
'แอดมิชชันระบบที่ต้องเปลี่ยนแปลง?'
...ธเนศน์ นุ่นมัน
ก่อนสอบ...
“ตั้งใจเต็มที่ ตะลอนกวดวิชาทุกสำนักตามอัตภาพ กระทั่งวิชาสุขศึกษาก็ไม่เว้น” “วิชาไหนที่ไม่ใช้สอบ เรียนพอผ่าน หรือเรียนเพื่อสอบ เข้ามหาวิทยาลัยได้ ค่อยตั้งใจเรียน” “ลืมวางแผนอนาคต ไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไรกันแน่ จัดการปัญหาด้วยการหว่านแหสอบในสายที่เรียนมา” “เลือกอันดับคณะที่อยากเข้า ไม่ดูตาม้าตาเรือดูคะแนนที่ตัวเองมี สุดท้ายชวดทุกที่” “วิ่งรอกสอบตรงดีกว่า เครียด มึนตึ้บ ก็ยอม...”หลังสอบ...
“ได้คณะไม่ตรงกับความต้องการ” “เข้าไปเรียนเพียงปีเดียวก็ต้องสอบใหม่” “ฝืนเรียนเพราะไม่มีทางเลือก บางวิชา เช่น ฟิสิกส์ ได้ F ต้องซ่อมจนหน้ามืด” “บางคนกัดฟันอดทนเรียนจนขึ้นชั้นปีสุดท้าย โดยต้องตั้งหน้าตั้งตากวดวิชาบางรายวิชาเหมือนนักศึกษาใหม่ เพื่อให้เรียนจบ...”ข้อความข้างต้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสารพัดปัญหาเรื้อรังที่สะท้อนออกมาจากการเปลี่ยนระบบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาจากระบบ
“เอนทรานซ์” เดิมมาเป็น “แอดมิชชัน” ตั้งแต่ปี 2549 จนปัจจุบันเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า แนวทางการพัฒนาระบบแอดมิชชันในวันนี้ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ เพราะปัญหาการเรียนกวดวิชา การวิ่งรอกสอบตรง ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาดังกล่าวถูกนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า รัฐบาลกำลังวิตกว่า ระบบแอดมิชชันกำลังจะหมดความสำคัญ เพราะหลายมหาวิทยาลัยเลี่ยงไปใช้ระบบรับตรง ทำให้มีนักเรียนเข้าระบบผ่านแอดมิชชันเพียงสัดส่วน 20% จึงขอให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ไปพิจารณาทบทวนหรือยกเลิก โดยทปอ. ขอเวลาอีก 1 ปี
ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะประธานทปอ. อธิบายเรื่องนี้ว่า ระบบแอดมิชชันนั้นถูกพัฒนามาจากระบบเอนทรานซ์อย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาในการดำเนินการ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ปรับปรุงมาแล้ว เพื่อรองรับและเปิดโอกาสให้การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน
“
หลักการที่ใช้ได้ถูกพิจารณาให้มีความเป็นธรรมกับนักเรียนกลุ่มใหญ่ในภาพรวมเท่าที่จะครอบคลุมได้กว้างขวางที่สุด แน่นอน อาจจะยังไม่เป็นที่พอใจของคนจำนวนหนึ่ง แต่ทปอ. จะรับฟังทุกความเห็น เพื่อจัดการการสอบให้ลงตัวที่สุด อย่างเรื่อง GATPAT ก็เป็นเรื่องใหม่ที่ยังต้องรอให้มีการสอบครั้งที่ 2 และ 3/2553 แล้วเสร็จ จากนั้น หาก GATPAT พิสูจน์ได้ว่าสามารถคัดสรรบุคคลตามที่สถาบันการศึกษาต้องการได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันนั้นๆ ได้ การรับตรงก็น่าจะลดลง GATPAT ที่ได้รับแรงศรัทธามากขึ้น จะแก้ปัญหาการคัดบุคคลในอนาคตได้จุดยืนของระบบแอดมิชชันคือให้โอกาสที่เท่าเทียมกัน เพราะเป็นการสอบที่ประหยัดเงินผู้ปกครองได้มากกว่าการรับตรง อะไรยุติธรรมกับคนหมู่มาก ทปอ.ไม่ลังเลที่จะจัดการให้ ระบบทุกอย่างเป็นพลวัตเมื่อถึงจุดเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน หากในที่สุดไม่มีการใช้ระบบแอดมิชชันกลางเลย หันไปสอบระบบสอบตรงกันหมด เราก็คงต้องยอมรับว่าถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว
” ประธาน ทปอ. กล่าวสมพงษ์ จิตระดับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ระบุว่า แอดมิชชันเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนที่แก้ได้เพียงปัญหาเฉพาะหน้า แก้กันทุกปี ในทุกๆ รายละเอียดของแอดมิชชันในแทบทุกส่วน กำลังขาดความเชื่อมั่นทั้งจากนักเรียนที่สอบ ผู้ปกครองเด็ก รวมถึงสถาบันการศึกษาเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่มีการเลี่ยงไปสอบตรงกันมากขึ้น ซึ่งเป็นไปโดยสมัครใจของทั้งสองฝ่าย หากเจาะจงลงไปในรายละเอียดก็ยิ่งเห็นภาพชัด







