
ผู้อพยพโวยไม่มีน้ำ-ไฟใช้
ชาวบ้านร้องศูนย์อพยพเมืองปทุมธานีไม่น้ำไฟอาหารไม่พอเตรียมย้ายหนีไปอยู่ที่บ้านแทน
ชาวบ้านร้องศูนย์อพยพเมืองปทุมธานีไม่น้ำไฟอาหารไม่พอเตรียมย้ายหนีไปอยู่ที่บ้านแทน
ชาวบ้านที่หนีน้ำท่วมอพยพมาอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพน้ำท่วม ตั้งอยู่ที่โรงเรียนปทุมวิไล ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวว่าทางหน่วยราชการได้ตัดน้ำตัดไฟ ตั้งแต่ตอนเย็นเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ใช้ชีวิตกันอย่างลำบาก เพราะที่นี่มีผู้มาพักอาศัยราวเกือบ 700 คน มีทั้งเด็กเล็ก คนแก่ ที่บ้านถูกภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้ง อ.เมืองปทุม และ อ.สามโคกได้มาพักอาศัยอยู่ที่นี่หลายวันแล้ว
นางมินตรา เผือกทอง ซึ่งอพยพหนีน้ำมาจากหมู่บ้าน คันทรีปาร์คโครงการ 14 เขตอ.สามโคก กล่าวว่า มาพักที่นี่ตั้งแต่วันศุกร์ทีผ่านมา เพราะที่บ้านน้ำท่วมกว่า 2 เมตร ขณะนี้อยู่กันลำบาก น้ำไฟ ไม่มี จะเข้าห้องน้ำก็ไม่มีน้ำ ตอนนี้เตรียมเก็บข้าวของแล้วจะเหมาเรือรับจ้างไปส่งที่บ้าน
ด้านนางรำพึง เภตรา กล่าวว่า ญาติๆพามาอยู่ที่ศูนย์นี้ 3-4 วันแล้ว ต้องหนีน้ำสูงท่วมหัวจากชุมชนบ้านฉาง อ.เมืองมาพักที่นี่ ตอนนี้ป่วยเป็นอัมพฤกต์ เดินทางไปไหนไม่ได้ คงต้องอยู่ที่ศูนย์นี้ต่อไป
ขณะที่นายวัชรินทร์ เอมทรัพย์ อาจารย์โรงเรียนปทุมวิไล กล่าวว่า บ้านถูกน้ำก็ท่วม เลยมาดูแล ผู้อพยพที่ศูนย์แห่งนี้ แต่ตอนนี้ อาหารเริ่มไม่เพียงพอ กว่าจะได้ทานอาหารเช้าก็เกือบ 11 โมง ซึ่งต้องรอคนมาบริจาคมาครั้งนึงก็ 200-300 กล่อง ไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่พักอาศัย เหตุที่ไฟฟ้าไม่มีเพราะน้ำมันท่วมหม้อแปลงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาตัดไฟ แต่ก็ประสานไปยังการไฟฟ้าให้มาขยับหม้อแปลงขึ้นหนีน้ำ อย่างไรก็ตามวันนี้รอทั้งวันแล้วยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าเข้ามาเลย
นายวัชรินทร์ กล่าวอีกว่า ถ้าไม่มีน้ำ ไฟ ชาวบ้านคงอยู่กันไม่ได้ ศูนย์นี้ห่างจากศาลากลางจังหวัดปทุมธานีไม่ถึง 300 เมตร แต่กับขาดอาหารและน้ำดื่ม มีคนเจ็บแต่ละที่ต้องรอเจ้าหน้าที่นานกว่าจะนำเรือมารับ 3-4 ชั่วโมง ถ้าเจ็บหนักคงไม่รอดแน่ ถ้าตั้งศูนย์อพยพแล้วไม่ดูแลชาวบ้านที่เค้าเดือดร้อนมา อย่าตั้งเลยดีกว่า







