posttoday
ด่านสุดท้ายรังสิต..ประตูจุฬาฯวิกฤต กรุงเทพฯไม่ปลอดภัย 100%

ด่านสุดท้ายรังสิต..ประตูจุฬาฯวิกฤต กรุงเทพฯไม่ปลอดภัย 100%

18 ตุลาคม 2554

เจ้าหน้าที่สถานีประตูระบายน้ำจุฬา ลงกรณ์ ได้เตรียมเสริมเครื่องสูบน้ำขนาด 3 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เพิ่มอีก 9 ตัว

เจ้าหน้าที่สถานีประตูระบายน้ำจุฬา ลงกรณ์ ได้เตรียมเสริมเครื่องสูบน้ำขนาด 3 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เพิ่มอีก 9 ตัว

เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากบริเวณชุมชนประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ย่านรังสิต เพื่อผันน้ำลงคลองรังสิตด้านทิศตะวันตกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งประตูน้ำแห่งนี้เป็นปราการด่านสุดท้ายของการสกัดน้ำลงกรุงเทพฯ หากไม่สามารถกั้นน้ำไว้ได้น้ำจะทะลักเข้าคลองรังสิต คลอง 16 และคลองหกวา และหากน้ำมาในปริมาณที่มากจะไหลเข้าท่วมกรุงเทพฯ ทันที

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากทิศเหนือได้เพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 10 เซนติเมตร โดยมีเครื่องสูบน้ำ ณ จุดนี้อยู่เดิม 21 เครื่อง แบ่งเป็นเครื่องสูบน้ำขนาด 3 ลูกบาศก์เมตร/วินาที 14 เครื่อง ขนาด 2 ลูกบาศก์เมตร/วินาที 3 เครื่อง และขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร/วินาที อีก 4 เครื่อง

ด่านสุดท้ายรังสิต..ประตูจุฬาฯวิกฤต กรุงเทพฯไม่ปลอดภัย 100%

 

อย่างไรก็ตาม เครื่องสูบน้ำ 5 เครื่องแรกจะเริ่มสูบน้ำได้ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ส่วนสาเหตุที่ปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นบริเวณคลอง 1 รังสิต เนื่องจากเครื่องสูบน้ำเกิดไฟฟ้าลัดวงจร แต่สามารถซ่อมแซมได้แล้ว ไม่ใช่เครื่องสูบน้ำพังตามข่าวลือ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ จะยังไม่วิกฤต แต่ก็ยังไม่ปลอดภัย จะต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่เขตสายไหมและดอนเมือง โดยขณะนี้ กทม.ได้ร่วมกับกองทัพบก กองทัพอากาศ และประชาชน ร่วมกันสร้างแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลองหกวาล่าง เขตสายไหม ความสูง 30 เซนติเมตร ระยะทาง 6 กิโลเมตร ตามเป้าหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจ กทม.ได้เพิ่มความสูงแนวป้องกันคลองหกวาอีก 20 เซนติเมตร รวมเป็น 50 เซนติเมตร และเพิ่มความยาวอีก 1 กิโลเมตร นอกจากนี้จะยกระดับถนนเลียบคลอง 2 สูงขึ้นอีก 30 เซนติเมตร ระยะทาง 1.25 กิโลเมตร และบริเวณถนนสายไหม 85 สูงขึ้น 30 เซนติเมตร ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันออกได้เพิ่มกระสอบทรายอีก 6 แสนใบ

สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 อยู่ที่ 4,238 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ลดลงจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 36 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ส่วนน้ำทะเลหนุนสูงเมื่อเวลา 09.59 น. อยู่ที่ระดับ 1.08 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาดเมื่อเวลา 07.00 น. วัดได้ 1.56 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งต่ำกว่าคันกั้นน้ำ 1.24 เมตร ส่วนระดับน้ำในคลองสายต่างๆ อยู่ในภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม กทม.ได้พยายามแก้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 2 จากเดิม 10 เซนติเมตร เป็น 40 เซนติเมตรแล้ว

“ขณะนี้ยังไม่สามารถประกาศได้ว่ากรุงเทพฯ ปลอดภัย 100% ตราบใดที่ยังมีมวลน้ำก้อนใหญ่ถึงหมื่นล้านลูกบาศก์เมตรอยู่เหนือพื้นที่กรุงเทพฯ และหากจะต้องมีการอพยพ ผมจะเป็นคนประกาศให้ทราบเป็นคนแรก” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เร่งทำแนวกั้นน้ำเพิ่มบริเวณถนนสายรังสิตองครักษ์ เพื่อเป็นแนวกั้นน้ำแนวที่ 3 ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในอีกทาง ขอให้ประชาชนติดตามแถลงการณ์ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) อย่างต่อเนื่อง

เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เปิดเผยว่า การรับมือมวลน้ำที่จะไหลเข้ามาจากทางเหนือผ่านนิคมอุตสาหกรรมนวนคร เข้าสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ บริเวณถนนสายรังสิตนครนายก จะต้องกั้นแนวคันดินให้มีความสูงประมาณ 4 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง จึงจะสามารถรับมือสถานการณ์ได้

เสรี กล่าวว่า ตัวเลขปริมาณน้ำมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ว่า หลังจากน้ำทะลักเข้านิคมอุตสาหกรรมนวนครแล้วจะมีปริมาณน้ำเหนือและน้ำทุ่งไหลเข้าสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์จำนวนเท่าใด

เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงทุ่งรังสิต คาดการณ์ว่าน่าจะทำให้น้ำท่วมบริเวณ 2 ฝั่งถนนรังสิตนครนายกไม่เกิน 2 เมตร

อย่างไรก็ตาม เมื่อเย็นที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้ช่วยเสริมคันกั้นน้ำบริเวณคลองรังสิต 12 เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์