
รุมตื้บ-สหบาทาคำพิพากษาจากศาลเตี้ย
“เอาให้หนัก กระทืบเลย คนเลวๆ อย่างนี้ต้องถูกสังคมลงโทษ” ประโยคข้างต้น และอาจจะมีอีกหลายถ้อยคำด่าทอหยาบคายตามมา
“เอาให้หนัก กระทืบเลย คนเลวๆ อย่างนี้ต้องถูกสังคมลงโทษ” ประโยคข้างต้น และอาจจะมีอีกหลายถ้อยคำด่าทอหยาบคายตามมา
โดย... กันติพิชญ์ ใจบุญ
“เอาให้หนัก กระทืบเลย คนเลวๆ อย่างนี้ต้องถูกสังคมลงโทษ” ประโยคข้างต้น และอาจจะมีอีกหลายถ้อยคำด่าทอหยาบคายตามมา
หลังจากมีการรุมประชาทัณฑ์ รุมกระทืบผู้ต้องหาขณะที่ตำรวจนำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
การลงโทษจากสังคมด้วยหมัด เท้า เข่า ศอก ประเคนให้กับคนร้ายหรือฆาตกรลักษณะศาลเตี้ยเช่นนี้มักจะมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แม้จะเป็นวิธีที่ผิดกฎหมายก็ตาม ตำรวจจึงต้องทำงานกันอย่างหนักป้องกันชาวบ้านรุม “สหบาทา”
จากคำเล่าของ ส.ต.อ.ปิยะณัฐ เจียมรัมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่มีประสบการณ์ในการควบคุมชาวบ้านที่จ้องจะรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์รายหนึ่ง บอกชัดว่าเป็นการควบคุมที่ค่อนข้างจะยากลำบากไม่น้อย
“ครั้งนั้นมีชาวบ้านมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพจำนวนมาก เป็นคดีที่ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรม ทางตำรวจก็คิดเองว่าคงจะเป็นเหตุการณ์ที่มาดูผู้ต้องหาเฉยๆ แต่พอมีจังหวะที่ญาติผู้เสียชีวิตปรี่เข้ามาชกผู้ต้องหาเนื่องจากความโกรธแค้น สักพักคลื่นสหบาทาก็กรูเข้าทันที ตำรวจก็ต้องเข้าประชิดผู้ต้องหาเพื่อป้องกันอันตราย ผมเองก็ยังโดนลูกหลงไปด้วย
“จะว่าไปแล้วชาวบ้านไม่มีสิทธิเด็ดขาดที่จะเข้าทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา เพราะจะมีความผิดอาญาฐานทำร้ายร่างกายทันที ซึ่งในสิทธิตามกฎหมาย ผู้ต้องหาก็มีสิทธิจะเอาเรื่องได้ แต่ที่ผ่านมาตามข่าวคราวก็คงไม่มีใครกล้าจะเอาเรื่อง แต่ก็เข้าใจว่าหากเป็นญาติพี่น้องถูกคนร้ายทำร้ายคนในครอบครัว ความโมโห ความต้องการเอาคืนย่อมมีแน่นอน การเตะต่อยอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ แต่โดยรวมทั้งหมดเมื่อผู้ต้องหาอยู่ในมือของกฎหมายแล้ว ก็ต้องปล่อยไปตามกระบวนการยุติธรรม” ตำรวจหนุ่มเล่า
แน่นอนว่าการหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกประชาทัณฑ์ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตำรวจในการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผน ยิ่งคดีที่ร้ายแรง ผู้ต้องหาก่อเหตุด้วยความโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ การเลือกเวลาจึงถือเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย แต่เหนืออื่นใดนอกจากพาไปทำแผนแล้ว แผนของตำรวจในการรับมือก็ต้องวิเคราะห์กันให้ดีๆ
พ.ต.ท.เนติ วงศ์กุหลาบ สารวัตร สน.ลาดกระบัง ขยายประเด็นเรื่องความพร้อมให้ฟังว่า คนเราไม่มีสิทธิไปต่อยตีคนอื่นแน่นอน เพราะนั่นคือความผิดฐานทำร้ายร่างกายอย่างชัดเจน การประชาทัณฑ์ก็อยู่ในข่ายเดียวกัน แต่ทั้งนี้การจะไปห้ามฝูงชนก็คงจะลำบาก เพราะคนเยอะกำลังพลน้อย แต่โดยรวมทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตำรวจ หรือเจ้าพนักงาน ถ้าอันตรายจะเอาตัวผู้ต้องหาไปทำแผนทำไม เหมาะสมหรือไม่ที่ต้องไปเวลานั้นๆ หรือหากอันตราย การเลี่ยงจึงมีความจำเป็น
ถามว่าการทำแผนมีความสำคัญต่อรูปคดีหรือสำนวนหรือไม่ แน่นอนว่ามีความสำคัญเพื่อทำให้คดีมีความสมบูรณ์ แต่บางคดีที่ร้ายแรง ความสมบูรณ์ของสำนวน กับความปลอดภัยของผู้ต้องหา ตำรวจที่เข้าไปควบคุมจึงต้องถ่วงดุลกันให้ชัดเจน หากมีหลักฐานมัดตัวได้แล้ว เช่น อาวุธปืน ลายนิ้วมือตรงกัน ก็เพียงพอในการทำสำนวนส่งต่อศาล
และหากนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนจะเกิดความไม่ปลอดภัย จุดนี้ทางตำรวจก็ต้องใช้ดุลยพินิจกัน แต่โดยรวมทั้งหมดแล้ว การเข้าไปทำร้ายผู้ต้องหา เท่ากับเป็นการทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนผิด แต่ก็ไม่สมควรที่จะถูกลงโทษด้วยประชาชนที่เข้ามาใช้กำลัง
บางครั้งบางคราวตำรวจก็เห็น รู้ว่าใครเข้ามาทำร้ายบ้าง ห้ามไว้ก็ไม่อยู่ จะไปเอาเรื่องก็เกรงว่าจะมีปัญหากับชาวบ้าน เรื่องนี้ต้องให้ชาวบ้านวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมด้วย ว่าเขามีสิทธิโดนกระทำอย่างรุนแรงหรือไม่ เพราะบ้านเรามีกฎหมายไว้คอยควบคุมอยู่ อย่าทำร้ายเลย” พ.ต.ท.เนติ ทิ้งท้ายให้ชวนคิด







