posttoday
น้ำท่วม รวมน้ำใจ ไทยพ้นวิบัติ

น้ำท่วม รวมน้ำใจ ไทยพ้นวิบัติ

18 ตุลาคม 2554

มหาอุทกภัย 2554 เป็นภัยพิบัติที่ก่อให้เกิดความสูญเสียสุดประมาณ แต่ขณะเดียวกันมันได้สร้างสิ่งที่มีค่ามหาศาล ที่ตามปกติสร้างไม่ได้

มหาอุทกภัย 2554 เป็นภัยพิบัติที่ก่อให้เกิดความสูญเสียสุดประมาณ แต่ขณะเดียวกันมันได้สร้างสิ่งที่มีค่ามหาศาล ที่ตามปกติสร้างไม่ได้

โดย..ประเวศ วะสี

สิ่งที่มีค่ามหาศาลนั้นคือ “การรวมน้ำใจเป็นสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน”

เราได้เห็นคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกองค์กรรวมใจช่วยเหลือกัน ทหารกับรัฐบาลก็ร่วมกันได้ นายกรัฐมนตรีกับผู้นำฝ่ายค้านก็ร่วมกันได้ คนต่างสีก็ร่วมกันได้ มหาวิทยาลัย วัด สถานที่ราชการ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้าอยู่อาศัย กระทรวงทุกกระทรวงยอมให้ตัดงบประมาณของกระทรวง 10% หรืออาจจะมากกว่าเพื่อเอาไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สื่อมวลชนทุกแขนง ระดมกำลังรายงานความทุกข์ยากของราษฎร สื่อสารความขัดแย้งและความเกลียดชังหายไปจากพื้นที่

ทั้งหมดแสดงว่ายามวิกฤตสุดๆ คนไทยสามารถละทิ้งความโกรธความเกลียดมารวมใจกันได้

สังคมใดที่สามารถละทิ้งความโกรธความเกลียดหันมารวมใจกันได้ สังคมนั้นจะมีพลังมหาศาลที่จะก้าวไปข้างหน้า

ความโกรธความเกลียดที่คนในชาติมีต่อกันล้างออกไม่ได้ด้วยความคิดและทฤษฎีใดๆ ความคิดและทฤษฎีส่วนใหญ่อยู่ในโมหภูมิ ซึ่งยิ่งทำให้แตกร้าวกันมากขึ้น

ความโกรธความเกลียดและการยึดมั่นในความคิดและทฤษฎีกำลังขับเคลื่อนสังคมไทยเข้าไปสู่จุดพลิกผัน (Tipping Point) ที่คนไทยจะฆ่ากันตายเป็นหมื่นเป็นแสน

ถ้ามหาอุทกภัยคราวนี้มาล้างพิษในจิตใจของคนไทยให้ละทิ้งความโกรธ ความเกลียด หันมารวมใจกัน สร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน ประเทศไทยจะพ้นวิบัติ

ผมเตือนอยู่เรื่อยๆ ซึ่งดูจะมีคนเข้าใจน้อยเต็มที ว่าทำอะไรต้องเอาใจนำ อย่าเอาความรู้ ความคิด และทฤษฎีนำ

ความรู้ ความคิดและทฤษฎีนำไปสู่ความแตกแยกและทอนกำลังได้ง่าย

ถ้าเอาใจนำจะเกิดพลังมหาศาล และเกิดความรู้ที่ถูกต้องตามมา

ภัยพิบัติครั้งนี้จะเห็นว่าใจมีค่าและมีพลังเพียงใด ถ้าคนไทยรวมใจสร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน อะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

เราสามารถรวมใจกันแก้ความยากจนและความเหลื่อมล้ำได้ เราสามารถรวมใจกันสร้างความเป็นธรรมในสังคมได้ เราสามารถรวมใจกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรรวมทั้งจัดการการใช้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนได้ เราสามารถรวมใจกันป้องกันน้ำท่วมได้

แต่ถ้าเราแตกแยกกันน้ำจะท่วมอีก และประเทศไทยจะวิบัติ

เราอย่าให้การรวมใจหายไปพร้อมกับน้ำลด ต้องรักษาสปิริตแห่งการรวมใจไว้ให้ได้ เพื่อสร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน

รัฐบาลควรนำการสร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกันมาเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเหมือนการร่วมมือในการบรรเทาอุทกภัยคราวนี้ เรื่องนี้ทำไม่ยากและใช้เวลาไม่มาก โดยมีหลักการและแนวทางดังนี้

(1) การพัฒนาที่จะยั่งยืน นั้นจะต้องเป็นการพัฒนาอย่างบูรณาการ ไม่ใช่การพัฒนาอย่างแยกส่วนเป็นเรื่องๆ คือ พัฒนา 8 เรื่องให้เชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน ได้แก่ เศรษฐกิจจิตใจสังคมวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมสุขภาพการศึกษาประชาธิปไตย

(2) การพัฒนาอย่างบูรณาการต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เอากรมเป็นตัวตั้งไม่ได้ เพราะกรมแยกส่วนเป็นเรื่องๆ ตามกรมแต่ละกรม เช่น กรมดิน กรมน้ำ กรมต้นไม้ กรมข้าว ฯลฯ

(3) พื้นที่คือ ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด เรามีหมู่บ้านประมาณ 8 หมื่นหมู่บ้าน ตำบลประมาณ 8,000 ตำบล จังหวัด 77 จังหวัด ถ้าองค์กรเหล่านี้จัดการตนเองได้ กล่าวคือ ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ปัญหาต่างๆ จะสามารถจัดการไปได้ 80-90% ประเทศจะลงตัว จัดการตนเอง หมายถึง จัดการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง 8 เรื่อง ตามที่กล่าวใน (2) และจัดการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างบูรณาการ

(4) ตำบลทุกตำบลสามารถเป็นสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน ภายใน 1 เดือน อบต.สามารถสำรวจในตำบลของตนว่าใครอยู่ในฐานะจะถูกทอดทิ้งบ้าง เช่น คนแก่ คนพิการ เด็กกำพร้า คนป่วย และจัดให้มีอาสาสมัครดู และหมดทุกคนมีกองทุนสุขภาพชุมชนที่ สปสช.ยินดีจ่ายให้ 40 บาทต่อคน ถ้าประชากรในตำบลมี 1 หมื่นคน ก็จะมี 4 แสนบาท เป็นการเริ่มต้นได้ สามารถทำได้อย่างทั่วถึงทั้ง 8,000 ตำบล ครอบคลุมหมดทั้ง 8 หมื่นหมู่บ้าน

(5) การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกชุมชนทุกท้องถิ่น ทุกจังหวัด ต้องสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ สัมมาชีพ หมายถึง อาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม คำว่าสัมมาชีพจึงบูรณาการเรื่องเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม และศีลธรรมเข้าด้วยกัน การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นบ่อเกิดของความร่มเย็นเป็นสุข ขณะนี้การไม่มีงานทำและการขาดความมั่นคงด้านอาหารกำลังก่อให้เกิดจลาจล ระบาดทั่วไปในโลก ประเทศไทยจะต้องตั้งเป้าหมายสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ให้ได้ และทุกฝ่ายระดมกำลังช่วยกันเหมือนการระดมกำลังช่วยเรื่องน้ำท่วม

(6) การศึกษาอย่างบูรณาการกับสังคม ระบบการศึกษามีพลังมหาศาล แต่ที่ผ่านมาการศึกษาลอยตัวจากสังคมเป็นการศึกษาแบบแยกส่วน ถ้าการศึกษาบูรณาการเข้ามาในการพัฒนาอย่างบูรณาการจะเป็นพลังมหาศาลของการพัฒนาไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

(7) หนึ่งหน่วยงานสนับสนุนหนึ่งตำบล เรามีกระทรวง ทบวง กรม กอง มหาวิทยาลัย องค์กรภาคธุรกิจ จำนวนมากมาย ถ้าหนึ่งกอง หรือหนึ่งคณะวิชา หรือหนึ่งบริษัท ไปสนับสนุนหนึ่งตำบลให้สามารถจัดการตนเองได้ ก็สามารถทำได้ทั้ง 8,000 ตำบลโดยมิยาก เห็นไหมว่าถ้ารวมน้ำใจสร้างสังคมไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันจะเกิดพลังมหาศาลเพียงใด

(8) ปรับวิธีการงบประมาณไปพัฒนาโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง การงบประมาณที่ผ่านมาเอากรมเป็นตัวตั้ง จึงพัฒนาแบบแยกส่วน การพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องปรับวิธีการงบประมาณไปสนับสนุนพื้นที่ให้พัฒนาอย่างบูรณาการ ถ้าปรับวิธีการงบประมาณดังที่ว่านี้ จะเกิดพลังมหาศาลไปหนุนการพัฒนาทั้ง 7 ข้อ ข้างบนนั้นพาสังคมไทยไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุขโดยรวดเร็ว

น้ำลดแล้วอย่าให้สปิริตแห่งการรวมน้ำใจลดไปด้วย เราต้องรวมน้ำใจสร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกันให้ได้ ประเทศไทยจะพ้นวิบัติ  

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง