
"ศปภ." มั่นใจกทม.ปลอดน้ำท่วม 90 %
“ศปภ.” มั่นใจกทม.ปลอดน้ำท่วม 90 % เผยใช้ 3 คลองพร่องน้ำลงทะเล ส่งตำรวจจับตา “ประตูระบายน้ำ-เครื่องสูบน้ำ”
“ศปภ.” มั่นใจกทม.ปลอดน้ำท่วม 90 % เผยใช้ 3 คลองพร่องน้ำลงทะเล ส่งตำรวจจับตา “ประตูระบายน้ำ-เครื่องสูบน้ำ”
13.00น.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงช่วยคราวที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ที่สามารถรองรับประชาชนได้ราว 1,300 คน โดยกล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า ยืนยันว่ากทม.ชั้นในไม่น่าเป็นห่วง จึงขอให้ประชาชนนำรถยนต์ออกจากถนนจะดีกว่า แนวคิดของบ้านเลขที่ 111+109 ที่ให้ระบายน้ำผ่านกทม.ในเวลานี้ยังไม่จำเป็นเพราะกทม.เริ่มระบายน้ำผ่านคลองหลัก 3 คลองได้แก่ พระโขนง ประเวศ และแสนแสบ โดยจะระบายเป็นจังหวะ โดยใช้วิธีเปิดปิดประตูน้ำ ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา
"มั่นใจว่ากทม.จะปลอดภัยจากน้ำท่วม 90% แต่ยังมีส่วนที่ต้องเฝ้าระวังเผื่อเหลือเผื่อขาดอีก 10% เพราะเท่าที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูสถานการณ์ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ระดับน้ำรอบกทม.ยังทรงตัว และขอปฏิเสธว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่เหมือนสึนามิน้ำจืด แต่ยอมรับว่ากังวลเรื่องการระบายมวลน้ำที่มีมหาศาลลงทะเลว่าจะใช้วิธีการอย่างไร ที่ผ่านมากทม.ให้ความร่วมมือกับศปภ.ดี เวลานี้ก็อยู่ระหว่างทำคันกั้นน้ำใหม่มีระยะทางยาว 26 กิโลเมตร แต่อีกหน่วยงานที่ต้องชื่นชมได้แก่กองทัพที่มีความชำนาญในการแก้ปัญหาน้ำท่วม และเข้ามาช่วยงานรัฐบาลในครั้งนี้ได้มาก" พล.ต.อ.ประชา กล่าว
พล.ต.อ.ประชายังกล่าวว่า ขอปฏิเสธกระแสข่าวว่าผู้นำเหล่าทัพเสนอให้ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินระหว่างการประชุมศปภ.ในคืนวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา เพราะผู้นำเหล่าทำเพียงขอให้รัฐบาลมีความชัดเจนว่าจะให้ไปช่วยกั้นน้ำที่ใดบ้าง สถานการณ์ขณะนี้ทุกคนรู้ดีว่ากำลังสู้กับอะไรอยู่ หากไม่รับมือกันก็จะแพ้แล้วประเทศจะเสียหาย ส่วนกรณีที่คนจำนวนไม่น้อยไม่เชื่อการแถลงข่าวของโฆษกศปภ.ไม่ว่าจะเป็นพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ หรือนายวิม รุ่งวัฒนจินดา ตนก็ได้เปลี่ยนวิธีการให้ข่าวจากศปภ.โดยให้ใช้การอ่านแถลงการณ์แทน ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวโฆษกศปภ. แต่ได้เตือนไปว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าให้ข่าว
"ขณะนี้ได้วางแผนเตรียมรองรับหากเกิดเหตุฉุกเฉินเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าจะเกิดกลียุค ต้องรอจังหวะที่เหมาะสมก่อน กรณีที่ประชาชนบางพื้นที่ไม่ยอมให้เปิดประตูระบายน้ำ เวลานี้ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้ศปภ.ได้ส่งกำลังตำรวจภูธร ภาค 1 และ 2 เข้าไปทำหน้าที่ใหม่ คือเฝ้าประตูระบายน้ำและปั๊มน้ำแห่งละ 5 คน แต่ถ้าเป็นที่สำคัญอย่างประตูระบายน้ำองครักษ์ จะใช้กำลัง 1 กองร้อย เบื้องต้นกำลังที่ใช้ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมเวลานี้ เป็นทหาร 5 หมื่นนาย ตำรวจ 3 หมื่นนาย หากแบ่งระดับความรุนแรงเป็น 4 ระดับ เวลานี้หลายพื้นที่ในกทม.ยังอยู่แค่ขั้นที่ 2 คือขั้นตอนการเฝ้าระวังเท่านั้น" พล.ต.อ.ประชา กล่าว







