posttoday
รายได้หายเดือนละ1.2หมื่นล.คลังลั่นขึ้นภาษีดีเซลแน่

รายได้หายเดือนละ1.2หมื่นล.คลังลั่นขึ้นภาษีดีเซลแน่

22 ตุลาคม 2554

ผลจากมวลน้ำที่กระจายตัวออกไปในหลายพื้นที่ ทำให้การจัดเก็บรายได้หายไปเดือนละ 1.23 หมื่นล้านบาท

ผลจากมวลน้ำที่กระจายตัวออกไปในหลายพื้นที่ ทำให้การจัดเก็บรายได้หายไปเดือนละ 1.23 หมื่นล้านบาท

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ภาษีของกรมสรรพสามิตตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554 หายไปเดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาทนั้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการรถยนต์ เบียร์ สุรารายใหญ่ ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถทำการผลิตสินค้าได้ จึงกระทบกับรายได้

“ผมคาดว่าจะกินเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าที่ผู้ประกอบการจะเริ่มกลับมาผลิตได้ตามปกติ ส่งผลให้รายได้สูญเสียไปไม่ต่ำกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท” รมว.คลัง กล่าว

รมว.คลัง ยืนยันว่า ในเดือน ม.ค. 2555 กรมสรรพสามิตจะปรับขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล ที่ขณะนี้เว้นไม่เก็บภาษีจนถึงเดือน ธ.ค. 2554 แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเก็บภาษีน้ำมันดีเซลทันที หรือจะทยอยเก็บ โดยกรมสรรพสามิตได้เสนอรูปแบบการขึ้นภาษีน้ำมันให้กระทรวงการคลังพิจารณา 6 แนวทาง

รายได้หายเดือนละ1.2หมื่นล.คลังลั่นขึ้นภาษีดีเซลแน่

 

“เดือน ม.ค.ปีหน้าจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันแน่นอน ส่วนหนึ่งเพื่อหารายได้ อีกส่วนหนึ่งเพื่อให้โครงสร้างราคาของน้ำมันดีเซลมีความแตกต่างกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์” ธีระชัย กล่าว

ปัจจุบันมีการจัดเก็บภาษีจากดีเซลในอัตรา 0.0005 บาทต่อลิตร ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการจัดทำแนวทางที่เหมาะสมเพื่อเสนอมาให้พิจารณาพร้อมๆ กันไป รัฐบาลจะส่งเสริมให้ใช้พลังงานทดแทนและการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนในระดับที่ต่ำ

ขณะเดียวกันก็ได้มอบนโยบายให้กรมสรรพากรปรับโครงสร้างภาษี ทั้งปรับอัตราภาษีบาป และเพิ่มอัตราภาษีสินค้าที่คนมีฐานะใช้มากขึ้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นอกจากนี้ยังให้มีการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ และเก็บกับผู้ประกอบการที่ปล่อยมลพิษกับสิ่งแวดล้อม

เบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2554 กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีรวมได้กว่า 3.99 แสนล้านบาท สินค้าที่จัดเก็บได้สูงสุด 5 รายการ คือ

ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จัดเก็บได้สูงสุดกว่า 1.179 แสนล้านบาท

ภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้กว่า 9.28 หมื่นล้านบาท

ภาษีเบียร์ จัดเก็บได้ 6.15 หมื่นล้านบาท

ภาษียาสูบ จัดเก็บได้ 5.72 หมื่นล้านบาท

ภาษีสุรา จัดเก็บได้ 48,624 ล้านบาท

จึงเชื่อว่าจากปัญหาอุทกภัยจะทำให้การจัดเก็บภาษีในปีหน้าลดลง

วันเดียวกัน ฮิโรชิ วาตานาเบ ประธานและผู้บริหารสูงสุดธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) ได้เดินทางเข้าพบ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเจบิกเสนอเงินกู้เพื่อช่วยเหลือบริษัทไทยที่ประสบภัยน้ำท่วมหากทางการไทยร้องขอ

ปฏิบัติการของเจบิกรอบนี้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากปกติแล้วเจบิกจะจำกัดการปล่อยกู้ให้เฉพาะบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในต่างประเทศ แต่กรณีนี้มีการเสนอปล่อยกู้ให้บริษัทไทยด้วย

นอกจากนี้ เจบิกจะสนับสนุนให้ไจกา สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น สนับสนุนเงินกู้ให้กับรัฐบาลไทยในอัตราดอกเบี้ยพิเศษด้วย ส่วนวงเงินที่ญี่ปุ่นจะให้กู้นั้นยังไม่ได้สรุปว่าจะให้กู้จำนวนเท่าใด

วันเดียวกัน วาตานาเบ ได้เข้าหารือกับ รมว.คลัง เกี่ยวกับมาตรการและหลักเกณฑ์การช่วยเหลือต่อไป เช่น การปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และวงเงินในการปล่อยกู้

ระหว่างการหารือเจบิกไม่ได้หยิบยกประเด็นที่บริษัทญี่ปุ่นบางส่วนจะย้ายฐานการลงทุนจากไทย เพียงแต่เสนอความช่วยเหลือและขอให้ไทยเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้นักลงทุนกลับมา

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล