
แลกตัวนักโทษเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สื่อมวลชนทั่วโลกต่างจับตาดูการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฮามาสกันอย่างใกล้ชิด
แลกตัวนักโทษเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สื่อมวลชนทั่วโลกต่างจับตาดูการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฮามาสกันอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สื่อมวลชนทั่วโลกต่างจับตาดูการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ
ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฮามาสกันอย่างใกล้ชิด
ความตกลงดังกล่าวรัฐบาลอิสราเอลยอมที่จะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังอยู่พันกว่าคน เพื่อแลกกับสิบโทกิลาด ชาลิท ทหารอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวเอาไว้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
สำนักข่าวบีบีซีให้ความเห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวแม้ว่าจะดูไม่คุ้มค่าเลยกับการที่ต้องแลกระหว่างคนนับพันกับคนเพียงคนเดียว แต่ถือว่าเป็นนัยทางการเมืองที่สำคัญที่ทางรัฐบาลอิสราเอลต้องการจะใช้สื่อสารกับประชาชนทั้งประเทศว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนทุกคน โดยไม่แยแสว่าจะต้องเสียเปรียบอะไรไปบ้าง ขอแค่สามารถปกป้องคุ้มครองประชาชนได้ก็พอ
สื่อชื่อดังของอังกฤษอธิบายต่อว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่ถูกรายล้อมไปด้วยอริราชศัตรูที่พร้อมจะรุกรานอยู่ทุกเมื่อ ดังนั้นประชาชนทุกคนจึงต้องมาทำหน้าที่รับใช้ชาติ
การที่ทุกคนต้องไปเป็นทหาร ทำให้เหล่าบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ค่อยจะเต็มใจที่จะให้บุตรหลานของตนไปเป็นทหาร เพราะห่วงใยในความปลอดภัยของลูกหลานตนเองนั่นเอง ซึ่งหากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบความมั่นคงของชาติในอนาคต
รัฐบาลจึงต้องการให้การแลกเปลี่ยนตัวนักโทษที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงให้คนทั้งชาติ โดยเฉพาะบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองที่เป็นห่วงบุตรหลานตนทราบว่า ทางรัฐบาลไม่ได้ส่งลูกของพวกเขาไปตายอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ และพร้อมจะทำทุกทางหากลูกหลานของเขาต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้บ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าชาวอิสราเอลทุกคนจะเห็นด้วยทุกคน เพราะยังมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินใจของเนทันยาฮู โดยเฉพาะกลุ่มญาติพี่น้องของผู้ที่เสียชีวิตจากการกระทำของเหล่านักโทษที่ได้รับการปล่อยตัว
พ่อของลูกสาวรายหนึ่งที่เสียชีวิตจากการถูกระเบิดพลีชีพจากกลุ่มฮามาส กล่าวว่า การปล่อยตัวนักโทษเหล่านี้เปรียบเสมือนการปล้นความยุติธรรมไปจากลูกสาวที่เสียไปของเขา







