าน้ำจะกลับเข้าสู่ปกติ เวลานี้ยังไม่ได้รวมถึงระยะเวลาของการกู้เครื่องจักรและกลับมาผลิตสินค้า ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
นราพจน์ ทิวถนอม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า สถานการณ์นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร หลังจากน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้ระดับน้ำลดลงไปเพียง 20-30 ซม. จาก 3 ม. ระหว่างนี้โรงงานบางแห่งได้เข้าไปตรวจการณ์พื้นที่ในโรงงานบ้างแล้ว เพื่อดูแลความเสียหายของเครื่องจักรในเบื้องต้นและวางแผนการกู้เครื่องจักรที่จมน้ำ แต่ยังมีความลำบากในเรื่องของการเดินทาง ต้องเดินทางด้วยรถบรรทุก 2 ต่อ และนั่งเรือเข้าไป
ปัจจุบัน กนอ.กำหนดประชุมร่วมกับผู้ประกอบการในนิคมฯ ทุกวันจันทร์ เพื่อประเมินสถานการณ์และร่วมวางแผนในการแก้ไขในอนาคต คาดว่ากว่าน้ำจะลดจนคืนสภาพปกติจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน หรือประมาณปลายเดือน พ.ย.เป็นต้นไป ใกล้เคียงกับที่นายกฯ ประเมินสถานการณ์ไว้ และหวังว่าน้ำจะไม่ทะลักเข้ามาเพิ่มอีก







