
ศปภ.ตั้ง 2 ทีมย่อยค้นหาผู้ประสบภัย
ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหม
ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหม
โดยกองบัญชาการกองทัพไทยจัดตั้ง 2 หน่วยงานขึ้นเพิ่มเติมภายใต้การกำกับของ ศปภ. ประกอบด้วย 1.ศูนย์ประสานการปฏิบัติการทางอากาศเพื่อควบคุมการใช้อากาศยาน และการจัดการจราจรทางอากาศ เพื่อให้การใช้อากาศยานต่างๆ ทั้งของกองทัพ ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างปลอดภัย และบรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 2.ศูนย์การค้นหาและช่วยชีวิต ซึ่งจะบูรณาการกับทุกหน่วยงานในการค้นหาช่วยเหลือและการกู้ภัย
ขณะที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นบินสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมร่วมกับกองบัญชาการทัพไทยแล้วเบื้องต้นทางสหรัฐจะส่งเฮลิคอปเตอร์ รุ่นฮอร์กอาย มาช่วยจำนวน 26 ลำ เพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยในรอบแรกจะส่งมา 6 ลำ ภายในคืนวันที่ 17 ต.ค.นี้
อย่างไรก็ดี ภายหลัง คปภ.ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางอากาศทาง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทย มี พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร เสนาธิการทหารเป็นผู้อำนวยการศูนย์เพื่อความเป็นเอกภาพในการสั่งการ
พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศมีเครื่องบิน AU23 จำนวน 4 เครื่อง โดยสองเครื่องแรกจะใช้กระจายเสียงบอกชาวบ้านให้อพยพออกจากพื้นที่น้ำมา อีก 1 ลำ จะใช้ถ่ายภาพเก็บสถิติปริมาณน้ำ อีก 1 ลำ ติดกล้องวิดีโอดาตาลิงก์ สามารถถ่ายภาพเรียลไทม์ถ่ายทอดมายังศูนย์ปฏิบัติการสำหรับการสั่งการได้ทันที นอกจากนั้นจะมีเครื่องบินไดมอนด์ในการถ่ายภาพถ่ายทางอากาศ ขณะที่เครื่องบิน BT67 และ C130 ใช้ในการลำเลียง
สำหรับการจัดระบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทาง ศปภ.ได้มอบหมาย สมบัติ บุญงามอนงค์ อดีตประธานกรรมการมูลนิธิกระจกเงาหารือกับองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ระดับตำบล ตำบลละ 35 คน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนเสริมการทำงานภาครัฐ







