
กทม.เพิ่มคันกั้นป้องน้ำชี้เหลือเวลา48ชม.
สุขุมพันธุ์แถลงเหลือเวลา48ชม.น้ำถึงคลองหกวา ระดมกระสอบทราย 1.2 ล้านใบเพิ่มความสูงคันกั้นป้องกันเขตสายไหม
สุขุมพันธุ์แถลงเหลือเวลา48ชม.น้ำถึงคลองหกวา ระดมกระสอบทราย 1.2 ล้านใบเพิ่มความสูงคันกั้นป้องกันเขตสายไหม
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงว่า แนวทางดำเนินการป้องกันน้ำเข้าท่วมพื้นที่ กรุงเทพฯในขณะนี้มี 3 ประการ คือ
1. เสริมแนวคันกั้นน้ำถนนเลียบคลองหกวา ให้สูงเพิ่มขึ้นอีกครึ่งเมตร เป็น 3 เมตร ระยะทาง 6 ก.ม. คาดว่าจำนวนกระสอบทรายที่ต้องใช้ เสริมความสูงและความหนาของคันกั้นน้ำ ต้องการกระสอบทรายจำนวน 1.2 ล้านกระสอบ โดยต้องเริ่มดำเนินการในคืนวันที่17 ต.ค.นี้
2. ต้องสร้างแนวคันกั้นน้ำ ที่คลอง 8, 9, 10, 11, 12 ระยะทาง 15 ก.ม. มีความสูง 3 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ต้องใช้เวลาดำเนินการ 7 วัน แต่ทางกทม.พยายามจะร่นเวลาให้เหลือ 3-4 วัน
3. กทม.จะร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบท เพื่อปิดจุดอ่อน พื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในกทม. คือที่ถนนพหลโยธินช่วงข้ามคลองรังสิต เพราะน้ำท่วมขังในพื้นที่นี้ อาจวกกลับเข้ากทม.ได้ จึงจะขอกรมทางหลวงชนบทช่วยดูแลจุดนี้ ไม่ให้น้ำตีกลับเข้ากทม.
"ผมได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตั้งแต่คืนนี้ จากการคำนวณของกทม. เรามีเวลา 48 ชั่วโมงฉะนั้นทุกวินาทีมีคุณค่า"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว
นอกจากนี้ได้สั่งให้มีการสร้างแนวคันกั้นน้ำสูง 3 เมตร ที่คลอง 8 ตามแนวถนนประชาสำราญมีความยาว 15 กม. โดยจะดำเนินการให้เสร็จใน 3 วัน และ ร่วมกับกรมทางหลวงชนบทปิดจุดอ่อนบริเวณถนนพยหโยธิน ช่วงข้ามคลองรังสิต เนื่องจากเกรงว่าน้ำในจุดนี้จะวกเข้ามาท่วมพื้นที่ กรุงเทพฯได้
เผยรัฐคุมน้ำคลอง8-9ไม่ได้กทม.ขอแรงประชาชนร่วมบรรจุกระสอบทราย
ด้านทีมงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แจ้งผ่านเฟซบุ๊ค The Bangkok Governor ระบุว่า "ผว.กทม. รับทราบจากรัฐบาลว่าไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำจากรังสิตคลอง 8, 9 ได้ อาจทำให้คลอง 8, 9 และคลองเครือข่ายมีระดับน้ำสูง 3.5 ม.ทรก ต้องสร้างคันกั้นคลองหกวาอีก 50 ซม.จึงจะป้องกันได้ ขอเชิญประชาชนระดมกำลังช่วยกันบรรจุทรายกั้นแนว ณ รร.ฤทธิวรรณาลัย 2 เขตสายไหม ตลอดคืน
น้ำจากนิคมฯนวนครยังไม่กระทบพื้นที่ตอนเหนือกรุงเทพฯ
ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในนิคมอุสาหกรรมนวนครยังไม่มีผลกระทบโดยตรงกับพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากน้ำก้อนใหญ่ที่เข้าสู่นิคมฯนวนครนั้นเป็นน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว
นอกจากนี้พื้นที่นิคมฯอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ เมื่อแนวป้องกันที่ทำไว้เสียหายจึงทำให้น้ำเอ่อล้นเข้านิคมฯในที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางนิคมฯได้ทำแนวป้องกันดินไว้ แต่เมื่อเกิดการชุ่มน้ำเป็นเวลานานจึงส่งผลให้คันกั้นน้ำได้รับความเสียหายพังทลาย น้ำจึงทะลักเข้าสู่นิคมฯในที่สุด
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าปริมาณน้ำดังกล่าวท้ายที่สุดแล้วจะสามารถระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสายตรงและสามารถไหลลงสู่ทะเลได้มากที่สุด ซึ่งความแรงของน้ำนั้นขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลขึ้นลงด้วย
คนกรุงอพยพเข้าศูนย์พักพิงแล้ว 118 ราย
ด้านโรงเรียนในสังกัด กทม.ได้เปิดรับผู้ประสบภัย 158 โรงเรียน รวม 24 เขต ล่าสุดมีผู้เข้าพักอาศัยแล้ว 7 โรงเรียน ใน 4 สำนักงานเขต ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดเทวราชกุญชร เขตดุสิต 10 คน 2.โรงเรียนวัดราชผาติการาม เขตดุสิต 42 คน 3.โรงเรียนซอยแอนเนกซ์ (กาญจนาภิเษก 2 ) เขตสายไหม 4 คน 4.โรงเรียนวัดทิพพาวาส เขตลาดกระบัง 40 คน 5.โรงเรียนวัดพลมานีย์ เขตลาดกระบัง 5 คน 6.โรงเรียนแสงหิรัญวิทยา เขตลาดกระบัง 2 คน 7.โรงเรียนวัดเทพลีลา เขตบางกะปิ 15 คน รวมทั้งสิ้น 118 คน
นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานราชการในเขตบางกอกน้อยให้ความอนุเคราะห์สถานที่อพยพ ได้แก่ ฐานทัพเรือ กองเรือเล็ก โรงเรียนโฆษิตสโมสร วัดระฆัง โรงเรียนวัดนายโรง เขตลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
กรมอุทยานฯต่อแพแจกผู้ประสบภัย
นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศผลิตแพไม้ไผ่ จำนวน 1 หมื่นลำ เตรียมแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากขณะนี้เรือที่จะสัญจรไปมาขาดแคลน โดยตัวแพจะใช้ไม้ไผ่ เอาเชือกผูกติดกัน มีขนาด 1x1.5 เมตร ด้านล่างใช้ถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร รองรับเอาไว้ รับน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม โดยสารได้ครั้งละ 3-5 คน
ทั้งนี้จะเริ่มแจกจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.นี้ โดยกรมอุทยานฯ จะส่งมอบให้กับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เป็นหน่วยงานในการแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ร้องขอแพเข้ามา







