
เมื่อน้ำลด (2)
หลายคนเครียดและกังวลหนักครับ ทั้งต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้
โดย...ธนพล ไชยภาษี
หลายคนเครียดและกังวลหนักครับ ทั้งต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และผลกระทบที่จะตามมาหลังน้ำลด เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร คนตกงานจะมีมากขนาดไหน สังคมไทยและประเทศไทยจะเดินหน้าไปในทิศทางใด
แน่นอนที่สุด ประเทศไทยจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3.6 แสนคน การเติบโตทางเศรษฐกิจจะดิ่งฮวบ ภาวะเงินเฟ้อจะพุ่งกระฉูด ประเทศจะเข้าสู่ภาวะข้าวยากหมากแพง เนื่องจากสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม
สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ต้องการความเข้มแข็งของรัฐบาลและความเป็นผู้นำของประเทศทั้งสิ้นที่จะออกมาตรการรองรับหลังน้ำท่วม กระตุ้นเศรษฐกิจได้มากแค่ไหน
แน่นอนว่าในระยะสั้นถึงระยะกลาง ประเทศไทยจะฟุบตัวลงอย่างหนักและรุนแรง หลายคนบอกว่าน้ำท่วมเมืองไทยครั้งนี้ หนักกว่าสึนามิถล่มญี่ปุ่น เพราะจะเรื้อรังและกินเวลานานกว่า
แต่ถ้าหากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ภาวะดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดความปั่นป่วนทางสังคมถึงขั้นเลวร้ายเข้าสู่ภาวะจลาจลได้อย่างง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าหากถูกซ้ำเติมด้วยความแตกแยกทางการเมืองที่บ่มเพาะในช่วงตลอด 5 ปีที่ผ่านมานี้ครับ
ยิ่งในขณะนี้ที่เราทุกคนอยู่ในช่วงภาวะวิกฤต ยังสามารถเห็นได้ถึงร่องรอยความแตกแยกและการยุแหย่จากกลุ่มคนบางกลุ่มที่อยากให้เกิดกระแสความแตกแยกระหว่างคนไทย เริ่มอาศัยช่วงจังหวะความสั่นคลอนของสังคม คอยยุแหย่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างประชาชน ระหว่างเมืองและชนบทมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยข่าวลือ การโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่มีหลักฐาน การบิดเบือนข้อมูลข่าวจริง การสร้างข่าวเท็จที่จะส่งผลกระทบให้เกิดความแตกแยกของคนในสังคมมากขึ้น
หวังว่าคนไทยทุกคนจะไม่ตกเป็นเหยื่อ และลืมความเห็นต่างทางการเมืองออกไปในระยะนี้ ความสามัคคีคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ชาติต้องการมากที่สุด
เพราะแน่นอนครับ สิ่งที่กำลังรอเมืองไทยอยู่ในภายหน้าอันไม่ไกลนี้ คือที่สุดแห่งความยากลำบาก สภาพสังคมที่ทุกอย่างถูกทำลายไปกับน้ำ สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ภาวะไร้ที่พึ่ง ความเครียด ความกดดัน สังคมพร้อมจะระเบิดออกมาในรูปแบบของจลาจลได้ทั้งนั้น
ท่องไว้ครับ สามัคคีคือพลัง ประเทศกำลังบอบช้ำมากอยู่แล้ว อย่าให้นักการเมือง เกมการเมืองมาซ้ำเติมประเทศมากไปกว่านี้
เมื่อยามหลังน้ำลด !







