
แฉกรมชลฯมุบมิบระบายน้ำไม่ครบ สัญญาณเตือนน้ำบุกกรุงแล้ว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.
ได้เปิดประตูระบายน้ำกว้างกว่าปกติ โดยประตูระบายน้ำคลอง 2 กว้างกว่า 1.1 เมตร ขณะที่คลองทวีวัฒนาเปิด 1 เมตร อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้เปิดประตูกว้างขึ้นในพื้นที่ที่สามารถเปิดได้ ยืนยันว่าได้ร่วมมือเต็มที่กับรัฐบาล ส่วนประตูระบายน้ำฝั่งตะวันออกที่ยังไม่ได้เปิด ไม่ได้เป็นของ กทม. แต่เป็นของกรมชลประทาน
ด้านสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า การที่กรมชลประทานไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำบางแห่งได้ เช่น ประตูระบายน้ำช่วงคลองประเวศและหนองจอก ทำให้ไม่สามารถผันน้ำออกสู่ทะเลได้อย่างเต็มที่ สาเหตุเนื่องจากเกิดปัญหากับมวลชนในพื้นที่ ซึ่งกรมชลประทานควรใช้อำนาจสั่งการให้เด็ดขาดมากขึ้น
แหล่งข่าว เปิดเผยว่า จุดระบายลงคลองด่านก็เป็นอีกจุดที่มีการแอบปิดเครื่องสูบน้ำเพื่อไม่ให้ระบายน้ำออกไปลงคลองด่าน จ.สมุทรปราการ โดยเจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำอ้างว่า ผู้ใหญ่สั่งให้ปิด ทำให้การระบายน้ำด้านทิศตะวันออกไม่เป็นไปตามที่ กทม.และรัฐบาลตั้งเป้าไว้
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณเตือนจากน้ำเหนือที่จะน้ำเข้ามาถึง กทม.แล้ว โดยสัญญาณเตือนที่ 1 คือ น้ำทุ่ง โดยประตูระบายน้ำคลองสองมีระดับน้ำด้านในอยู่ที่ 1.2 ม.รทก. ขณะที่ระดับน้ำภายนอกอยู่ที่ 2.09 ม.รทก. แม้จะมีการเปิดประตูให้กว้างขึ้นจาก 1.2 เมตร เป็น 1.3 เมตร แต่ระดับน้ำกลับสูงขึ้นอีก 4 ซม. แสดงสัญญาณชัดเจนว่าน้ำเหนือมาแล้ว
สัญญาณเตือนที่ 2 คือ ที่ถนนพหลโยธินตัดคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง น้ำได้เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 15 ซม. ทำให้คันกั้นน้ำที่ กทม.สร้างไว้กั้นไม่ได้ น้ำจึงเริ่มเอ่อท่วมถนน ทาง กทม.จึงประสานไปยังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แต่ยังไม่มีการปฏิบัติการใดๆ
ทั้งนี้ กทม.จึงจำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่และกระสอบทรายเข้าไปเสริม เพราะถือเป็นด่านสำคัญ หากน้ำทะลักเข้ามาได้จะท่วมถนนวิภาวดีและเข้าสู่ดอนเมือง ซึ่งจะเกิดปัญหาหนัก
ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ขณะเดียวกันน้ำในคลองประปาได้เกิดการรั่วซึมตลอดเวลา โดยคันกั้นน้ำคอนกรีต (แบริเออร์) ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ประชาชนเขตดอนเมืองเดือดร้อนกันมาก และมีการอพยพเข้าไปในศูนย์พักพิงภายในโรงเรียน 2 แห่ง มากถึง 1,360 คนในวันเดียว และคาดว่าจะมีผู้อพยพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดควรได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะคันกั้นน้ำริมคลองประปา แต่อยู่นอกเหนือการดูแลของ กทม.
ทั้งนี้ มีจุดที่น่าเป็นห่วง 3 จุด 1.คลองรังสิตตัดถนนพหลโยธิน เพราะยังไม่มีหน่วยงานรัฐเข้าไปดูแล และระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมถนนหน้าห้างเซียร์รังสิตแล้ว ซึ่งนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานมายัง กทม.ว่าจะส่งบุคลากร 1,000 นาย เข้าไปดูแลจุดนี้ แต่หากไม่สามารถป้องกันได้ น้ำจะทะลักเข้าคลองเปรมประชากร
2.คลองสองและคลองหกวา กทม.จะสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมให้แล้วเสร็จอย่างช้าสุดวันที่ 22 ต.ค. นี้ 3.พื้นที่ฝั่งตะวันตกของ กทม.และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งมีระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร หากปริมาณน้ำสูงถึง 2.5 เมตร จะมีปัญหาได้ เพราะเกรงว่าปริมาณน้ำจะโอบล้อมเข้าท่วมพื้นที่
ขณะที่ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้มีการอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย หรือ เอไอที ติดกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตจำนวน 600 คน ออกจากพื้นที่แล้วหลังจากน้ำได้ทะลักเข้าท่วมในสถาบัน
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำในคลองประปาได้ล้นเข้าสู่คลองเปรมประชากร จากเดิมมีระดับน้ำ 0.50 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) แต่ล่าสุดสูงขึ้นเป็น 1 ม.รทก. ส่งผลให้พื้นที่บางส่วนของถนนแจ้งวัฒนะและข้างเคียงประสบปัญหาน้ำท่วมแล้ว
“หากน้ำจากคลองประปาสูง 1.3-1.5 ม.รทก. จะทำให้ถนนวิภาวดีได้รับผลกระทบทันที เพราะเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองและจะเกิดปัญหาหนักตามมา” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ได้ทราบว่ารัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 แล้ว ซึ่งตามมาตรา 31 จะทำให้การสั่งการหน่วยงานต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น หากรัฐบาลสั่งมา กทม.ก็พร้อมดำเนินการ แต่หากสิ่งไหนที่ไม่เห็นด้วยก็พร้อมจะคัดค้านอย่างมีเหตุผล
นอกจากนี้ กทม.ได้สั่งการให้เลื่อนเปิดภาคการศึกษาในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้งหมด 9 เขต ได้แก่ มีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ลาดกระบัง ดอนเมือง หลักสี่ สายไหม คันนายาว บางเขน รวม 116 โรงเรียน จากเดิมจะเปิดเรียนในวันที่ 1 พ.ย. ขยายเป็นวันที่ 15 พ.ย. โดยจะมีการให้สอนชดเชยหลังจากเปิดภาคเรียนไปแล้วในวันเสาร์-อาทิตย์
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ ศปภ. กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาถึงเขตพื้นที่รอยต่อก่อนเข้ากรุงเทพฯ มีถึง 1.5 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณน้ำมาจ่อกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ถ้า ศปภ.บริหารจัดการน้ำล้มเหลวจริง ป่านนี้กรุงเทพฯ คงจมน้ำไปแล้ว
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขอร้อง ผู้ว่าฯ กทม.ให้ร่วมมือกันเพื่อไม่ให้ปัญหาที่มีอยู่ไม่หนักมากไปกว่านี้
“บริเวณคลองชั้นในของกรุงเทพฯ หลายคลอง อย่างเช่นที่คลองแสนแสบ เท่าที่ดิฉันไปดูมาในเช้าวันเดียวกันนี้ น้ำยังแห้งขอดและอีกหลายคลองที่ได้ตรวจสอบก็เป็นลักษณะเดียวกัน หากกรุงเทพฯ ยอมเปิดประตูระบายน้ำเพื่อรับน้ำและเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลในปริมาณที่ไม่เอ่อล้นก็จะเป็นการช่วยเหลือที่ดีที่สุด อย่าปล่อยให้ปัญหาก่อตัวจนสุดท้ายจะแก้ไม่ได้ เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นที่คลองประปา ประตูน้ำสามเสนเสีย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
ในประเด็นดังกล่าว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ออกมาชี้แจงทันทีว่าประตูระบายน้ำสามเสนไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพฯ แต่เป็นของกรมชลประทาน
ขณะที่ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเมื่อช่วงค่ำว่า ประชาชนที่อยู่ย่านประชาชื่นรอบคลองประปาไม่ต้องห่วงน้ำเอ่อท่วมถนน เพราะจะระบายน้ำลง 3 คลอง คือคลองบางเขน คลองบางซื่อ และคลองสามเสน โดยได้สั่งให้ผู้ว่า กปน. ให้ทุบพนังคลองประปาส่วนที่ตัดกับคลองบางเขน บางซื่อ สามเสน ให้เปิดใหญ่เพื่อให้น้ำระบายลงทั้งสามคลองนี้ ซึ่งจะทำให้น้ำลดลง 90 ล้านลบ.ม.ต่อวัน
“ฉะนั้นถ้าท่านผู้ว่าฯพูดผิดก็พูดซะใหม่ ตอนนี้เราควรจะสามัคคีกัน อย่าเอาเปรียบเอาทางการเมือง และขอให้มั่นใจว่าน้ำประปาไม่มีปัญหา ให้มั่นใจว่าสะอาด หากได้กลิ่นก็อย่าไปตกใจ น้ำประปามีสะอาดตลอดเวลาที่ไม่สะอาดคือน้ำลาย?” นายปลอดประสพ กล่าว
ด้าน เจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) แถลงว่า ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นจนท่วมพื้นที่ศรีสมาน ดอนเมือง และหลักสี่นั้น กปน.จะระบายน้ำออกทางคลองบางเขน และว่าระดับน้ำในคลองประปาจะอยู่ในระดับปกติในวันที่ 22 ต.ค.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวว่า ขณะนี้กองทัพได้ส่งกำลังทหารออกช่วยสกัดน้ำแล้วมากกว่า 4 หมื่นคน แต่ก็ไม่เพียงพอ จึงจะนำกำลังจากกองทัพภาคที่ 2 จ.นครราชสีมา ประมาณ 2,000 คน และ อีกกว่า 1,000 คน จากศูนย์การทหารราบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมเพิ่มเติม ยืนยันว่า กองทัพบกสามารถป้องกันสวนจิตรลดา กองบัญชาการกองทัพบก ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และส่วนราชการอื่นๆ ไว้ได้
นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้มีการจัดตั้งกองร้อยเคลื่อนที่เร็วบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 9 กองร้อย (กองร้อยละ 150 คน) เตรียมรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น คันกั้นน้ำแตก ทหารกองร้อยนี้ก็จะเข้าไปช่วยทันที
21.00 น. นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่ง 2 ฉบับ ฉบับแรก อาศัยตามมาตรา 31 ให้ กทม.เปิดประตูระบายน้ำ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบประชาชน ฉบับที่ 2 ให้กรมชลประทานระบายน้ำออกจากคลองระพีพัฒน์ลงอ่าวไทย โดยให้เปิดประตูระบายน้ำตั้งแต่คลอง 2-13 จากลงคลองรังสิต รวมถึงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ 6-11 ลงคลองหกวาและลงคลองแสนแสบ ฃ







