
พลังงาน...การันตีไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ ไม่มีขาด
สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า
สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า
สถานการณ์ระบบการจ่ายไฟฟ้าให้กับประชาชนในช่วงน้ำท่วม ล่าสุด สถานีไฟฟ้าแรงสูงรังสิตถูกน้ำท่วม ทำให้ต้องดึงไฟฟ้าจากสถานีจ่ายไฟฟ้าแจ้งวัฒนะและสถานีลาดพร้าวมาทดแทน และหากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุด คือ น้ำท่วมสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่เสี่ยงของกรุงเทพฯ ยืนยันจะไม่เกิดปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ขณะนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของพื้นที่ดังกล่าวมีอยู่ประมาณ 7,800 เมกะวัตต์ แต่หลังเกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายๆ พื้นที่ดังกล่าว ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง 440 เมกะวัตต์ แต่ กฟผ.ยังมีปริมาณไฟฟ้าสำรองสูงถึง 2,035 เมกะวัตต์ จากเดิมที่สำรองไว้เพียง 1,800 เมกะวัตต์
ทางด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล ขณะนี้ยังมีน้ำไหลเข้าอ่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยปัจจุบันเขื่อนภูมิพลยังรับน้ำได้ 0.09%
พชร นริพทะพันธุ์ โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ได้มีการปิดสถานีจำหน่ายเอ็นจีวีเพิ่มขึ้นเนื่องจากน้ำท่วมรวมเป็น 14 แห่งแล้ว ส่งผลให้การจัดส่งเอ็นจีวีมีปัญหาล่าช้าบ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาขาดแคลน เนื่องจากจำเป็นต้องปิดสถานีแม่เอ็นจีวีด้านต้นทางด้านตะวันตก ได้แก่ สถานีเชียงรากน้อย สถานีสามโคก และสถานีลาดหลุมแก้ว ทำให้มีการจัดส่งเอ็นจีวีลดลง 1,180 ตันต่อวัน แต่ได้นำเอ็นจีวีจากสถานีด้านตะวันออกเข้ามาชดเชย 480 ตันต่อวัน จากปกติจะมีการป้อนเอ็นจีวีเข้าระบบประมาณวันละ 7,000 ตัน
อย่างไรก็ตาม สถานีแม่เอ็นจีวีที่เป็นโรงบรรจุก๊าซไม่สามารถให้บริการได้ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบถูกน้ำท่วมจนรถขนส่งก๊าซไม่สามารถเข้าไปรับก๊าซออกมาจำหน่ายได้ ดังนั้นในระหว่างนี้ผู้ที่ต้องการใช้บริการเอ็นจีวี โดยเฉพาะรถแท็กซี่ที่ต้องการใช้บริการ อาจต้องเดินทางไกลมากขึ้น
วีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จำนวนปั๊มแอลพีจีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต้องปิดให้บริการไป 67 แห่ง และโรงบรรจุก๊าซอีก 17 แห่ง ทำให้การให้บริการแอลพีจีทั้งภาคขนส่งและภาคครัวเรือนไม่ได้รับความสะดวก แต่ไม่ใช่ขาดแคลน เนื่องจากการขนส่งแอลพีจีในแต่ละพื้นที่ต้องใช้เวลามากกว่าปกติ 2-3 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาขาดแคลนทั้งแอลพีจีขนส่งและครัวเรือน เพียงแต่ร้านที่จำหน่ายหรือปั๊มไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งในช่วงน้ำท่วมก็ทำให้การใช้ลดลงตาม
สรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมทำให้การจัดส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องใช้เวลามากขึ้น ซึ่งจะขนส่งทางรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากทางรถไฟยังมีปัญหาอยู่ โดยปั๊มของ ปตท.ปิดดำเนินการไปแล้ว 59 แห่ง และอยู่ในข่ายเฝ้าระวัง 25 แห่ง ซึ่งจากนิคมและโรงงานอุตสาหกรรมที่ปิดตัวลง เส้นทางน้ำท่วม ทำให้รถบรรทุกใช้งานน้อยลง ส่งผลต่อยอดขายดีเซลลดลง 1.5 ล้านลิตรต่อวัน จากยอดรวม 13 ล้านลิตรต่อวัน
สรุปภาพรวมปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันทั้งระบบลดลงไป 6% เฉพาะยอดขายของ ปตท.ลดลง 20%







