
ยกเสาสักทองต้นเอกศาลาทานบารมีสมเด็จพระพุฒาจารย์โต
ยกเสาสักทองต้นเอก ศาลาทานบารมี หอแก้ว หอพระ ของมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)ที่สีคิ้ว
ยกเสาสักทองต้นเอก ศาลาทานบารมี หอแก้ว หอพระ ของมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)ที่สีคิ้ว
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และคุณหญิงหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ได้เป็นองค์ประธานประกอบพิธียกเสาสักทองต้นเอก ศาลาทานบารมี หอแก้ว หอพระ ของมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี ที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมีพระธรรมปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีนายสรพงศ์ ชาตรี ประธานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
ทั้งนี้ศาลาทานบารมี หอแก้ว หอพระ มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เป็นแบบอาคารก่อสร้างครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ก่อฉาบปูนตามสถาปัตยกรรมล้านช้าง ส่วนชั้นบนเป็นอาคารไม้สักทองเป็นหลังๆรวม 7 หลัง ชั้นล่างประกอบด้วยห้องอาหาร ห้องประชุมสัมมนา ห้องแสดงสินค้าเอนกประสงค์ สำนักงานและห้องน้ำห้องครัว ส่วนชั้นบนซึ่งแบ่งเป็นหลังๆคือ ศาลาทานบารมี ใช้สำหรับแสดงแบบพระนอนความยาว 9 เมตร หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ จำลองจากองค์จริงซึ่งหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ยาว 89 เมตร ศาลาเอนกประสงค์ ศาลาหอพระบาท ศาลาหอพระ ซึ่งใช้สำหรับเป็นที่พักพระภิกษุสงฆ์หรือพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เป็นต้น
โดยระเบียงทางเดินโดยรอบอาคารประดับด้วยเสาไม้ประดู่ สำหรับศาลาทานบารมีใช้เสาไม้สักทองทั้งหมด ซึ่งเป็นเสากลม 16 ต้น เสาเหลี่ยม 24 ต้น โครงสร้างหลังคาเป็นไม้ตะเคียนทอง ส่วนช่อฟ้า ใบระกา เป็นไม้สักแกะสลักลวดลายเป็นสัตว์ในวรรณคดี รูปทรงอาคารทั้งหลังเป็นแบบทรงไทยประยุกต์แบบล้านช้าง มีบันใดไม้และมีลิฟท์สำหรับคนพิการและประชาชนทั่วไปใช้ขึ้นและลงได้ รวมอาคารทั้งหมดกว้าง 60 เมตร ยาว 90 เมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 5,000 ตารางเมตร ราคาค่อก่อสร้างประมาณ 90 ล้านบาท โดยมีนายช่างรุ่ง จันตาบุญ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง หลังสร้างเสร็จอาคารหลังนี้จะเป็นโรงทานบารมี เป็นที่พักของพระภิกษุสงฆ์ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจปฏิบัติธรรมของประชาชนที่เดินทางมานมัสการหลวงปู่โตและนมัสการพระพุทธไสยาสน์ทองสัมฤทธิ์ยาว 89 เมตร ซึ่งเป็นพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย







