
เคราะห์ซ้ำน้ำซัด สารพัดปัญหารุมเร้า
ไม่น่าเชื่อระหว่างที่คนกลุ่มหนึ่งพยายามอาสาเข้าไปช่วยก็ยังมีคนอีกจำพวกที่หากินบนความเดือดร้อนชาวบ้าน
ไม่น่าเชื่อระหว่างที่คนกลุ่มหนึ่งพยายามอาสาเข้าไปช่วยก็ยังมีคนอีกจำพวกที่หากินบนความเดือดร้อนชาวบ้าน
โดย...ธนก บังพล
ไม่น่าเชื่อระหว่างที่คนกลุ่มหนึ่งพยายามอาสาเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยวิธีต่างๆ ทั้งช่วยบรรจุถุงยังชีพ ทำอาหาร ทำเสื้อชูชีพ กรอกกระสอบทราย และลำเลียงสิ่งของเพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
แต่ปรากฏว่า ยังมีคนอีกจำพวกหนึ่งคอยหากินบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน กระสอบและทรายของใช้จำเป็นสำหรับทุกบ้านที่ต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้รับมือกับน้ำท่วมบางแห่งราคาแพงขึ้นกว่า 200% จากเดิม 15 บาท พุ่งพรวดเป็น ใบละ 60 บาท พ่อค้าหน้าเลือดอ้างหน้าตาเฉยว่าของขาดตลาด หายากจำเป็นต้องขึ้นราคา
ส่วนทรายไม่ต้องพูดถึง จากเดิมที่ขายอยู่ที่ -ต่อคิวบิกเมตร แรกๆ ราคาขายอยู่ที่ 320-330 บาทต่อคิวบิกเมตร ถ้าราคาขายปลีกอยู่ที่ 350 บาทต่อคิวบิกเมตร ตอนนี้ทะลุคิวละ 500 บาท ไปเรียบร้อยแล้ว
คนจำพวกนี้คงกลัวไม่รวยทั้งกอบทั้งโกยโขกสับเอากับคนทุกข์ยาก แต่ไม่ยักกลัวบาป ใครเดือดร้อนว่ามา เดี๋ยวป๋ากดสินค้าให้ราคาสูงๆ ไว้ ไม่ละอายกันบ้างเลย
นี่ยังไม่นับถึงการกักตุนอาหารอย่างไร้เหตุผล บางครอบครัวเวียนเทียนกันซื้อน้ำ ซื้ออาหารแห้งไปกักตุนไว้ที่บ้าน เรียกได้ว่ากินกันทั้งครอบครัวได้ไปถึงปีใหม่เลยทีเดียว
แต่กับบางครอบครัวน้ำประปาไม่ไหลมา 3 สัปดาห์แล้ว น้ำจะอาบจะดื่มก็ไม่มี อาหารก็ต้องรอความช่วยเหลือว่าจะมีใครเข้าไปแจกหรือไม่ นี่ประเทศไทยประเทศเดียวกันหรือเปล่า
คนจมน้ำตัวเปื่อย แต่ก็มีบางคนเดินห้างสบายใจเฉิบ ไม่เห็นความเดือดร้อนของคนอื่นไม่พอกลับย่ำยีด้วยความหรูหรา ตื่นซื้อของไปกักตุนซ้ำเติมด้วยการเป็นกระต่ายตื่นตูม
ไม่ต้องพูดถึงราคาเสื้อชูชีพ เรือไฟเบอร์ ที่บางร้านถือโอกาสขึ้นราคาเป็นเท่าตัว แต่บางคนขึ้นราคาค่าเรืออย่างน่าเกลียด รู้ว่ารถราวิ่งไม่ได้ต้องใช้เรืออย่างเดียว ก็ถือโอกาสขึ้นค่าโดยสารเสียเลย วกไปไม่เกิน 50 เมตร คิดค่าเดินทาง 200 บาท บางคนต้องเหมาเรือออกมาซื้อน้ำดื่ม ไป-กลับ 200 บาท อย่างนี้ฉวยโอกาสกันชัดๆ
ที่ประเทศญี่ปุ่นตอนถูกคลื่นสึนามิถล่มเขาจัดระเบียบการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กำหนดให้ผู้ที่เดือดร้อนเข้าคิวซื้อน้ำดื่มดื่มได้คนละ 2 ขวด อ่าฮ้า ถ้าเป็นประเทศไทย เชื่อว่าจะมีการเวียนเดินวนให้ลูกเล็กเด็กแดงมาคนละไม่รู้กี่รอบ
ภัยพิบัติครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสะท้อนสันดานดิบของคนหลายประเภท บางแห่งทะเลาะกันเพราะคันกั้นน้ำสองฟากฝั่ง โถๆๆๆ มีใครอยากให้น้ำท่วมบ้านตัวเองบ้าง แต่คนเหล่านี้มักเอาเรื่องความสะดวกสบายส่วนตัวเป็นใหญ่กว่าส่วนรวม บ้านข้าท่วมบ้านเอ็งก็ต้องท่วมด้วย รวมตัวกันรื้อคันกั้นน้ำหน้าตาเฉย เอาพวกมากลากกันมา ท้ายสุดความเสียหายขยายวงกว้างเกินกว่าที่คิด
บางคนก็หากินบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน ด้วยการนำของบริจาคมากักตุนไว้ที่บ้านตัวเอง ทำตัวเป็นผู้ประสบภัยหน้าตาเฉย ประเภทนี้มีอยู่เยอะ
บางพื้นที่มีผู้อาสาไปตักทรายใส่กระสอบ แม่เจ้าโว้ย...ดันมีคนมาแย่งกระสอบที่ทรายเต็มถุงไปไว้ที่บ้านกันจนคนที่อาสาไปตักทรายแทบอยากจะกลับบ้าน แย่งกันไม่พอ ทะเลาะกันอีก แล้วยังจะลงไม้ลงมือกันด้วย นี่ก็นอกจากไม่ช่วย ยังมาแย่งได้อย่างน่าเกลียดสุดๆ
นอกจากนี้ ผัก ข้าวสาร ถุงดำ ไข่ ปลากระป๋อง นมผง กลายเป็นของหายาก ราคาพุ่ง ทำให้คนหมดเนื้อหมดตัวจากน้ำท่วม ใครนะที่บอกว่าคนไทยไม่ทิ้งกัน ช่วยเหลือกัน อย่ามองเพียงภาพที่สวยงาม แต่ต้องมองความเดือดร้อนให้ถึงแก่น
บางคนก็ชอบซ้ำเติมคนน้ำท่วม สร้างความแตกตื่นผ่านทางทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นข่าวจริงข่าวลวง ปั่นป่วนกันทั่วเมือง
จึงได้แต่ภาวนาให้ประเทศไทยผ่านพ้นช่วงเวลาอันโหดร้ายไปกับสายน้ำเร็วไว ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะได้กลับมาคิดทบทวนการแก้ปัญหาระยะยาว เพราะหลังน้ำลดตอคงจะผุดอีกเยอะ







