
ต้องกล้าสะสาง‘หวย’
ต้องถือเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลที่เบรกโครงการขายสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวด้วยเครื่องอัตโนมัติ เพราะไม่ต้องการมอมเมาประชาชน ขณะเดียวกันก็กล้าที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาสัญญาที่รัฐบาลไปทำไว้กับบริษัท ล็อกซเล่ย์จีเทค เทคโนโลยี ที่ได้รับสัมปทานการวางระบบหวยออนไลน์ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง
แต่จนถึงขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า จะไม่มีการยกเลิกสัญญากับเอกชนและไม่มีการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาล
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหานั้นก็เริ่มชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลจะนำสลากกินแบ่งรัฐบาล 6 ตัว ที่ขายเป็นใบกันอยู่ในปัจจุบันงวดละ 58 ล้านฉบับ โดยจัดสรรบางส่วนไปขายผ่านเครื่องออนไลน์ โดยมอบหมายให้บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทคเทคโนโลยี เป็นผู้ดำเนินการ
ดังนั้น แนวทางนี้ต้องถือว่ารัฐบาลยิงนกทีเดียวได้นกหลายตัว เพราะนอกจากจะแก้ไขปัญหาสัญญาระหว่างรัฐกับเอกชนให้เดินหน้าต่อไปได้ และยังตอบสังคมได้ว่าไม่ได้เป็นการมอมเมาประชาชนมากขึ้น เพราะไม่ได้มีการเพิ่มปริมาณการพนัน เป็นแค่ปรับวิธีการขายเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ปัญหาสลากกินแบ่งราคาแพงได้อีกด้วย เพราะถ้ามีการขายด้วยเครื่องขายสลากออนไลน์ต่อไป ไม่ว่าจะเลขสวยไม่สวย ผู้ซื้อสามารถซื้อได้ในราคาเดียวกัน 80 บาท ไม่ถูกโก่งราคาใบเป็นร้อยกว่าบาทเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่รู้กี่รัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ได้
อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญแนวทางนี้ยังเป็นไม้เด็ดที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะใช้กรุยทางเข้าไปรื้อการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่ง 50 ล้านฉบับ และสลากพิเศษเพื่อการกุศลอีก 8 ล้านฉบับ ที่ปัจจุบันถูกกลุ่มพ่อค้าและนักการเมืองเพียงไม่กี่คนกุมผลประโยชน์เอาไว้ในมือแบบเบ็ดเสร็จ
นอกจากนี้ ยังสามารถตัดวงจรการรวมสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จัดสรรให้กับมูลนิธิต่างๆ ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่องค์กรเหล่านี้กลับไม่มีช่องทางที่จะกระจายออกไปยังตลาดต่าง สุดท้ายก็ต้องนำมาขายให้กับพ่อค้ารายใหญ่ในราคาส่วนลด เมื่อพ่อค้ารายใหญ่รวบสลากกินแบ่งส่วนใหญ่ไว้ในมือได้ ก็ทำให้ราคาขายสลากแพงกว่าที่กำหนดไว้อย่างมากอย่างที่เห็นในปัจจุบัน จนต้องแก้ปัญหาที่ปลายทางด้วยการไปจับผู้ค้ารายย่อยที่ขายเกินราคา
เมื่อรัฐบาลกล้าหาญล้มหวยออนไลน์ และเดินหน้าแก้ปัญหาให้นำเครื่องมาขายสลาก 6 ตัว ก็ไม่น่าทิ้งโอกาสทองที่จะเข้าไปรื้อการจัดสรรสลาก ที่เป็นมาเฟียดูดเลือดพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยหาเช้ากินค่ำแบบเลือดเย็นด้วย







