
ท่วม2เดือนชะตากรรมที่ไร้ความหวัง
การออกมายอมรับของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลางรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน”
การออกมายอมรับของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลางรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน”
ว่า มวลน้ำที่เข้าท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาจลดลง 46 สัปดาห์ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงรัฐบาลจะรับมืออย่างไร และผู้ประสบอุทกภัยจำนวนนับล้านคนจะยอมอยู่กับน้ำเน่าเสียนานนับเดือนได้หรือไม่ เป็นเรื่องน่าขบคิดยิ่ง
ความรู้สึกของผู้อพยพจากมหันตภัยน้ำท่วมคราวนี้ นาม “จันทร์ มะนัดไธสง” ชายหนุ่ม อายุ 30 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งหนีตายมาจากบ้านเอื้ออาทร จ.ปทุมธานี มาพักพิงที่ศูนย์อพยพโรงเรียนวัดดอนเมือง เขตดอนเมือง บอกว่า ตอนนี้ก็ไม่ได้วางแผนอะไรต่อไปเลย คิดแต่ออกมาจากที่น้ำท่วมอยู่ให้ได้ก่อน ถ้าท่วมอีกหลายวัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายังไง เพราะไม่เคยทราบเรื่องนั้นเลย
ขณะที่ สังเวียน มากพานิช อายุ 78 ปี ก็บอกว่า ไม่เคยทราบเรื่องที่น้ำจะท่วมขังอีกเป็นเวลานานมาก่อนเลยเช่นกัน แม้จะติดตามข่าวเรื่องน้ำท่วม แต่ก็ไม่ได้มีการพูดถึงหรืออธิบายเรื่องดังกล่าวมากนัก อย่างไรก็ตามหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ทำใจยอมรับได้
สุริลล์ทิพย์ ขัตติยะวงษ์ ครูโรงเรียนวัดดอนเมือง เล่าเช่นกันว่า ไม่ได้เตรียมตัวรับมือหากน้ำเข้าท่วมเป็นเวลายาวนาน เพราะคิดว่าน่าจะท่วมไม่นานเกิน 1 อาทิตย์ ขณะนี้จะคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เพราะยังมีหลายเรื่องที่ต้องจัดการ
“เรื่องท่วมนานนี่ไม่น่าจะมีใครคิดกันนะ เพราะส่วนใหญ่ตอนนี้ก็กลัวกันอยู่แต่เรื่องว่าน้ำจะท่วมสูงแค่ไหน แต่ถ้านานเลยก็คงลำบากแน่ เพราะที่คุยๆ กับแต่ละคนมา ไม่มีใครคิดเรื่องนี้เลย” สุริลล์ทิพย์ กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
น้อย หนุ่มโชว์เฟอร์แท็กซี่ชาวสระแก้ว อายุ 36 ปี ที่อาศัยอยู่ที่ย่านบรรทัดทองไม่เชื่อว่าน้ำจะท่วมนานนับเดือน
“ผมว่ามันยากนะที่รัฐบาลจะปล่อยให้น้ำท่วมเป็นเดือนๆ ผมว่า 57 วันก็หนักแล้ว ผมเองก็บอกเถ้าแก่อู่รถว่า ถ้าน้ำท่วมเยอะ ผมจะเอารถขึ้นไปจอดทางด่วนเลยนะ แล้วจะเอากลับมาคืนทีหลัง ผมเองก็วัดดวง ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก มีข้าวสารหนึ่งถุง ผักกาดดอง ปลากระป๋อง น้ำดื่มหนึ่งถัง คนเดียวน่าจะอยู่ได้ เพราะลูกเมียก็อยู่ต่างจังหวัด ไม่น่ากังวลอะไรมาก” น้อยตอบด้วยความมั่นใจ
สมคิด มอเตอร์ไซค์รับจ้างหนุ่มย่านคลองตัน เอ่ยว่า “ผมว่ามันคงท่วมจริง แต่จะเมื่อไรเท่านั้น ถ้าน้ำท่วมนานก็คงขาดรายได้ไปมาก และคงต้องหาของตุนไว้ประทังชีวิตให้ได้ แต่ทุกคนก็โดนกันหมด ไม่น่าจะต้องกลุ้มอะไร คงพอพึ่งอาศัยกันได้บ้าง”
ศักดา ปั้นเหน่งเพ็ชร อาจารย์ประจำภาควิชาวาทวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านเมืองทอง 1 เล่าว่า ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับปัญหาน้ำท่วมมาระยะหนึ่ง จึงได้ไปหาซื้อข้าวสารอาหารแห้งมากักตุนไว้ และอยู่ได้ประมาณ 7 วัน
อย่างไรก็ตาม หากน้ำจะท่วมนาน 2 เดือน ผมเป็นห่วงเรื่องความสะอาดของระบบขับถ่าย เพราะห้องน้ำจะใช้ไม่ได้ แต่ผมก็ยังจะอยู่บ้านแบบนี้ เพราะระบบสาธารณูปโภคของหมู่บ้านยังดีอยู่
มณีรัตน์ นุชเถื่อน แม่ค้าขายข้าวแกงที่ตลาดเมืองทอง 1 แต่บ้านอยู่ในชุมชนไทรงามในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ที่ชุมชนอยู่ห่างจากคลองประปาเพียง 300 เมตร ก็ท่วมบริเวณชั้น 1 เรียบร้อยแล้ว แต่ยังสามารถอาศัยอยู่บ้านบนชั้นสองได้ ถ้าน้ำท่วมนานถึง 2 เดือนคงอยู่ที่เดิมไม่ไหว ต้องย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่บ้านญาติที่ จ.กาญจนบุรีก่อน รอให้น้ำลดแล้วค่อยกลับมาทำกิน เพราะผูกพันกับที่นี่อยู่มานาน 20 ปีแล้ว
“ตอนนี้บริษัทสามีที่อยู่ในซอยก็หยุดทำการ ตัวเองก็ต้องประกอบอาชีพขายข้าวแกง เพราะลำพังเงินเดือนสามีเลี้ยงทั้งครอบครัวไม่ไหวหลังน้ำลดแล้วค่อยมาว่ากัน” มณีรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่รัฐบาล โดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บอกว่า มิติการแก้ปัญหาในช่วงนี้แบ่งออกเป็น 2 มิติ ส่วนแรก คือ ในพื้นที่น้ำท่วมขังที่จะต้องดูแลผู้ประสบภัยจนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติ โดยแบ่งความรับผิดชอบคือ กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบดูแลในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กทม. ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้ประสานดูแล
อีกมิติหนึ่ง คือ การเร่งผันน้ำที่กำลังเร่งดำเนินการระบายออกทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกตามแผนที่วางไว้ รวมไปถึงการวางแนวป้องกันระดับน้ำในจุดต่างๆ
สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพตามศูนย์พักพิงที่จัดไว้รองรับในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแต่ละศูนย์ก็จะดูแลในทุกด้านทั้งสิ่งของอุปโภค บริโภค ดูแลสุขภาพกาย จิตใจ ในส่วนของชาวบ้านที่อพยพออกมาจากที่อยู่อาศัยที่ถูกน้ำท่วม ทางกองทัพไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้ ขณะที่ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ก็จะเข้าไปดูแลให้เกิดความสะดวกในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ รัฐบาลยังช่วยดูแลด้านเส้นทางการจราจรสำหรับขนส่งลำเลียงสินค้า ซึ่งเส้นทางเดิมอาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนอาหาร และนำไปสู่การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และในส่วนของสินค้าควบคุมหากมีการขายเกินราคาก็จะเข้าไปดำเนินการจัดการเอาผิด ส่วนสินค้าอื่นๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในตอนนี้
อีกด้านหนึ่งยังต้องเร่งทำแผนฟื้นฟูควบคู่กันไปในช่วงนี้ ที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว ให้แต่ละหน่วยงานไปกำหนดแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ว่าจะปฏิบัติอย่างไรในช่วงหลังน้ำลด ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน







