
จัดวางกำลังคน ล้วงเงินหว่านประชานิยม
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า แม้วิกฤตน้ำท่วมจะทำให้ประเทศตกอยู่ในภาวะถังแตก
โดย...ทีมข่าวการเงิน
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า แม้วิกฤตน้ำท่วมจะทำให้ประเทศตกอยู่ในภาวะถังแตก แต่ทั้ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ และธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ก็ยืนยันชัดว่าจะไม่เลิกโครงการประชานิยมลดแลกแจกแถม
ทั้งๆ ที่โครงการประชานิยมหลายโครงการได้ชื่อว่ายอดแย่ เช่น โครงการรถคันแรกที่ต้องเสียเงินภาษี 3 หมื่นล้านบาท ทั้งที่รถเต็มบ้านเต็มเมืองไม่มีที่จอด ปรากฏการณ์น้ำท่วมก็ฟ้องอยู่
แต่รัฐบาลก็ยังไม่ยอมหัก ไม่ยอมงอ เพื่อยกเลิกโครงการ
โครงการบ้านหลังแรกหักภาษีได้ไม่เกิน 5 แสนบาท ก็ต้องเสียเงินภาษี 1.2 หมื่นล้านบาท ที่ปรากฏว่ามีแต่คนรวยที่ได้ประโยชน์ รัฐบาลก็ยังไม่คิดจะยุบเลิก
ในห้วงน้ำท่วมที่คนตื่นตระหนก รัฐบาลจึงเดินหน้าจัดกระบวนทัพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจับจ่ายใช้สอยในโครงการประชานิยมของรัฐบาล โดยส่งคนใกล้ชิดเข้าไปนั่งคุมกลไก เพื่อเป็นการการันตีให้โครงการต่างๆ เดินหน้าไม่สะดุดล้มไปกลางทาง
ล่าสุด มีการตั้งกรรมการธนาคารออมสินที่มีการยกเครื่องใหม่ทั้งชุด ซึ่งล้วนเป็นคนใกล้ชิดคนพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลทั้งนั้น
เริ่มตั้งแต่ พรรณี สถาวโรดม อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่ผงาดเป็นประธานธนาคารออมสิน ถือเป็นลูกน้องสนิทของ นิพัทธ พุกกะณะสุต และวิจิตร สุพินิจ ที่สนิทแนบแน่นนายใหญ่นายหญิงบ้านจันทร์ส่องหล้าที่เรียกใช้บริการมาตลอด
นพ.ประเสริฐ หลุยเจริญ ที่ถูกตั้งมาเป็นกรรมการธนาคารออมสิน ก็เป็นสามี เบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต คนใกล้ชิดบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่ข้าราชการต่างคาดกันว่าอาจผงาดนั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง
นงลักษณ์ พินัยนิติศาสตร์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยคม และปสันน์ เทพรักษ์ อดีตกงสุลใหญ่สถานกงสุลไทย ณ เมืองดูไบ ก็ได้เป็นกรรมการธนาคารออมสินกับเขาเหมือนกัน
การกรีธาทัพส่งคนฝ่ายการเมืองเข้าไปในธนาคารออมสินจำนวนมาก เพราะถือว่าเป็นธนาคารที่เป็นแขนเป็นขาที่สำคัญในการทำประชานิยมฐานรากที่เป็นฐานคะแนนที่สำคัญของรัฐบาล
มีหลายนโยบายประชานิยมที่ธนาคารออมสินต้องขับเคลื่อน ที่เร่งด่วนต้องเปิดตัวในไม่กี่วันข้างหน้า คือ การแก้ไขหนี้นอกระบบ และพักหนี้ลูกหนี้ที่ไม่เกิน 5 แสนบาท
นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังมีงานใหญ่เรื่องการสำรองจ่ายเงินกองทุนหมู่บ้าน 8 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น จึงต้องแน่ใจว่าไม่มีกรรมการคนใดที่คัดค้าน จึงมีการส่งคนใกล้ชิดเข้าไปคุมอำนาจกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคาร
พ้นจากธนาคารออมสิน มาที่ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารรัฐอีกแห่งที่มีการปรับกรรมการใหม่ โดยมีการบีบให้กรรมการเก่าที่มาจากรัฐบาลเก่าลาออกทั้งที่ยังไม่หมดวาระ และส่งคนของตัวเองเข้าไปนั่งแทน
มีการตั้ง วีรภัทร ศรีไชยา แทน พงษ์เทพ ผลอนันต์
หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ วีรภัทร แต่คนในกระทรวงการคลังต่างรับรู้กันว่านี่คือคู่ต่อสู้กับผลประโยชน์ของรัฐตัวฉกาจ ไม่ว่าในคดีเลี่ยงภาษี 1.2 หมื่นล้านบาทของ พานทองแท้ และพินทองทา ชินวัตร เขาเคยยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกรณีอธิบดีกรมสรรพากรกับพวกลำเอียงในการปฏิบัติหน้าที่
วีรภัทร ยังเป็นทนายความให้กับคุณหญิงอ้อ-พจมาน ณ ป้อมเพชร กับ บรรณพจน์ ดามาพงศ์ ในคดีร่วมกันเลี่ยงภาษีแล้วอัยการไม่ยอมฎีกา
และที่ตลกร้ายกว่านั้นคือ การตั้ง อรุณภรณ์ ลิ่มสกุล เป็นกรรมการแทน ญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ ที่เป็นคนสนิทของ กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง
ใครไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร แต่คนในวงการต่างอึ้ง ตะลึงตึงๆๆ หงายหลังผลึ่งกันทั้งบาง
เพราะ อรุณภรณ์ นั้นเธอเคยเป็นผู้อำนวยการสายงานการตลาดโพสต์เพด บริษัท เอไอเอส ปัจจุบันเธอถูกดึงตัวไปนั่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายบริหารงาน CRM และบริหารช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารไทยพาณิชย์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ มานั่งเป็นกรรมการธนาคารกรุงไทยที่เป็นคู่แข่ง แถมมีอำนาจคุมกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย ก็มันละซิ
ธนาคารกรุงไทยถือเป็นธนาคารพาณิชย์ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล การส่งคนใกล้ชิดเข้าไปนั่งเป็นกรรมการ ทำให้กลุ่มทุนการเมืองได้ประโยชน์ไปด้วย
ขณะที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เป็นธนาคารรัฐอีกแห่งหนึ่งที่เป็นกองกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายประชานิยม โดยงานช้างที่เริ่มดำเนินการ คือ การรับจำนำข้าวที่ ธ.ก.ส. ต้องใช้เงินของตัวเอง 9 หมื่นล้านบาท และยังต้องกู้เงินอีก 23 แสนล้านบาท
ธีระชัย คนที่พรรคเพื่อไทยส่งมาเป็น รมว.คลัง นั่งเป็นประธาน ธ.ก.ส. เอง ทำให้การรับจำนำเดินหน้าฉลุย แม้จะมีคนท้วงติงว่าความเสียหายจะเกิดขึ้น 1-2 แสนล้านบาทจากการดำเนินโครงการนี้ ทั้งที่เกิดจากการขาดทุนเพราะจำนำแพงกว่าตลาด และการทุจริตของพ่อค้าข้าราชการ นักการเมือง
การตั้งกรรมการธนาคารรัฐช่วงนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณชัดว่ารัฐบาลต้องการใช้เงินนอกงบประมาณจำนวนหลายแสนล้านบาทมาเผาหัวติดเครื่องเดินหน้าโครงการประชานิยมที่ประกาศหาเสียงไว้ให้ได้หมดตามที่สัญญาไว้
การจัดทัพวางหมากตั้งคนเข้าไปเป็นกรรมการคุมนโยบาย ก็เพื่อให้การใช้เงินจากธนาคารรัฐในโครงการต่างๆ สะดวกโยธินไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยไม่มีใครมาเป็นก้างขวางคอ







