posttoday
'แอดมิชชันระบบที่ต้องเปลี่ยนแปลง?'

'แอดมิชชันระบบที่ต้องเปลี่ยนแปลง?'

20 กุมภาพันธ์ 2553

...ธเนศน์ นุ่นมัน

ก่อนสอบ... “ตั้งใจเต็มที่ ตะลอนกวดวิชาทุกสำนักตามอัตภาพ กระทั่งวิชาสุขศึกษาก็ไม่เว้น” “วิชาไหนที่ไม่ใช้สอบ เรียนพอผ่าน หรือเรียนเพื่อสอบ เข้ามหาวิทยาลัยได้ ค่อยตั้งใจเรียน” “ลืมวางแผนอนาคต ไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไรกันแน่ จัดการปัญหาด้วยการหว่านแหสอบในสายที่เรียนมา” “เลือกอันดับคณะที่อยากเข้า ไม่ดูตาม้าตาเรือดูคะแนนที่ตัวเองมี สุดท้ายชวดทุกที่” “วิ่งรอกสอบตรงดีกว่า เครียด มึนตึ้บ ก็ยอม...”

หลังสอบ...“ได้คณะไม่ตรงกับความต้องการ” “เข้าไปเรียนเพียงปีเดียวก็ต้องสอบใหม่” “ฝืนเรียนเพราะไม่มีทางเลือก บางวิชา เช่น ฟิสิกส์ ได้ F ต้องซ่อมจนหน้ามืด” “บางคนกัดฟันอดทนเรียนจนขึ้นชั้นปีสุดท้าย โดยต้องตั้งหน้าตั้งตากวดวิชาบางรายวิชาเหมือนนักศึกษาใหม่ เพื่อให้เรียนจบ...”

ข้อความข้างต้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสารพัดปัญหาเรื้อรังที่สะท้อนออกมาจากการเปลี่ยนระบบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาจากระบบ “เอนทรานซ์” เดิมมาเป็น “แอดมิชชัน” ตั้งแต่ปี 2549 จนปัจจุบัน

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า แนวทางการพัฒนาระบบแอดมิชชันในวันนี้ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ เพราะปัญหาการเรียนกวดวิชา การวิ่งรอกสอบตรง ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาดังกล่าวถูกนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า รัฐบาลกำลังวิตกว่า ระบบแอดมิชชันกำลังจะหมดความสำคัญ เพราะหลายมหาวิทยาลัยเลี่ยงไปใช้ระบบรับตรง ทำให้มีนักเรียนเข้าระบบผ่านแอดมิชชันเพียงสัดส่วน 20% จึงขอให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ไปพิจารณาทบทวนหรือยกเลิก โดยทปอ. ขอเวลาอีก 1 ปี

ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะประธานทปอ. อธิบายเรื่องนี้ว่า ระบบแอดมิชชันนั้นถูกพัฒนามาจากระบบเอนทรานซ์อย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาในการดำเนินการ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ปรับปรุงมาแล้ว เพื่อรองรับและเปิดโอกาสให้การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน

“หลักการที่ใช้ได้ถูกพิจารณาให้มีความเป็นธรรมกับนักเรียนกลุ่มใหญ่ในภาพรวมเท่าที่จะครอบคลุมได้กว้างขวางที่สุด แน่นอน อาจจะยังไม่เป็นที่พอใจของคนจำนวนหนึ่ง แต่ทปอ. จะรับฟังทุกความเห็น เพื่อจัดการการสอบให้ลงตัวที่สุด อย่างเรื่อง GATPAT ก็เป็นเรื่องใหม่ที่ยังต้องรอให้มีการสอบครั้งที่ 2 และ 3/2553 แล้วเสร็จ จากนั้น หาก GATPAT พิสูจน์ได้ว่าสามารถคัดสรรบุคคลตามที่สถาบันการศึกษาต้องการได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันนั้นๆ ได้ การรับตรงก็น่าจะลดลง GATPAT ที่ได้รับแรงศรัทธามากขึ้น จะแก้ปัญหาการคัดบุคคลในอนาคตได้

จุดยืนของระบบแอดมิชชันคือให้โอกาสที่เท่าเทียมกัน เพราะเป็นการสอบที่ประหยัดเงินผู้ปกครองได้มากกว่าการรับตรง อะไรยุติธรรมกับคนหมู่มาก ทปอ.ไม่ลังเลที่จะจัดการให้ ระบบทุกอย่างเป็นพลวัตเมื่อถึงจุดเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน หากในที่สุดไม่มีการใช้ระบบแอดมิชชันกลางเลย หันไปสอบระบบสอบตรงกันหมด เราก็คงต้องยอมรับว่าถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว” ประธาน ทปอ. กล่าว

สมพงษ์ จิตระดับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ระบุว่า แอดมิชชันเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนที่แก้ได้เพียงปัญหาเฉพาะหน้า แก้กันทุกปี ในทุกๆ รายละเอียดของแอดมิชชันในแทบทุกส่วน กำลังขาดความเชื่อมั่นทั้งจากนักเรียนที่สอบ ผู้ปกครองเด็ก รวมถึงสถาบันการศึกษาเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่มีการเลี่ยงไปสอบตรงกันมากขึ้น ซึ่งเป็นไปโดยสมัครใจของทั้งสองฝ่าย หากเจาะจงลงไปในรายละเอียดก็ยิ่งเห็นภาพชัด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท