
บุกแบงก์ฝ่อ...น้ำไม่แรงแดงไม่เดือด
“
ขอให้พวกเราเดินทางไปพบกันที่หน้าธนาคารกรุงเทพ เหมือนกับสายน้ำสีแดงที่ค่อยๆ ไหลเข้าไป...”พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินมายังเวทีคนเสื้อแดง จ.หนองบัวลำภู ช่วงค่ำวันที่ 18 ก.พ. เพื่อปลุกเร้า
“คนเสื้อแดง” มาชุมนุมที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม ในเช้าวันรุ่งขึ้นประกาศิต ของ
“พ.ต.ท.ทักษิณ” ทำให้คาดการณ์กันว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ จะมี คนเสื้อแดง นับหมื่นคนมาร่วมชุมนุมแต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย 12.00 น. วันที่ 19 ก.พ. กลับมี
“คนเสื้อแดง” แค่หลักพันคนมาร่วมชุมนุมฤา
“ทักษิณ” จะสิ้น มนต์ขลังหากย้อนดูการชุมนุมของคนเสื้อแดง ช่วงวันที่ 119 ก.พ. 2553 รวม 19 ครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินมา 7 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะย้ำให้คนเสื้อแดงเดินทางเข้ามา
“ชุมนุมใหญ่” ในกรุงเทพฯแต่ข้อเท็จจริงพบว่า การชุมนุมทั้ง 19 ครั้ง มี
“คนเสื้อแดง” มาร่วมชุมนุมเกิน 1,000 คน แค่ 4 ครั้ง ส่วนอีก 15 ครั้งมีผู้มาร่วมชุมนุมเฉลี่ย ครั้งละ 300 คนสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายครั้งมีผู้มาร่วมชุมนุมเพียงแค่ หลักร้อย เพราะได้เกิดความขัดแย้งระหว่าง แกนนำเสื้อแดง ประกอบด้วย วีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับกลุ่ม สส.เพื่อไทย ที่ไม่ลงรอยกันในหลายจุด
เริ่มตั้งแต่ การกีดกันสส. และสมาชิก
“บ้านเลขที่ 111” ไม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับคนเสื้อแดงของ “สามเกลอ” เพราะเกรงจะสูญเสีย การนำกอปรกับที่ผ่านมา
“พ.ต.ท.ทักษิณ” ได้มอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้ “สามเกลอ” เป็นผู้ขับเคลื่อน ม็อบเสื้อแดงโดยมี
“จตุพร” เป็นผู้ประสานนโยบายจากพ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านทาง ฮอตไลน์ลับเฉพาะ “ดูไบไทยแลนด์” โทรศัพท์ป้องกันการดักฟังนาทีนี้
“จตุพร” จึงไม่ฟังใคร นอกจาก “นายใหญ่” เพียงคนเดียวท่าทีดังกล่าวทำให้
“สส.เพื่อไทย” และ “บ้านเลขที่ 111” ไม่พอใจ และได้ยุติความช่วยเหลือในการ “นำคน” มาร่วมชุมนุมยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การขับเคลื่อนทางการเมืองของ
“คนเสื้อแดง” ยังรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของสส.เพื่อไทย ในหลายจังหวัด ด้วยการจัดตั้ง เครือข่าย และเตรียมส่งคนของตัวเองลงสมัครสส. โดยไม่ให้ความสำคัญสส.เพื่อไทยอาทิ จ.เชียงใหม่ และ จ.อุดรธานี ซึ่งแกนนำคนเสื้อแดงในสองจังหวัดนี้ต้องการลงสมัครสส. ด้วยตัวเอง
ขณะที่
“สามเกลอ” ก็ได้ให้คำมั่นในการสนับสนุนกับแกนนำเสื้อแดงในระดับจังหวัด จึงเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับสส.เชียงใหม่ และสส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ชุดปัจจุบันส่งผลให้การระดมประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมของคนเสื้อแดงหลายครั้งมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนน้อย
นอกจากนี้ การชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าใจผิดในข้อมูลจำนวนผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม คิดว่ามีปริมาณผู้มาร่วมชุมนุมนับหมื่นคนทุกครั้งตามที่ได้รับรายงาน ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ประเมินสถานการณ์และให้น้ำหนักกับแกนนำคนเสื้อแดงที่ผิดพลาด
อีกทั้งความขัดแย้งเรื่อง กองทัพประชาชน ระหว่าง
“สามเกลอ” กับ “พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี” และ “พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล” หรือเสธ.แดง ซึ่งมีเรื่อง ค่าใช้จ่ายของการ์ด เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้แนวร่วมหดหายไปเป็นจำนวนมากสุดท้าย การลอบสังหาร ส.อ.อานุโพธิ์อ่อน นายก อบต.หนามแดง แกนนำเสื้อแดงแปดริ้ว เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2553 และการลอบสังหาร ไพจิตร ปานอุดมลักษณ์ สจ.นครสวรรค์ แกนนำเสื้อแดงปากน้ำโพ ซึ่งเป็นจุดรวมพลก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2553 ส่งผลให้แกนนำเสื้อแดงหลายคนเกิดความหวาดกลัวและยุติการเคลื่อนไหว
ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่ส่งผลให้จำนวนผู้ชุมนุมของม็อบเสื้อแดงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะหากพ.ต.ท.ทักษิณ
“กดปุ่ม” สั่งให้สส. นำมวลชนออกมาสนับสนุนม็อบเสื้อแดง ก็เชื่อว่าสส. ทุกคนจะปฏิบัติตาม ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น การชุมนุมใหญ่ที่แท้จริง ก็จะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก






