
ประเด็นร้อน20ตค.
ปัญหาน้ำทะลักกรุงเทพฯ ยังเป็นเรื่องที่อ่อนไหวที่สุดสำหรับคนกรุงเทพฯรวมถึงรัฐบาลที่ต้องหาทางบริหารจัดการ
ปัญหาน้ำทะลักกรุงเทพฯ ยังเป็นเรื่องที่อ่อนไหวที่สุดสำหรับคนกรุงเทพฯรวมถึงรัฐบาลที่ต้องหาทางบริหารจัดการ
1.ต้องลุ้นระทึกต่อเนื่องกับมวลน้ำที่จ่อทะลักเข้าพื้นที่ กทม. จนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมทีมงานชุดใหญ่พร้อมม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และ ผบ.เหล่าทัพวานนี้รับมือเร่งด่วนกับมวลน้ำที่จ่อเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องคอยดูว่ามาตรการที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นการปรับผังระบายน้ำไปจนถึงมาตรการควบคุมพื้นที่ย่านลาดกระบังไปจนถึงเรื่องอื่นๆจะได้ส่งผลให้ กทม.รอดพ้นจากน้ำท่วมได้หรือบรรเทาความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นจากหนักเป็นเบาได้หรือไม่อย่างไร
ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาดูมาตรการของรัฐบาลที่มีแผนจะระบายน้ำลงคู คลอง ทุกแห่งของ กทม. เพื่อระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยว่า ผู้ว่าราชการ กทม.จะเห็นพ้องด้วยหรือไม่เพราะหมายถึงอันตรายที่น้ำจะโผล่ขึ้นมาอาละวาดทั่วกรุง
2.จับตาเป็นพิเศษที่พื้นที่ 7 เขต ได้แก่ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรีคลองสามวา คันนายาว สายไหมบางเขน ที่ กทม.ประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังน้ำท่วม พร้อมแจ้งเตือนให้เก็บของขึ้นที่สูง จากนี้จึงได้แต่คอยลุ้นว่ามวลน้ำจะฝ่าด่านแนวคันกั้นจุดต่างๆ ได้หรือไม่อย่างไร ท่ามกลางมาตรการรับมือที่กทม. ระดมอาสาสมัครบรรจุกระสอบทรายนำไปสร้างคันกั้นน้ำริมคลองหกวาควบคู่กับการแจ้งไปยังประชาชนในพื้นที่ย่านนั้นให้อพยพออกไปยังศูนย์อพยพเพื่อความไม่ประมาทกับมวลน้ำที่จะมาถึงคลองรังสิตคืนนี้
3.อีกพื้นที่เสี่ยงเวลานี้กับแนว กทม.ฝั่งตะวันออกที่ได้รับผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ที่ทาง ศปภ.ได้ประสานความร่วมมือจากสภาวิศวกรรมสถานเข้าไปตรวจดูความแข็งแรงของคันกั้นน้ำให้เป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพป้องกันกระแสน้ำแล้ว ไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำรอย จากนี้จึงต้องดูทั้งมาตรการรับมือว่าจะออกมาอย่างไร
4.แม้น้ำจะล้อมเมืองจนคนกรุงเทพฯพากันหวั่นไหว แต่ชีพจรเศรษฐกิจก็ต้องเดินหน้าต่อไป เวลา 08.30 น.เป็นต้นไป นายประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กล่าวเปิดงานสัมมนาประจำปี 2554 "เศรษฐกิจไทยก้าวไกลไปกับเอเชีย" ซึ่งธปท.จัดขึ้นช่วงวันที่ 20-21 ต.ค.นี้ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โดยจะนำเสนอบทความจากการศึกษาในหัวข้อต่างๆ ทั้งด้านเงินเฟ้อ เขตการค้าเสรีอาเซียน เพื่อเป็นหนึ่งในข้อเสนอต่อภาครัฐและภาคธุรกิจในการกำหนดแนวนโยบายต่างๆ ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงในการก้าวไปของภูมิภาคเอเชียที่เริ่มมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมากขึ้นนั้น
5.ช่วงเวลา 09.00 น. ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนในวงการตลาดทุนรวมถึง นายกิตติรัตน์ ณระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ และ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ร่วมประชุมและนัดแถลงข่าวการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 500 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม บริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ
6.คล้อยหลังจากนั้นเวลา 10.00 น.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง จะเดินทางตรวจเยี่ยมให้นโยบายกรมสรรพากรและมอบนโยบายการจัดเก็บภาษีสำหรับปีงบประมาณ 2555 ณห้องพระอุเทน 1 กรมสรรพากร แน่นอนว่าต้องเงี่ยหูฟังนโยบายเพราะกระทบกับผู้ประกอบการและประชาชนทุกคนขณะเดียวกันก็ต้องรับฟังว่า รมว.คลังจะสั่งการอย่างไรในเรื่องการไม่เรียกเก็บภาษีก้อนใหญ่ร่วม 1.2 หมื่นล้านบาท จากคนในตระกูลชินวัตร
7.นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จะแถลงข่าวผลประกอบการไตรมาส 3 ประจำปี 2554 และผลกระทบน้ำท่วมต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่โดนน้ำท่วมกันทั้งเมือง ณ ห้องสุขสามัคคี ธนาคารกสิกรไทย พหลโยธิน
8.นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม นัดประชุมพิจารณาข้อเสนอของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ที่ต้องการให้เลื่อนการจัดงานจากเดือน พ.ย.ปีนี้ ไปเป็นเดือน ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานมีภาระต้องฟื้นฟูกิจการจากปัญหาน้ำท่วม แต่ในภาพรวมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศยังยืนยันเข้าร่วมงานต่อไป แม้จะมีการเลื่อนจัดงาน







